การศึกษาพหุวัฒนธรรมกับความมั่นคงของชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว ตำบลน้ำเชี่ยว อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด

Main Article Content

ชญาภา แม่นศรแผลง
จักรชัย สื่อประเสริฐสิทธิ์

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอัตลักษณ์ของชาวไทยพุทธ ชาวไทยมุสลิม และชาวไทยเชื้อสายจีนในชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว รวมถึงกระบวนการผสมกลมกลืนทางวัฒนธรรมในบริบทของสังคมพหุวัฒนธรรม งานวิจัยดำเนินการในรูปแบบการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสังเกตภาคสนาม กลุ่มผู้ให้ข้อมูลประกอบด้วยผู้นำชุมชน ผู้นำทางศาสนาและวัฒนธรรม ปราชญ์ท้องถิ่น ชาวบ้าน และผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม รวมทั้งสิ้น 12 คน ข้อมูลที่ได้ถูกวิเคราะห์และสังเคราะห์ตามประเด็นการวิจัย และนำเสนอในรูปแบบเชิงพรรณนา


ผลการศึกษาพบว่า 1) อัตลักษณ์ของชุมชนบ้านน้ำเชี่ยวมีรากฐานจากจิตวิญญาณทางศาสนา ความสัมพันธ์ทางเครือญาติ และการศึกษาในโรงเรียนวัดน้ำเชี่ยว ซึ่งสะท้อนออกมาในรูปแบบของพิธีกรรม ภาษา การแต่งกาย และวิถีชีวิต นอกจากนี้ยังพบปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม ได้แก่ ปัจจัยด้านนิเวศวิทยา การแพร่กระจายทางวัฒนธรรม บุคลิกภาพ และอุดมการณ์ 2) กระบวนการผสมกลมกลืนในชุมชนประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ การยอมรับ การแข่งขัน การปรับตัว และการผสมกลมกลืน โดยเกิดขึ้นบนพื้นฐานของความเคารพในความแตกต่าง การประสานผ่านผู้นำศาสนา และความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นภายในชุมชน ทั้งนี้ แม้จะมีการหลอมรวมทางวัฒนธรรมบางประการ แต่อัตลักษณ์ของแต่ละกลุ่มยังคงได้รับการรักษาไว้อย่างชัดเจน สุดท้าย ผลกระทบต่อความมั่นคงของชุมชนบ้านน้ำเชี่ยวปรากฏในสามมิติ ได้แก่ ความมั่นคงทางการเมืองผ่านผู้นำที่เป็นกลาง ความมั่นคงทางเศรษฐกิจผ่านระบบตลาดภายใน และความมั่นคงทางสังคมที่ยึดโยงกับครอบครัว ศาสนา และโรงเรียน อันสะท้อนถึงพลังของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมพหุวัฒนธรรม

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
แม่นศรแผลง ช., & สื่อประเสริฐสิทธิ์ จ. (2025). การศึกษาพหุวัฒนธรรมกับความมั่นคงของชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว ตำบลน้ำเชี่ยว อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด. วารสารสังคมศาสตร์และศาสตร์รวมสมัย, 6(1), 27–39. สืบค้น จาก https://so09.tci-thaijo.org/index.php/JSMIS/article/view/5147
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

บรรพต วีระสัย. (2539). สังคมวิทยาและมานุษยวิทยาเบื้องต้น: การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

พระมหาชุติภัค แหมทอง, อัครเดช พรหมกัลป์, พีระศิลป์ บุญทอง, ชนันภรณ์ อารีกุล และ บุณณดา สุปิยพันธุ์. (2563). รูปแบบการสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมไร้รอยต่อทางศาสนา. (วิทยานิพนธ์ปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระมหายุทธนา นรเชฏโฐ. (2559). วิเคราะห์หลักการอยู่ร่วมกันของสังคมพหุวัฒนธรรมในประเทศไทย: กรณีศึกษาชุมชนชาวพุทธและมุสลิมในชุมชนวัดท่าการ้อง ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. (วิทยานิพนธ์ปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

ยศ สันตสมบัติ. (2548). มนุษย์กับวัฒนธรรม. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

สมศักดิ์ ศรีสันติสุข, สุวิทย์ ธีรศาศวัต, ดารารัตน์ เมตตาริกานนท์ และ ดุษฎี กาฬอ่อนศรี. (2530). การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และวัฒนธรรม ในชุมชนบ้านเยอ บ้านไทยดำ และบ้านไทยลาว: การศึกษาเปรียบเทียบเฉพาะกรณี. (รายงานการวิจัย). คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

สุไรยา วานิ. (2557). การอยู่ร่วมกันของชุมชนในสังคมพหุวัฒนธรรม กรณีศึกษาตำบลทรายขาว อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี. (วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.

อธิปัตย์ คลี่สุนทร. (2552). การศึกษาพหุวัฒนธรรม (Multicultural Education). กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา.

อานันท์ กาญจนพันธ์. (2551). พหุวัฒนธรรมในบริบทของการเปลี่ยนผ่านทางสังคมและวัฒนธรรม. เชียงใหม่: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

Buzan, B. (1983). People, States and Fear: The National Security Problem in International Relations. Brighton: Wheatsheaf.

Lincoln, Y. S., and Guba, E. G. (1985). Naturalistic Inquiry. Beverly Hills: Sage