การออกแบบการจัดการเรียนการสอนโดยใช้แนวคิด Design Thinking เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชา หลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี
INSTRUCTIONAL DESIGN BASED ON DESIGN THINKING TO ENHANCE CREATIVITY OF STUDENTS IN THE FACULTY OF EDUCATION, CURRICULUM AND INSTRUCTION PROGRAM, BANGKOK THONBURI UNIVERSITY
คำสำคัญ:
Design Thinking, ความคิดสร้างสรรค์, การจัดการเรียนรู้, การวิจัยกึ่งทดลองบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ออกแบบการจัดการเรียนการสอนโดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) ซึ่งประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ Empathize, Define, Ideate, Prototype และ Test 2) ศึกษาผลของการจัดการเรียนการสอนดังกล่าวต่อความคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษา 3) เปรียบเทียบความคิดสร้างสรรค์ก่อนและหลังเรียน และ 4) ศึกษาความคิดเห็นของนักศึกษาที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มตัวอย่างคือ นักศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี จำนวน 45 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง การวิจัยเป็นแบบกึ่งทดลอง (Quasi-experimental Research) โดยใช้รูปแบบ One Group Pretest–Posttest Design เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด Design Thinking 2) แบบวัดความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ ความคิดริเริ่ม ความคิดคล่อง ความคิดยืดหยุ่น และความคิดละเอียดลออ และ 3) แบบสอบถามความคิดเห็นของนักศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าทีแบบกลุ่มตัวอย่างที่ไม่เป็นอิสระต่อกัน (Paired Sample t-test)
ผลการวิจัยพบว่า 1) ความคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษาหลังเรียน (X-bar= 4.36, SD = 0.41) สูงกว่าก่อนเรียน (X-bar = 3.18, SD = 0.47) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (t = 13.27, p < .001) 2) ผลสัมฤทธิ์ด้านความคิดสร้างสรรค์ทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ความคิดริเริ่ม ความคิดคล่อง ความคิดยืดหยุ่น และความคิดละเอียดลออ มีค่าเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนทุกด้าน โดยคะแนนเฉลี่ยรวมด้านความคิดสร้างสรรค์หลังเรียนอยู่ในระดับสูง (X-bar = 4.36, SD = 0.41) และสูงกว่าก่อนเรียน (X-bar = 3.18, SD = 0.47) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 3) ขนาดอิทธิพลของการจัดการเรียนรู้มีค่าอยู่ในระดับสูงมาก (Cohen’s d = 1.52) และช่วงความเชื่อมั่น 95% ของความแตกต่างค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 0.99–1.37 และ 4) นักศึกษามีความคิดเห็นต่อการจัดการเรียนการสอนโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (X-bar = 4.54, SD = 0.38) สรุปได้ว่า การจัดการเรียนการสอนโดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) สามารถพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษาวิชาชีพครูได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีนัยสำคัญทางสถิติ
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579. กรุงเทพฯ : สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์. (2561). การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ทิศนา แขมมณี. (2560). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 21. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
บุญชม ศรีสะอาด. (2561). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2564). แนวทางการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21. [Online]. Available: https://www.onec.go.th. [2568, ตุลาคม 12].
Brown, T. (2009). Change by design: How design thinking transforms organizations and inspires innovation. New York, NY, USA: Harper Business.
Doorley, S., Holcomb, S., Klebahn, P., Segovia, K., & Utley, J. (2018). Design thinking bootleg. Stanford, CA, USA: Hasso Plattner Institute of Design at Stanford University.
Kelley, T., & Kelley, D. (2013). Creative confidence: Unleashing the creative potential within us all. New York, NY, USA: Crown Business.
OECD. (2019). Future of education and skills 2030: OECD learning compass 2030. Paris, France: OECD Publishing. [Online]. Available: https://www.oecd.org/education/2030-project/. [2025, October 12].
Plattner, H., Meinel, C., & Leifer, L. (2011). Design thinking: Understand–improve–apply. Berlin, Germany: Springer.
Runco, M. A. (2014). Creativity: Theories and themes: Research, development, and practice (2nd ed.). San Diego, CA, USA: Elsevier Academic Press.
UNESCO. (2017). Education for sustainable development goals: Learning objectives. Paris, France: UNESCO Publishing. [Online]. Available: https://unesdoc.unesco.org. [2025, October 12].








