การพัฒนาความสามารถในการเขียนเรื่องจากจินตนาการ ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ โดยใช้เทคนิคแผนผังความคิด ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ กรุงเทพมหานคร

DEVELOPMENT OF IMAGINATIVE WRITING SKILL WITH MIND MAPPING TECHNIQUE AMONG PRATHOM SUEKSA 2 AT LA-ORUTIS DEMONSTRATION SCHOOL, BANGKOK

ผู้แต่ง

  • ศิวาลักษณ์ ก้องเสนาะ สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี
  • ธนาดล สมบูรณ์ สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี
  • วีระ วงศ์สรรค์ สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี
  • วาสนา เพิ่มพูล สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

คำสำคัญ:

การเขียนเรื่องจากจินตนาการ เทคนิคแผนผังความคิด ความสามารถในการเขียน นักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ กรุงเทพมหานคร

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เปรียบเทียบความสามารถในการเขียนเรื่องจากจินตนาการของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ก่อนและหลังได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคแผนผังความคิด (2) เปรียบเทียบความสามารถในการเขียนเรื่องจากจินตนาการของนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคแผนผังความคิดกับการจัดการเรียนรู้แบบปกติ และ (3) เปรียบเทียบความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ทั้งสองรูปแบบ

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบกึ่งทดลอง ประชากร ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ กรุงเทพมหานคร ปีการศึกษา 2568 จำนวน 82 คน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนจำนวน 54 คน จาก 2 ห้องเรียน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ เนื้อหาบทเรียนการเขียนเรื่องจากจินตนาการ แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคแผนผังความคิด แผนการจัดการเรียนรู้แบบปกติ แบบทดสอบวัดความสามารถในการเขียนเรื่องจากจินตนาการ และแบบประเมินความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าทีแบบกลุ่มที่ไม่เป็นอิสระต่อกัน และการทดสอบค่าทีแบบกลุ่มอิสระต่อกัน

ผลการวิจัยพบว่า (1) นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคแผนผังความคิดมีความสามารถในการเขียนเรื่องจากจินตนาการหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 โดยมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน ( = 15.56, S.D. = 2.41) สูงกว่าก่อนเรียน ( = 9.78, S.D. = 1.80) อย่างชัดเจน สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างของผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นอย่างเด่นชัด ทั้งนี้เทคนิคแผนผังความคิด (Mind Mapping) ช่วยให้ผู้เรียนสามารถจัดระบบความคิด เชื่อมโยงเนื้อหา และถ่ายทอดจินตนาการออกมาเป็นลำดับขั้นได้อย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้การเขียนมีความชัดเจนและสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น (2) นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคแผนผังความคิดมีความสามารถในการเขียนเรื่องจากจินตนาการสูงกว่านักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยมีคะแนนเฉลี่ยของกลุ่มทดลอง ( = 15.56, S.D. = 2.41) สูงกว่ากลุ่มควบคุม ( = 13.85, S.D. = 1.92) อย่างมีนัยสำคัญ แสดงให้เห็นถึงประสิทธิผลของเทคนิคแผนผังความคิดที่ช่วยพัฒนาทักษะการเขียนได้ดีกว่าวิธีการสอนแบบเดิมอย่างเด่นชัด (3) นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคแผนผังความคิดมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้สูงกว่านักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบปกติ โดยภาพรวมของกลุ่มทดลองมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( = 41.07, S.D. = 4.46) ขณะที่กลุ่มที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบปกติมีความพึงพอใจในระดับ ( = 31.44,        S.D. = 4.69) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคดังกล่าวไม่เพียงแต่ช่วยพัฒนาทักษะการเขียนเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมบรรยากาศการเรียนรู้ที่สนุก น่าสนใจ และเอื้อต่อการมีส่วนร่วมของผู้เรียนอย่างมีประสิทธิภาพ

เอกสารอ้างอิง

กมลชนก แก้วคำ. (2565). การพัฒนาทักษะการเขียนโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก. วารสารศึกษาศาสตร์, 33(1), 60–70.

กันณพร เครื่องคำ, และประภาพันธ์ เพ็งภูมิ. (2566). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยโดยใช้แนวคิดวรรณกรรมเป็นฐานร่วมกับแผนผังความคิด. วารสารการจัดการนิติบุคคลและนวัตกรรมท้องถิ่น, 9(7), 45–58.

กฤษติยา หมื่นเรือคำ, และศศิพงษ์ ศรีสวัสดิ์. (2567). ผลของการเรียนโดยใช้เทคนิค SQ4R เสริมด้วยแผนผังความคิดต่อความสามารถและความพึงพอใจของนักเรียน. วารสารปัญญาปณิธาน, 9(2), 120–135.

ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์. (2561). เทคนิคการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิดและการเขียน. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ชฎากานต์ เจริญอิน. (2566). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค Four Blocks ร่วมกับแผนผังความคิดเพื่อส่งเสริมความสามารถในการจับใจความ. วารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์, 10(1), 406–419.

ณัฐวุฒิ พงษ์พานิช. (2566). การจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้แผนผังความคิดเพื่อพัฒนาทักษะการคิดของผู้เรียน. วารสารวิชาการศึกษาศาสตร์, 25(1), 78–90.

