การพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียง สระเสียงสั้น ภาษาอังกฤษ โดยใช้เทคนิคโฟนิกส์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ กรุงเทพมหานคร
DEVELOPMENT OF ENGLISH SHORT VOWELS PRONUNCIATION SKILL WITH PHONICS TECHNIQUE OF GRADE 1 STUDENTS AT LA-ORUTIS DEMONSTRATION SCHOOL, BANGKOK
คำสำคัญ:
การอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ สระเสียงสั้น เทคนิคโฟนิกส์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ กรุงเทพมหานครบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาทักษะการอ่านออกเสียงสระเสียงสั้นภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคโฟนิกส์ (2) เปรียบเทียบทักษะการอ่านออกเสียงสระเสียงสั้นภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคโฟนิกส์กับการจัดการเรียนรู้แบบปกติ และ (3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคโฟนิกส์การอ่านออกเสียงสระเสียงสั้นภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบกึ่งทดลอง ประชากรประกอบด้วยนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ กรุงเทพมหานคร ปีการศึกษา 2568 จำนวน 78 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2568 ภาคเรียนที่ 2 ซึ่งได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/3 เป็นกลุ่มการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคโฟนิกส์ จำนวน 25 คน และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/1 เป็นกลุ่มการจัดการเรียนรู้แบบปกติ จำนวน 25 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคโฟนิกส์ แผนการจัดการเรียนรู้แบบปกติ แบบทดสอบวัดทักษะการอ่านออกเสียงสระเสียงสั้นภาษาอังกฤษ และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที
ผลการวิจัยพบว่า 1) นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคโฟนิกส์มีทักษะการอ่านออกเสียง สระเสียงสั้นภาษาอังกฤษหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 หลังการเรียนนักเรียนสามารถประสมเสียงพยัญชนะและสระเสียงสั้นได้ถูกต้องมากขึ้น อ่านคำศัพท์สั้น ๆ ได้ด้วยตนเองมากขึ้น ลดการอ่านแบบเดาคำหรือการจำรูปคำ และมีความมั่นใจในการอ่านออกเสียงเพิ่มขึ้น (2) นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค โฟนิกส์มีทักษะการอ่านออกเสียงสระเสียงสั้นภาษาอังกฤษสูงกว่านักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ทั้งนี้ เนื่องจากการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคโฟนิกส์ช่วยให้นักเรียนเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างตัวอักษรกับเสียง สามารถแยกเสียง ผสมเสียงได้ดีขึ้น ขณะที่การจัดการเรียนรู้แบบปกติมักเน้นการอ่านตามครูหรือการจำคำศัพท์เป็นหลัก และ (3) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคโฟนิกส์อยู่ในระดับมาก โดยนักเรียนมีความสนใจและมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้มากขึ้น
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2561). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560). กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.
จิรวัฒน์ เพชรรัตน์. (2563). ปัญหาการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษของผู้เรียนไทย. วารสารมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 17(2), 63–76.
ธีร์วรา ปลาตะเพียนทอง. (2562). ปัญหาการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนไทย. วารสารครุศาสตร์, 47(3), 112–125.
ปริสุทธิ์ บุษบา และแสงสุรีย์ ดวงคำน้อย. (2565). ปัญหาการออกเสียงภาษาอังกฤษของนักเรียนไทย. วารสารภาษาและการสื่อสาร, 18(2), 33–47.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2566). รายงานผลการประเมินความสามารถทางภาษาอังกฤษของนักเรียน (CEFR). กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.
Castles, A., Rastle, K., & Nation, K. (2018). Ending the reading wars: Reading acquisition from novice to expert. Psychological Science in the Public Interest, 19(1), 5–51.
EF Education First. (2023). EF English Proficiency Index. Switzerland: EF Education First.
Ehri, L. C. (2014). Orthographic mapping in the acquisition of sight word reading, spelling memory, and vocabulary learning. Scientific Studies of Reading, 18(1), 5–21.
Gough, P. B., & Tunmer, W. E. (1986). Decoding, reading, and reading disability. Remedial and Special Education, 7(1), 6–10.
Graham, S. (2022). Teaching Listening and Speaking in Second Language Classrooms. Cambridge: Cambridge University Press.
Macaro, E. (2018). English Medium Instruction: Content and Language in Policy and Practice (2nd ed.). Oxford: Oxford University Press.
Moats, L. C. (2020). Speech to print: Language essentials for teachers (3rd ed.). Paul H. Brookes Publishing.
OECD. (2021). OECD Skills Outlook 2021: Learning for Life. OECD Publishing.
Warschauer, M. (2021). Learning in the Cloud: How (and Why) to Transform Schools with Digital Media. New York: Teachers College Press.








