แนวทางพัฒนาการดำเนินงานชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพครู ในโรงเรียนกลุ่มกรุงเทพกลาง สังกัดกรุงเทพมหานคร

GUIDELINES FOR DEVELOPING THE IMPLEMENTATION OF PROFESSIONAL LEARNING COMMUNITIES IN CENTRAL BANGKOK SCHOOLS UNDER THE BANGKOK METROPOLITAN ADMINISTRATION

ผู้แต่ง

  • นิรุธ อ่อนหัวโทน วิทยาลัยนวัตกรรมทางการศึกษา มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น
  • ชูขวัญ รัตนพิทักษ์ธาดา วิทยาลัยนวัตกรรมทางการศึกษา มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น
  • ภัทระ เธียรสมิทธ์ วิทยาลัยนวัตกรรมทางการศึกษา มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น
  • สวภพ เทพกสิกุล วิทยาลัยนวัตกรรมทางการศึกษา มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น

คำสำคัญ:

แนวทางพัฒนา, ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพครู (PLC), โรงเรียนกลุ่มกรุงเทพกลาง

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการดำเนินงานชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพครูในโรงเรียนกลุ่มกรุงเทพกลาง สังกัดกรุงเทพมหานคร 2) นำเสนอแนวทางพัฒนาการดำเนินงานชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพครูในโรงเรียนกลุ่มกรุงเทพกลาง สังกัดกรุงเทพมหานคร ประชากรที่ใช้ในการวิจัยคือครูในโรงเรียนกลุ่มกรุงเทพกลาง สังกัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 974 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ครูสังกัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 278 คน โดยกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางของเครจซี่และมอร์แกน และใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่นส่วนสภาพปัจจุบันเท่ากับ 0.979 และสภาพที่พึงประสงค์เท่ากับ 0.986 และแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างสำหรับผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 ท่าน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ดัชนีความต้องการจำเป็น (PNI Modified) และการวิเคราะห์เนื้อหา  ผลการวิจัยพบว่า 1) ความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการดำเนินงานชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพครูในภาพรวม สภาพปัจจุบันมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับ "มาก" และสภาพที่พึงประสงค์มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับ "มากที่สุด" โดยดัชนีความต้องการจำเป็น (PNI Modified) เรียงลำดับจากมากไปหาน้อยทั้ง 6 ด้าน ดังนี้คือ ด้านที่มีดัชนีความต้องการจำเป็น (PNI Modified) สูงที่สุด คือ ด้านภาวะผู้นำร่วม (0.38) ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญเร่งด่วนในการพัฒนาตามมาด้วยด้านการทำงานร่วมกันเป็นทีม ด้านโครงสร้างสนับสนุน ด้านการเรียนรู้และพัฒนาวิชาชีพ ด้านวิสัยทัศน์และค่านิยมร่วม ตามลำดับ ส่วนด้านชุมชนกัลยาณมิตรมีค่าดัชนีความต้องการจำเป็นต่ำที่สุด 2) แนวทางพัฒนาการดำเนินงานชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพครูประกอบด้วย 6 ด้าน โดยมีสาระสำคัญ คือการสร้างระบบพี่เลี้ยงและกัลยาณมิตร สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางจิตวิทยาเพื่อให้ครูกล้านำเสนอจุดอ่อนอย่างจริงใจ ร่วมกันออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก  พร้อมทั้งมีระบบสังเกตการสอนและสะท้อนผลเพื่อเก็บข้อมูลเชิงประจักษ์จากผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนเป็นหลักฐานความสำเร็จ และการสร้างคลังความรู้รวมถึงคลังนวัตกรรมการให้คำปรึกษา และแนวปฏิบัติการสอน

เอกสารอ้างอิง

ชัยชนะการ เลี้ยงอำนวย. (2566). แนวทางการพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของโรงเรียนศรีวิชัยวิทยา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครปฐม. การค้นคว้าอิสระศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ธัญญาณี ตีพลงาม. (2566). แนวทางการพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพที่มีประสิทธิผลสำหรับสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษามหาสารคาม. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต.มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น (ฉบับปรับปรุงใหม่).พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.

ปริศนา วิโนสุยะ. (2562). การศึกษาสภาพและแนวทางการพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 38 จังหวัดตาก. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยนเรศวร.

วัชรพร แสงสว่าง. (2563). การพัฒนาแนวทางการส่งเสริมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายโสธร เขต 2. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต.มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

สุบิน ยุระรัช. (2565, มกราคม-กรกฎาคม). ทำไมต้องลิเคิร์ต?. วารสารนวัตกรรมและการจัดการ, 7(1), 152.

สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร. (2568). สถิติข้าราชการครูกรุงเทพมหานคร ปีการศึกษา 2568 จำแนกตามเพศ วุฒิการศึกษา และตำแหน่ง. [Online]. Available: https://bemis.bangkok.go.th/opendataapi/OpenDataApiDetail?id=27.[2568, กันยายน 12].

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579. กรุงเทพฯ : พริกหวาน กราฟฟิค.

สำนักทดสอบทางการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2561). แนวทางการประเมินคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา ระดับปฐมวัย ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานศูนย์การศึกษาพิเศษ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล กรุงเทพมหานคร. (2566). แผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ระยะ 20 ปี ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2566–2570). กรุงเทพมหานคร: สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล กรุงเทพมหานคร.

อมตา จงมีสุข. (2563). การพัฒนาแนวทางการดำเนินงานชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 3. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยรังสิต.

Cronbach, L. J. (1990). Essentials of psychological testing (5th ed.). New York : Harper & Row.

DuFour, R., et al. (2010). Revisiting professional learning communities at work: New insights for improving schools. Teacher Librarian, 37(4), 75.

Hord, S. M. (1997). Professional learning communities: Communities of continuous inquiry and improvement. Austin : Texas: Southwest Educational Development Laboratory.

Kools, M., & Stoll, L. (2016). What makes a school a learning organisation?. OECD Education Working. [Online].137. Available: http://dx.doi.org/10.1787/5jlwm62b3bvh-en. [2025, September 20].

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.

Thigpen, D. (2024). Assessing the fidelity of school-level professional learning community implementation. International Journal of Education Policy and Leadership, 19(3), 45–62.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-10-30

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย