การประเมินโดยใช้รูบริกในการส่งเสริมทักษะการรู้สารสนเทศของนักศึกษาสาขาวิชาบริหารธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการ: กรณีศึกษา รายวิชาสัมมนาทางบริหารธุรกิจ
RUBRIC-BASED ASSESSMENT FOR ENHANCING INFORMATION LITERACY SKILLS OF BUSINESS ADMINISTRATION AND ENTREPRENEURSHIP STUDENTS: A CASE STUDY OF THE BUSINESS ADMINISTRATION SEMINAR COURSE
คำสำคัญ:
การรู้สารสนเทศ, การประเมินแบบ Rubric, CRAAP Test, สัมมนาทางบริหารธุรกิจ, การเรียนรู้เชิงรุกบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาทักษะการรู้สารสนเทศของนักศึกษาก่อนและหลังเรียนรายวิชาสัมมนาทางบริหารธุรกิจ 2) วิเคราะห์ผลการเรียนรู้จากการใช้การประเมินแบบรูบริก และ 3) ศึกษาการรับรู้และความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการประเมินแบบรูบริก เป็นการวิจัยในชั้นเรียนแบบผสมวิธี ประชากร คือ นักศึกษาสาขาวิชาบริหารธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการ มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร ภาคการศึกษาที่ 2/2568 จำนวน 22 คน ศึกษาจากประชากรทั้งหมด ผู้เข้าร่วมจริง 18 คน เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยเกณฑ์รูบริกสำหรับกิจกรรมการเรียนรู้ 7 กิจกรรมที่จัดลำดับแบบเสริมต่อยอด (Scaffolding) จากทักษะการสืบค้นพื้นฐานไปจนถึงทักษะการบูรณาการเป็นรายงานสัมมนาเชิงวิเคราะห์ บูรณาการเกณฑ์ CRAAP Test ซึ่งเป็นเกณฑ์ประเมินความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูล 5 ด้าน ได้แก่ ความทันสมัย (Currency) ความเกี่ยวข้อง (Relevance) ความน่าเชื่อถือของผู้เขียน (Authority) ความถูกต้อง (Accuracy) และวัตถุประสงค์ของการเผยแพร่ (Purpose) เข้าเป็นเกณฑ์ย่อยในรูบริก ซึ่งเป็นนวัตกรรมของการศึกษาครั้งนี้ที่แตกต่างจากรูบริกทั่วไปที่มุ่งเน้นเฉพาะคุณภาพผลงาน โดยรูบริกในการศึกษาครั้งนี้เน้นให้นักศึกษาประเมินความน่าเชื่อถือ แหล่งที่มา และความทันสมัยของแหล่งข้อมูลอย่างเป็นระบบ พร้อมข้อมูลป้อนกลับรายบุคคล แบบประเมินตนเองก่อนและหลังเรียน และแบบสอบถามการรับรู้และความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติ Wilcoxon Signed-Rank Test และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า 1) ทักษะการรู้สารสนเทศหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 ทุกด้าน ค่าเฉลี่ยภาพรวมเพิ่มขึ้นจาก 2.05 เป็น 4.07 ด้วยขนาดอิทธิพลใหญ่มาก (Cohen's d = 2.88) โดยทักษะที่มีค่าเฉลี่ยการพัฒนาสูงสุด คือ การประเมินความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูล (ผลต่าง +2.33) ซึ่งสะท้อนจุดแข็งของการบูรณาการเกณฑ์ CRAAP Test เข้ากับรูบริก 2) ค่าเฉลี่ยร้อยละของคะแนนกิจกรรมเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 65.5 เป็นร้อยละ 97.8 ขณะที่ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานลดลงจาก 1.87 เหลือ 0.27 ซึ่งสะท้อนว่า ข้อมูลป้อนกลับรายบุคคลช่วยลดความแตกต่างระหว่างผู้เรียน และข้อมูลเชิงคุณภาพยืนยันการเปลี่ยนพฤติกรรมการสืบค้นสู่ฐานข้อมูลวิชาการ และ 3) นักศึกษามีการรับรู้ต่อรูบริกในระดับมากที่สุด (μ = 4.66) และมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด (μ = 4.74) ผลการวิจัยบ่งชี้ว่า การประเมินแบบรูบริกร่วมกับเกณฑ์ CRAAP Test และการจัดกิจกรรมแบบเสริมต่อยอดสามารถส่งเสริมทักษะการรู้สารสนเทศของนักศึกษาระดับอุดมศึกษาได้อย่างมีประสิทธิผล
เอกสารอ้างอิง
กาญจนา คำสมบัติ. (2562). การรู้สารสนเทศและการรับรู้ความสามารถตนเองของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. รายงานการวิจัย. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
จันทกานต์ พันเลียว. (2562). การพัฒนาทักษะการรู้สารสนเทศในรายวิชาโครงงานสารสนเทศศาสตร์ของนิสิตระดับปริญญาตรี คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
จารุณีย์ นิมิตศิริวัฒน์ และคณะ. (2567). การศึกษาแนวคิดร่วมสร้างรูบริคเพื่อประเมินแบบก่อสร้าง. วารสารสถาปัตยกรรม การออกแบบและการก่อสร้าง, 6(3), 28-43.
ดวงแก้ว เงินพูลทรัพย์ และชุติมา สัจจานันท์. (2563). การพัฒนาโมเดลการพัฒนาทักษะการรู้สารสนเทศของนักศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาวารสารศาสตร์. วารสารครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 48 (2), บทความที่ 6.
นพรุจ นาคบุรี และอุ่นเรือน เล็กน้อย. (2568). การใช้ปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้าง (Generative AI) อย่างมีจริยธรรมในการทำวิจัยและการเขียนทางวิชาการเพื่อการตีพิมพ์ของนิสิตนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาในกรุงเทพมหานครตามแนวคิด AI Literacy. วารสารวิจยวิชาการ, 8(5), 319–340. https://doi.org/10.14456/jra.2025.125
ภคพร อำมาตย์มณี ชุ่มอินทรจักร์. (2559). พฤติกรรมการรู้สารสนเทศเพื่อการศึกษาของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์. รายงานการวิจัย. มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.
รัตนาภรณ์ ทรงนภาวุฒิกุล. (2560). การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ด้วยการให้คะแนนแบบรูบริค: Scoring Rubrics. วารสารบัณฑิตวิทยาลัย, 12(1), 1-14.
Al-kfairy, M., Mustafa, D., Kshetri, N., Insiew, M., & Alfandi, O. (2024). Ethical challenges and solutions of generative AI: An interdisciplinary perspective. Informatics, 11(3), 58. https://doi.org/10.3390/informatics11030058
American Library Association. (1989). Presidential Committee on Information Literacy: Final Report. Chicago : American Library Association.
Andrade, H. and Du, Y. (2005). Student perspectives on rubric-referenced assessment. Practical Assessment, Research, and Evaluation, 10(1), Article 3.
Association of College and Research Libraries. (2016). Framework for Information Literacy for Higher Education. [Online]. Available : http://www.ala.org/acrl/standards/ilframework. [2569, มีนาคม 15].
Bashir, I., et al. (2025). From info seeker to startup superhero: How information literacy influences entrepreneurial intention and skills among business students. Administrative Sciences, 15 (7), 239.
Basili, C., et al. (2022). The role of policies on teaching information literacy in higher education: A comparative study in Italy and Thailand. The International Information & Library Review, 54(4), 354-371.
Blakeslee, S. (2004). The CRAAP test. LOEX Quarterly, 31(3), Article 4.
Mughari, S., et al. (2023). Effect of information literacy on academic performance of business students in Pakistan. Libri, 73, 355-368.
Stevens, D. D. and Levi, A. J. (2005). Introduction to Rubrics: An Assessment Tool to Save Grading Time, Convey Effective Feedback, and Promote Student Learning. Sterling : Stylus Publishing.
Vygotsky, L. S. (1978). Mind in Society: The Development of Higher Psychological Processes. Cambridge : Harvard University Press.