ธนพร ใจดี. (2567). การใช้เทคนิคแผนผังความคิดเพื่อพัฒนาทักษะการเขียน. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

นพเก้า ณ พัทลุง. (2567). การสร้างหนังสือส่งเสริมการอ่านภาษาไทยสำหรับชาวต่างชาติ. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ, 24(1), 30–40.

ปาริชาติ ทองสุข. (2566). การใช้สื่อดิจิทัลเพื่อส่งเสริมการเขียนเชิงสร้างสรรค์. วารสารเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา, 18(2), 50–60.

พรทิพย์ รอดกสิกรรม. (2567). การใช้แผนผังความคิดในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21. วารสารครุศาสตร์วิจัย, 6(1), 101–115.

ภัทราพร เกษสังข์. (2566). การพัฒนาความสามารถด้านการเขียนของนักศึกษาครุศาสตร์โดยใช้การสะท้อนคิด. วารสารวิชาการหลักสูตรและการสอน, 15(42), 40–50.

มัลลิกา มาภา, และศรีจันทร์มูล. (2568). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยโดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับแผนผังมโนทัศน์. วารสารศิลปะและวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำมูล, 14(1), 1–13.

มิ่งมนัสชน จังหาร. (2565). ความสำคัญของการศึกษากับการพัฒนาคุณภาพชีวิตในงานเขียนสารคดีชีวประวัติ. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 16(2), 75–85.

วณัฐพล สินภิบาล, บุษบา บัวสมบูรณ์, และกิ่งกาญจน์ บูรณสินวัฒนกูล. (2564). การพัฒนาการเขียนเรื่องจากจินตนาการโดยใช้เทคนิค CIRC ร่วมกับแผนผังความคิด. วารสารวิจัยสังคมศาสตร์, 12(1), 1–12.

วาริศา หมื่นยง, และประภาพันธ์ เพ็งภูมิ. (2567). การพัฒนาทักษะภาษาไทยโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะร่วมกับแผนผังความคิดของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วารสารราชพฤกษ์, 22(2), 1–12.

วัชระ พิมพ์สิทธิ์, และละดา ดอนหงษา. (2567). การพัฒนาความสามารถด้านการอ่านภาษาไทยเพื่อความเข้าใจโดยใช้เทคนิค SQ4R เสริมด้วยแผนผังความคิด. Journal of Integration Social Sciences and Development, 5(2), 78–79.

ศิริพร วงศ์คำ. (2566). ปัญหาการเขียนของนักเรียนระดับประถมศึกษาและแนวทางแก้ไข. วารสารวิจัยทางการศึกษา, 14(2), 38–45.

สาลินี จินดาวงศ์. (2566). การพัฒนาทักษะการเขียนสะกดคำโดยใช้สื่อมัลติมีเดียร่วมกับแผนผังความคิดของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, 21(1), 1–15.

สุรศักดิ์ ปาเฮ. (2566). เทคนิคการตั้งคำถามเพื่อพัฒนาการคิดของผู้เรียน. วารสารศึกษาศาสตร์, 34(2), 50–60.

สุวัทนา สงวนรัตน์. (2566). ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แผนผังความคิดที่มีต่อผลสัมฤทธิ์และความพึงพอใจของนักศึกษา. วารสารมณีเชษฐาราม, 9(2), 1–15.

อพันตรี พูลพุทธา. (2566). การพัฒนาความสามารถการเขียนเรื่องตามจินตนาการโดยใช้การเรียนรู้แบบร่วมมือ. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 42(3), 50–60.

อาทิพร การะกัน, ณัฐดา อัศวพรรณ, และสมเกียรติ อินทสิงห์. (2565). การพัฒนาความสามารถในการเขียนเชิงสร้างสรรค์โดยใช้เทคนิคการระดมสมองร่วมกับแผนผังความคิด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 24(4), 288–297.

จตุพร ดวงศรี, และอรัญ ซุยกระเดื่อง. (2566). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือประกอบแผนผังความคิดเพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด, 17(1), 102–113.

จิราพร สุขเจริญ. (2567). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านอย่างมีวิจารณญาณโดยใช้กลวิธีเมตาคอกนิชันร่วมกับแผนผังความคิด. Journal of Modern Learning Development, 9(11), 223–228.

จารุณี พรหมอนุมัติ. (2564). การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความโดยใช้เทคนิค SQ3R ร่วมกับแผนผังความคิด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. e-Journal of Education Studies, Burapha University, 3(4), 31–45.

จิราภรณ์ ศรีสุข. (2566). การประเมินเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน. วารสารการวัดและประเมินผลการศึกษา, 12(1), 30–40.

จุฑามาศ อินทร์สว่าง. (2563). การพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนระดับประถมศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์, 31(2), 45–56.

Piaget, J. (1972). The psychology of the child. Basic Books.

Inhelder, B., & Piaget, J. (1958). The growth of logical thinking from childhood to adolescence. Basic Books.

Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Harvard University Press.

Ghaour, M. (2017). Constructivism and social constructivism in the classroom. International Journal of Sciences, 6(5), 106–110.

Massa, S. (2024). The role of scaffolding in student learning. Journal of Educational Psychology, 45(2), 120–135.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-10-30

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย