การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง แหล่งอารยธรรมจีน วิชาประวัติศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/6 โรงเรียนยโสธรพิทยาคม โดยใช้เทคนิคแผนผังความคิดบูรณาการร่วมกับ แบบฝึกทักษะ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง แหล่งอารยธรรมจีน วิชาประวัติศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/6 โรงเรียนยโสธรพิทยาคม โดยใช้เทคนิคแผนผังความคิด บูรณาการร่วมกับ แบบฝึกทักษะ 2) เพื่อเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน วิชาประวัติศาสตร์ เรื่อง แหล่งอารยธรรมจีน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/6 โรงเรียนยโสธรพิทยาคม โดยใช้เทคนิคแผนผังความคิด บูรณาการร่วมกับ แบบฝึกทักษะ 3) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะ วิชาประวัติศาสตร์ เรื่อง แหล่งอารยธรรมจีน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/6 โรงเรียนยโสธรพิทยาคม บูรณาการร่วมกับ เทคนิคแผนผังความคิด ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคแผนผังความคิด แบบฝึกทักษะ แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน(S.D.) ค่าพัฒนาการสัมพัทธ์(RG) ค่าการมีประสิทธิภาพนวัตกรรม(E1/E2) ผลวิจัยพบว่า 1) การประเมินพัฒนาการผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง แหล่งอารยธรรมจีน วิชาประวัติศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/6 โรงเรียนยโสธรพิทยาคมโดยใช้เทคนิคแผนผังความคิด บูรณาการร่วมกับ แบบฝึกทักษะมีพัฒนาการสัมพัทธ์โดยเฉลี่ยเท่ากับ 65.20 คะแนน เมื่อพิจารณาคะแนนแล้วมีพัฒนาการ อยู่ในระดับสูง 2) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/6 โรงเรียนยโสธรพิทยาคม มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง แหล่งอารยธรรมจีน หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนเฉลี่ยอยู่ที่ 8.66 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.70 นักเรียนมีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนเรียนเฉลี่ยอยู่ที่ 16.05ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2. 87 คะแนนหลังเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน และ 3) แบบฝึกทักษะ เรื่อง แหล่งอารยธรรมจีน จำนวน 3 แบบฝึก ที่บูรณาการร่วมกับเทคนิคแผนผังความคิด พบว่าประสิทธิภาพแบบฝึกทักษะเรื่อง แหล่งอารยธรรมจีน วิชาประวัติศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/6 มีค่าประสิทธิภาพตัวแรกคิดจากคะแนนร้อยละของคะแนนระหว่างเรียน(E1) เท่ากับ 84.80 มีค่าประสิทธิภาพตัวที่สองคิดจากคะแนนร้อยละของคะแนนหลังเรียน(E2) เท่ากับ 80.26 พบว่ามีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 80/80
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551. ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
ซ่อนกลิ่น. (2559) การวิจัยและพัฒนาแบบฝึกทักษะการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิจัยและประเมินผลการศึกษาบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
ถวัลย์ มาศจรัส และคณะ. (2550). แบบฝึกหัดแบบฝึกทักษะเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ผู้เรียนและการจัดทำผลงานวิชาการของข้าราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 2). ธารอักษร
บุญชม ศรีสะอาด. (2541). การวิจัยเบื้องต้น. กรงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.
บูซาน โทนี ผู้แปล ธัญกร วีระนนท์ชัย. (2547): วิธีเขียน Mind Mapping ฉบับเจ้าสำนัก. ขวัญข้าว 94.
พรรณี ลีกิจวัฒนะ. (2549). การวิจัยการศึกษา. คณะครุศาสตรอุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกลา เจาคุณทหารลาดกระบัง
พวงรัตน์ ทวีรัตน์. (2543). วิธีการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
วรัทภพ บุญถูกนิธิโชติ. (2565). การพัฒนาแบบฝึกทักษะ ร่วมกับสื่อประสม เรื่อง พัฒนาการของอาณาจักรธนบุรี รายวิชาประวัติศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/6 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ อุบลราชธานี สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อํานาจเจริญ. วารสารพัฒนศึกษาศาสตร์, 1(1), 47-58.