การจัดการเรียนรู้เชิงสืบเสาะผ่านประสบการณ์จริงร่วมกับวิธีแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ เรื่องวัสดุ เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
INQUIRY-BASED EXPERIENTIAL LEARNING INTEGRATED WITH SCIENTIFIC PROBLEM-SOLVING ON THE TOPIC OF MATERIALS TO ENHANCE SCIENCE PROCESS SKILLS OF GRADE 4 STUDENTS
คำสำคัญ:
การเรียนรู้แบบสืบเสาะ, การเรียนรู้จากประสบการณ์จริง, วิธีการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์บทคัดย่อ
บทความวิจัยเรื่องการจัดการเรียนรู้เชิงสืบเสาะผ่านประสบการณ์จริงร่วมกับวิธีแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ เรื่องวัสดุ เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 วัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้ 2) เพื่อเปรียบเทียบทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ 3) เพื่อเปรียบเทียบทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์กับเกณฑ์ 70 และ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน กลุ่มเป้าหมายในการวิจัยได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดตันติการาม มิตรภาพที่ 109 อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ทั้งนี้เพื่อให้นักเรียนเกิดประสบการณ์จริงผ่านการสำรวจและทดลองกับวัสดุในชีวิตประจำวันรอบ ๆ ตัวนักเรียน เพื่อพัฒนาทักษะด้านการสังเกต การทดลอง และการลงความเห็นจากข้อมูล กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 21 คน ซึ่งได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง และมีการทดลองใช้เครื่องมือ (Try-Out) กับนักเรียนจำนวน 12 คน ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1) แผนการจัดการเรียนรู้เชิงสืบเสาะผ่านประสบการณ์จริงร่วมกับวิธีแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ เรื่องวัสดุ 2) แบบทดสอบทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ก่อนเรียน – หลังเรียน 3) แบบประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การหาประสิทธิภาพ (E1/E2) พัฒนาการสัมพัทธ์ สถิติ One Sample T-test และ Pair Sample T-Test
ผลการศึกษาพบว่า 1) ประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้มีประสิทธิภาพเท่ากับ 83.52/80.71 สูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนด 2) ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 83.52 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 70 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ พัฒนาการสัมพัทธ์เท่ากับ 67.44% อยู่ในระดับสูง และ 4) ความพึงพอใจของนักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก (M=4.08, SD=0.87)
เอกสารอ้างอิง
กมลวรรณ ศรีสุข. (2562). การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเพื่อพัฒนาทักษะการคิดแก้ปัญหาในระดับประถมศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์, 30(2), 45-58.
ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (2556). การทดสอบประสิทธิภาพสื่อหรือชุดการสอน. วารสารศิลปกกรศึกษาศาสตร์วิจัย, 5(1), 7-20.
ชลธิชา นิลวรรณ. (2563). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบสืบเสาะ (5E). วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ทิศนา แขมมณี. (2560). ศาสตร์การสอน : องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
บุญชม ศรีสะอาด. (2556). การวิจัยเบื้องต้น. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.
ศิริชัย กาญจนวาสี. (2556). ทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิม (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุคนธ์ สินธพานนท์. (2558). การจัดการเรียนรู้ของครูยุคใหม่เพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ : 9119 เทคนิคพริ้นติ้ง.
Dewey. J. (1938). Experience and education. New York: Macmillan.
Freeman, S., Eddy, S. L., McDonough, M., Smith, M. K., Okoroafor, N., Jordt, H., & Wenderoth, M. P. (2014). Active learning increases student performance in science, engineering, and mathematics. Proceedings of the National Academy of Sciences, 111(23), 8410-8415.
Furtak E. M., Seidel, T., Iverson, H., & Briggs, D. C. (2012). Experimental and quasi-experimental studies of inquiry-based science teaching: A meta-analysis. Review of Educational Research, 82(3), 300-329
Kolb, D. A. (1984). Experiential learning: Experience as the source of learning and development. Englewood Cliffs. Prentice-Hall.
Likert, R. (1932). A technique for the measurement of attitudes. Archives of Psychology, 140, 1–55.








