การสร้างความร่วมมือและการมีส่วนร่วมในการบูรณาการการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันด้วยการชิงเผาของตำบลสบเตี๊ยะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่

Main Article Content

วรวิทย์ จิตต์อารีย์
สุริยจรัส เตชะตันมีนสกุล

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของภาคีสาธารณะในการบูรณาการการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันในตำบลสบเตี๊ยะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อผลการดำเนินงานและแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือจากภาคีต่าง ๆ การวิจัยใช้วิธีผสมผสานทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยกลุ่มตัวอย่าง 76 คน ประกอบด้วยผู้นำชุมชน ชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ภาคราชการ และภาคประชาสังคม จาก 21 หมู่บ้าน สำหรับข้อมูลเชิงคุณภาพ ใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกและเวทีสนทนากลุ่มกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 33 คน ได้แก่ นักวิชาการ เจ้าหน้าที่อุทยาน ผู้นำท้องถิ่น และอาสาสมัครไฟป่า การเก็บข้อมูลเชิงปริมาณใช้แบบสอบถาม ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การสัมภาษณ์และการสนทนากลุ่ม การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้สถิติ เช่น ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการถดถอยพหุคูณ ขณะที่การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา


ผลการศึกษาพบว่า ระบบการสร้างความร่วมมืออยู่ในระดับมากที่สุด ครอบคลุมทั้งด้านบริบท นำเข้า กระบวนการ และผลผลิตของโครงการ (equation=4.51, S.D.=0.27) สะท้อนถึงความพร้อมของทรัพยากร การจัดการ และการมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็ง นอกจากนี้ การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแสดงให้เห็นว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของโครงการอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ การบริหารจัดการการชิงเผา มาตรการป้องกัน ความร่วมมือของเครือข่าย ผลกระทบของไฟป่า นโยบายของรัฐ และการบังคับใช้กฎหมาย โดยมีค่าสัมประสิทธิ์การกำหนด (R²) เท่ากับ 0.87 แสดงว่าตัวแปรเหล่านี้สามารถอธิบายความแปรปรวนของผลลัพธ์ได้ถึง 87% ผลการสังเคราะห์ยังเสนอแนวทางการจัดการเชิงบูรณาการที่เหมาะสม โดยเน้นการสร้างความเข้าใจร่วมกัน การกำหนดบทบาทของภาคี การใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการชิงเผา การบังคับใช้กฎหมายควบคู่กับแรงจูงใจ และการประเมินผลอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่อื่นที่ประสบปัญหาในลักษณะเดียวกัน เพื่อยกระดับการจัดการไฟป่าอย่างมีส่วนร่วมและยั่งยืน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
จิตต์อารีย์ ว., & เตชะตันมีนสกุล ส. (2026). การสร้างความร่วมมือและการมีส่วนร่วมในการบูรณาการการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันด้วยการชิงเผาของตำบลสบเตี๊ยะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่. วารสารสังคมศาสตร์และศาสตร์รวมสมัย, 7(1), 1–17. สืบค้น จาก https://so09.tci-thaijo.org/index.php/JSMIS/article/view/5300
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ดาวรุ่ง โสฬส, ประเสริฐ ปอนถิ่น และอภิรมย์ สีดาคำ. (2566). การมีส่วนร่วมของเครือข่ายภาครัฐและประชาชนในการป้องกันและ แก้ไขปัญหาไฟป่าในพื้นที่ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่. วารสารสังคมศาสตร์และศาสตร์รวมสมัย, 4(1), 65-78.

นิวัฒน์ ปะระมา, วีณา นิลวงศ์, กอบลาภ อารีศรีสม, รภัสสรณ์ คงธนจารุอนันต์ และภาวิณี อารีศรีสม. (2567). กลยุทธ์การบริหารงานการบริการสาธารณะแบบพหุภาคีของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง. วารสารภูมินิเวศพัฒนาอย่างยั่งยืน, 5(2), 52-64.

พจนา พิชิตปัจจา. (2557). การแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันของหมู่บ้านแม่เตี๊ยะใต้ ตำบลสบเตี๊ยะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่. วารสารการเมืองการบริหารและกฎหมาย, 6(3), 57-75.

มูลนิธิชัยพัฒนา. (2567). ทฤษฎีการพัฒนาฟื้นฟูป่าไม้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ. สืบค้นเมื่อ 2 มีนาคม 2568. เข้าถึงได้จาก https://www.chaipat.or.th/concept-and-theory-development/theory-developed-forest-restoration.html

วินิจ ผาเจริญ, สุริยจรัส เตชะตันมีนสกุล และนนท์ น้าประทานสุข. (2567). ยุทธศาสตร์การจัดการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันแบบบูรณาการมีส่วนร่วมของภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมในพื้นที่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่. (รายงานการวิจัย). วิทยาลัยบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้.

สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์. (2563). รู้ยัง? สาเหตุและผลกระทบจากหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ. สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. สืบค้นเมื่อ 28 มีนาคม 2568. เข้าถึงได้จาก https://erdi.cmu.ac.th​:contentReference

อุ่นเรือน คำภิโล และสุริยจรัส เตชะตันมีนสกุล. (2568). ยุทธศาสตร์การพัฒนาการสร้างความร่วมมือและการมีส่วนร่วมในการบูรณาการการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าด้วยการชิงเผาของตำบลทุ่งปี๊ อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่. วารสารสังคมศาสตร์และศาสตร์รวมสมัย, 6(1), 69–83.

Agrawal, A., & Gibson, C. C. (1999). Environments and development: The significance of local knowledge in conservation. In Conservation and development: Case studies from the field (pp. 154–178). Routledge.

Ansell, C., & Gash, A. (2008). Collaborative governance in theory and practice. Journal of Public Administration Research and Theory, 18(4), 543-571.

Bizzo, E., & Michener, G. (2025). Compensatory collaborative governance: filling pandemic transparency gaps in Brazil and the United States. Public Management Review, 27(1), 109-134.

Bodin, Ö., & Crona, B. I. (2009). The role of social networks in natural resource governance: What relational patterns make a difference? Global Environmental Change, 19(3), 366–374.

Bryson, J. M., Crosby, B. C. & Stone, M. M. (2006). The design and implementation of cross-sector collaborations: Propositions from the literature. Public Administration Review, 66(6), 44-55.

Chiang Mai PAO. (2024). ประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันจังหวัดเชียงใหม่. สืบค้นเมื่อ 2 เมษายน 2568. เข้าถึงได้จาก https://www.chiangmaipao.go.th

Convention on Biological Diversity. (2016). Thailand's biodiversity profile. 23 September 2025. Retrieved from https://www.cbd.int/countries/profile/default.shtml?country=th

Food and Agriculture Organization of the United Nations (FAO). (2011). The state of the world’s forests 2011: Enhancing the socioeconomic benefits of forests. FAO. 23 September 2025. Retrieved from http://www.fao.org/3/i2000e/i2000e.pdf

Headley, A. M., & Kalesnikaite, V. (2025). Exploring the limits of collaboration and the fragility of its outcomes: The case of community policing. Public Administration Review, 85(2), 326-348.

Humayun, H., Ghazali, M., & Malik, M. N. (2025). Is sustained participation a myth in crowdsourcing? A review. European Journal of Innovation Management, 28(2), 511-559.

Kelp, M., Burke, M., Qiu, M., Higuera-Mendieta, I., Liu, T., & Diffenbaugh, N. S. (2025). Effect of recent prescribed burning and land management on wildfire burn severity and smoke emissions in the western United States. AGU Advances, 6(3), e2025AV001682.

Lebel, L., Anderies, J. M., Campbell, B., Folke, C., Hatfield-Dodds, S., Hughes, T. P., & Wilson, J. (2006). Governance and the capacity to manage resilience in regional social-ecological systems. Ecology and society, 11(1), 19.

Nalikan, M., & Rozikin, M. (2025). Community Empowerment in Rural Areas Based on Social Capital in Lamongan Regency: A Holistic and Collaborative Approach. Journal of Ecohumanism, 4(1), 3811-3820.

Ostrom, E. (1990). Governing the commons: The evolution of institutions for collective action. Cambridge University Press.

Pretty, J. (2003). Social capital and the collective management of resources. Science, 302(5652), 1912–1914.

Reed, M. S. (2008). Stakeholder participation for environmental management: a literature review. Biological conservation, 141(10), 2417-2431.

Rego, A., Owens, B., Yam, K. C., Bluhm, D., Cunha, M. P., Silard, A., & Liu, W. (2018). Leader humility and team performance: Exploring the mechanisms of team psychological safety, team learning, and collective efficacy. Journal of Applied Psychology, 103(9), 1065–1077.

Ryan, R. L., LaLiberte, A., & Kent, D. L. (2013). Community-based natural resource management: A synthesis of the literature. Environmental Management, 51(2), 241-253.

Schuett, M. A., Selin, S. W., & Carr, D. S. (2001). Making it work: Keys to successful collaboration in natural resource management. Environmental Management, 27, 587-593.