การศึกษาหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัลที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 1
A STUDY OF GOOD GOVERNANCE PRINCIPLES OF SCHOOL ADMINISTRATORS IN THE DIGITAL ERA AFFECTING TEACHERS’ PERFORMANCE EFFICIENCY UNDER PHICHIT PRIMARY EDUCATIONAL SERVICE AREA OFFICE 1
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล 2) ศึกษาระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของครู 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างหลักธรรมาภิบาลกับประสิทธิภาพ การปฏิบัติงานของครู และ 4) สร้างสมการพยากรณ์หลักธรรมาภิบาลที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของครู กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา 73 คน และครู 278 คน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 1 ปีการศึกษา 2568 โดยใช้ตารางเครตซี่และมอร์แกน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือแบบสอบถาม มีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามเท่ากับ .974
ผลการวิจัยพบว่า 1) หลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยหลักนิติธรรมมีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาคือ หลักความมีส่วนร่วม หลักความคุ้มค่าและหลักความโปร่งใสอยู่ในระดับมาก และหลักความรับผิดชอบ รวมถึงหลักความเสมอภาคและความเป็นธรรมมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด 2) ประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของครูโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยด้านคุณภาพของงาน และด้านความรู้และทักษะมีค่าเฉลี่ยสูงสุด ขณะที่ด้านปริมาณงาน ด้านการบริหารทรัพยากร และด้านนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด 3) ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรมีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับสูงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่าง 0.338–0.564 โดยหลักความคุ้มค่ามีความสัมพันธ์สูงสุด และหลักความโปร่งใส ต่ำสุด 4) ผลการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ พบว่า หลักความคุ้มค่า (X4) หลักความเสมอภาคและความเป็นธรรม (X5) หลักนิติธรรม (X6) และหลักความโปร่งใส มีนัยสำคัญทางสถิติ โดยมีค่า R = 0.612, R² = 0.374 และค่าความคลาดเคลื่อนมาตรฐานเท่ากับ 0.360 สามารถเขียนสมการพยากรณ์ได้ดังนี้ Y^ = 2.517 + 0.338(X4) + 0.179(X5) + 0.167(X6) - 0.240(X1)
และในรูปคะแนนมาตรฐานคือ
Z^y = (-0.314)Zx1 + (0.437)Zx4 + (0.249)Zx5 + (0.203)Zx6
โดยตัวแปรที่มีอิทธิพลสูงสุดคือ หลักความคุ้มค่า รองลงมาคือ หลักความเสมอภาคและความเป็นธรรม หลักนิติธรรม และหลักความโปร่งใส ขณะที่หลักความรับผิดชอบและหลักความมีส่วนร่วมไม่มีนัยสำคัญทางสถิติใน การพยากรณ์
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2562). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545, (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553 และ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขาธิการ สภาการศึกษา.
ชูศรี วงศ์รัตนะ. (2553). เทคนิคการใช้สถิติเพื่อการวิจัย (พิมพ์ครั้งที่ 12) กรุงเทพฯ : ไทเนรมิตกิจ อินเตอร์ โปร เกรสซิฟ.
ถวิลวดี บุรีกุล.(2561), หลักธรรมาภิบาลจากแนวคิดสู่การปฏิบัติในสังคมไทย.กรุงเทพฯ: สถาบันพระปกเกล้า.
ทรงพล เจริญคำ. (2563). หลักการและทฤษฎีการบริหารการศึกษา. กรุงเทพฯ: โอ เอส พริ้นติ้งเฮาส์
รัชยา ภักดีจิตต์. (2557). ธรรมาภิบาลเพื่อการบริหารภาครัฐและเอกชน .กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย.
รัตนาภรณ์ ส่งเสริม และสุวิมล โพธิ์กลิ่น. (2559). การบริหารโรงเรียนตามหลักธรรมาภิบาลของ
ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 4.
วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาการบริหารการศึกษา, คณะครุศาสตร์, มหาวิทยาลัยราชภัฏ อุบลราชธานี.
สำนักงานคณะกรรมการการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.).(2555).หลักธรรมาภิบาลของการบริหาร กิจการบ้านเมือง ที่ดี.กรุงเทพฯ:สำนักพิมพ์คณะรัฐมนตรีและราชกิจจานุเบกษา.
Peterson, E., & Plowman, E. G. (1989). Business organization and management.Homewood, Illinois:








