การพัฒนาความสามารถสะกดคำศัพท์และการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ผ่านการเรียนการสอนตามหลักโฟนิกส์และเกมคำศัพท์ : กรณีศึกษาโรงเรียนบ้านไดรัง(ราษฎร์อุทิศ)
ENHANCING GRADE - 2 STUDENTS’ VOCABULARY SPELLING AND READING SKILLS THROUGH PHONICS-BASED INSTRUCTION AND VOCABULARY GAMES: A CASE STUDY OF BANDAIRANG SCHOOL
คำสำคัญ:
การสะกดคำ, การอ่าน, วิธีสอนแบบโฟนิกส์, เกมคำศัพท์บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการอ่านสะกดคำศัพท์และการอ่าน ภาษาอังกฤษของนักเรียนก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีสอนแบบโฟนิกส์ร่วมกับเกมคำศัพท์ และ 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ดังกล่าว กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยคือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนบ้านไดรัง (ราษฎร์อุทิศ) จังหวัดพิจิตร จำนวน 9 คน ซึ่งได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีสอนแบบโฟนิกส์ร่วมกับเกมคำศัพท์ จำนวน 7 แผน รวม 21 ชั่วโมง 2)แบบทดสอบวัดความสามารถในการอ่านสะกดคำศัพท์ จำนวน 30 คำและ 3) แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) และ Paired -sample t-test ผลการวิจัยพบว่า 1. เมื่อเปรียบเทียบความสามารถในการอ่านสะกดคำก่อนและหลังเรียนโดยใช้วิธีการสอนแบบโฟนิกส์ร่วมกับเกมคำศัพท์ ก่อนเรียนมี คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 8.33 (S.D.=2.45) และ หลังเรียน 21.00 (S.D.= 4.12) คะแนนตามลำดับ ผลการเปรียบเทียบพบว่า คะแนนสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ 2.ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อวิธีการสอนแบบโฟนิกส์ร่วมกับเกมคำศัพท์ อยู่ในระดับ มาก ( = 4.46, S.D. = 0.25)
เอกสารอ้างอิง
กชกร ใจการุณ. (2565). ผลการใช้วิธีการสอนแบบโฟนิกส์ที่มีต่อพัฒนาการด้านทักษะการอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่4. การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยนเรศวร.
กิตติภพ รัตนากรกุล และ เสงี่ยม โตรัตน์. (2560, กรกฎาคม –ธันวาคม). ผลการใช้สื่อเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจที่เน้นเนื้อหาเกี่ยวกับประชาคมอาเซียนสำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย, 9 (2) , 241-253.
กระทรวงศึกษาธิการ.(2551). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภา.
ชญานิศ เนียมสุวรรณ และคณะ. (2567, พฤษภาคม - สิงหาคม). การพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษโดยใช้แบบฝึกทักษะ การอ่านสะกดคำศัพท์ภาษาอังกฤษด้วยวิธีโฟนิกส์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่1 วารสารบัณฑิตแสงโคมคำ, 9 (2), 230–247.
นงสมร พงษ์พานิช. (2554, ตุลาคม-กันยายน). การศึกษาปัญหาของการพูดภาษาอังกฤษในการสื่อสารด้วยวาจาของนิสิตคณะวิทยาการจัดการ วารสารมนุษยศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 18 (1) , 54-71.
ปกรณ์ คงจินดามณี และคณะ. (2568, พฤศจิกายน-ธันวาคม). การพัฒนาความสามารถด้านการอ่านภาษาอังกฤษโดยใช้วิธีการสอนแบบโฟนิกส์ร่วมกับการใช้เกมประกอบการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่3. วารสารเสียงธรรมจากมหายาน, 11 (6).
วิภาวี ตรีวิมล. (2566). การพัฒนาชุดแบบฝึกทักษะการอ่านแบบโฟนิกส์เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงสะกด คำศัพท์ภาษาอังกฤษชั้นประถมศึกษาปีที่2. การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยนเรศวร.
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา.(2564).คู่มือการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษสำหรับโรงเรียนประถมศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
สุจิตรา วงษ์หาญ. (2566). ผลการใช้วิธีสอนแบบโฟนิกส์ (Phonics)เพื่อส่งเสริมความสามารถในการประสมเสียงตัวอักษรเพื่อการอ่านออกเสียงคำภาษาอังกฤษ. การค้นคว้าอิสระปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศิลปากร.
Adams, M. J. (1990). Learning to read: Modeling the connections. Journal of Reading, Writing, and Learning Disabilities International, 6 (3), 271–287.
Ehri, L. C., et al. (2001). Systematic phonics instruction helps students learn to read: Evidence from the National Reading Panel. Review of Educational Research, 71 (3), 393–447.








