ผลการใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับการสอน ทักษะปฏิบัติของเดวีส์ เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านบทร้อยแก้ว สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
EFFECTIVENESS OF USING INTERACTIVE E-BOOKS IN CONJUNCTION WITH DAVIES' PRACTICAL SKILLS INSTRUCTION INPROMOTING PROSE READING SKILLS FOR FIFTH-GRADE STUDENTS
คำสำคัญ:
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบมีปฏิสัมพันธ์, ทักษะปฏิบัติของเดวีส์, ทักษะการอ่านบทร้อยแก้ว, ความพึงพอใจบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับการสอนทักษะปฏิบัติของเดวีส์ เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านบทร้อยแก้ว สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 2) เพื่อศึกษาผลการใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับการสอนทักษะปฏิบัติของเดวีส เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านบทร้อยแก้วสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับการสอนทักษะปฏิบัติของเดวีส์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/4 โรงเรียนวัดเทพลีลา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 ซึ่งได้มาโดยวิธีการสุ่มอย่างง่ายด้วยวิธีจับสลาก จำนวน 40 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) หนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับการสอนทักษะปฏิบัติของเดวีส์ 2) แบบประเมินคุณภาพหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 3) แบบประเมินการวัดทักษะการอ่านบทร้อยแก้ว 4) แบบประเมินความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ One Sample t-test
ผลการวิจัยพบว่า 1) หนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับการสอนทักษะปฏิบัติของเดวีส์ มีคุณภาพอยู่ในระดับดีมาก (M = 4.94, SD = 0.49) ด้านสื่อ (M = 4.97, SD = 0.18) และด้านเนื้อหา ( M = 4.90, SD = 0.31) 2) ทักษะการอ่านบทร้อยแก้วสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 พบว่า หลังเรียนด้วยหนังสืออิเล็กทรอนิกส์มีทักษะการอ่าน คิดเป็นร้อยละ 82.66 สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 ที่กำหนดไว้อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3) ความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบมีปฏิสัมพันธ์ อยู่ในระดับมากที่สุด (M = 4.66, SD = 0.47)
เอกสารอ้างอิง
ทิศนา แขมมณี. (2550). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดการกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
บุญชม ศรีสะอาด. (2557). การวิจัยเบื้องต้น .กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น
ธีรเดช บุญเลิศ, พิทยวัฒน พันธะศรี และ ณัฎฐชัย จันทชุม. (2568). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดของ เดวีส์เพื่อส่งเสริมทักษะปฏิบัติขลุ่ยเพียงออสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. (เอกสารวิจัย/บทความ).
พิชชาพร วรรณวัตน์, สุธิวัชร ศุภลักษณ์ และ เพียงเพ็ญ จิรชัย. (2567). การพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบGPAS เพื่อพัฒนาความสามารถด้านการอ่าน เรื่อง วรรณยุกต์ไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1. (เอกสารวิจัย/บทความ).
พิมพันธ์ เดชะคุปต์ และ พเยาว์ ยินดีสุข. (2560). ทักษะ 7C ของครู 4.0. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย.
ยุทธชัย เหลาทอง และ ยาใจ พงษ์บริบูรณ์. (2564). การพัฒนาทักษะการเป่าขลุ่ยเพียงออ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนทักษะปฏิบัติของเดวีส์. (เอกสารวิจัย/บทความ).
สุจิตรา เขียวศรี. (2561). การพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เชิงปฏิสัมพันธ์เพื่อสนับสนุนทักษะการอ่านของนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลายที่มีความบกพร่องทางการอ่าน. (วิทยานิพนธ์).
อัมพร สุขเกษม. (2550). การอ่านหนังสือ. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
อรบุษย์ บุษย์เพชร และคณะ. (2567). การพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงร้อยแก้วโดยใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุกร่วมกับหนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด “เล่าขานนิทานใต้” และ Matching Game สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. (ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย). มหาวิทยาลัยทักษิณ.
Afifah, H., & Zulherman. (2023). ศึกษาเรื่อง อีบุ๊กแบบ FlipHTML5 ที่ช่วยเสริมสร้างแรงจูงใจให้แก่นักเรียนระดับประถมศึกษา. (Research study).








