กระบวนการพัฒนาสมรรถนะจิตอาสาในการสอนสมาธิ ตามแนวทางหลวงพ่อวิริยังค์ ในพื้นที่วัดบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี

THE DEVELOPING PROCESS OF VOLUNTEER COMPETENCEY FOR MENTAL WILL POWER FOLLOWING THE TEACHING OF LUANG POR WIRIYANGK IN THE AREA OF BANG BUA THONG TEMPLE, NONTHABURI PROVINCE

ผู้แต่ง

  • จุรีรัตน์ ไพเราะ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

คำสำคัญ:

กระบวนการพัฒนา, สมรรถนะ, จิตอาสา

บทคัดย่อ

จากการวิจัยเรื่อง กระบวนการพัฒนาสมรรถนะจิตอาสาในการสอนสมาธิ ตามแนวทางหลวงพ่อวิริยังค์ ในพื้นที่วัดบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี มีวัตถุประสงค์ 3 ข้อ 1) เพื่อศึกษากระบวนการพัฒนาสมรรถนะจิตอาสา ในการสอนสมาธิตามแนวทางหลวงพ่อวิริยังค์ฯ ในพื้นที่วัดบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี 2) เพื่อออกแบบกระบวนการพัฒนาสมรรถนะจิตอาสา ในการสอนสมาธิตามแนวทางหลวงพ่อวิริยังค์ ในพื้นที่วัดบางบัวทอง  จังหวัดนนทบุรี และ 3) เพื่อประเมินกระบวนการพัฒนาสมรรถนะจิตอาสา ในการสอนสมาธิตามแนวทางหลวงพ่อวิริยังค์ ในพื้นที่วัดบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ใช้วิธีวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 17 คน โดยวิเคราะห์เนื้อหานำเสนอ  เชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า 1) การศึกษากระบวนการพัฒนาสมรรถนะจิตอาสาในการสอนสมาธิ ตามแนวทางหลวงพ่อวิริยังค์ ในวัดบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี พบว่า กระบวนการพัฒนามีองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ ศีล สมาธิ ปัญญา ร่วมกับหลักสังคหวัตถุ 4 และพรหมวิหาร 4 โดยดำเนินการเป็นขั้นตอนตั้งแต่การคัดเลือก การอบรม การฝึกปฏิบัติ และการสะท้อนผล เพื่อพัฒนาสมรรถนะจิตอาสาในการสอนสมาธิอย่างเป็นระบบ และส่งเสริมการพัฒนาตนเองและการทำงานเป็นทีม 2) การออกแบบกระบวนการพัฒนาสมรรถนะจิตอาสา พบว่า ได้จัดทำชุดกิจกรรมจำนวน 4 กิจกรรม ภายใต้ LOVE MODEL ได้แก่ Learning, Offering, Virtue และ Enlightenment โดยเน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์ การมีส่วนร่วม และการสะท้อนผล มีโครงสร้างที่ชัดเจน ครอบคลุมวัตถุประสงค์ วิธีการ ขั้นตอน สื่อ และการประเมินผล เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะด้านความรู้ ทักษะ และเจตคติในการสอนสมาธิ 3) การประเมินกระบวนการพัฒนาสมรรถนะจิตอาสา พบว่า เมื่อทดลองใช้ชุดกิจกรรมกับกลุ่มจิตอาสา ผู้เข้าร่วมมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการสอนสมาธิเพิ่มขึ้น มีทักษะการสอนที่ชัดเจน เกิดทัศนคติที่ดี มีความเสียสละ สามารถทำงานเป็นทีม และมีความมั่นใจในการถ่ายทอดสมาธิได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ จากการประเมินความพึงพอใจของผู้เข้ารับการฝึกอบรม พบว่า มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจโดยรวมอยู่ที่ร้อยละ 54.12 ซึ่งอยู่ในระดับปานกลาง สะท้อนให้เห็นว่ากระบวนการพัฒนาสามารถส่งเสริมการเรียนรู้และการพัฒนาผู้เข้าร่วมได้ในระดับที่เหมาะสม และสามารถนำไปปรับปรุงพัฒนากระบวนการฝึกอบรมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป

เอกสารอ้างอิง

ชลธิชา รักงาน. (2560). จิตอาสากับการพัฒนาสังคม. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์วิถีธรรม.

ธัญลักษณ์ ศรีสง่า. (2569, ตุลาคม 14). จิตวิวัฒน์: จิตอาสาข้ามพรมแดน ในมติชน. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา:https://www.matichon.co.th. [2569, ตุลาคม 14].

พระธรรมมงคลญาณ (วิริยังค์ สิรินฺธโร). (2560). หลักสูตรครูสมาธิ เล่ม 2. พิมพ์ครั้งที่ 15. กรุงเทพฯ: ประชาชน.

พระเทพเจติยาจารย์ (วิริยังค์ สิรินฺธโร). (2527). ชีวิตคือการต่อสู้. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: ส.น.พ.พิฆณี.

Bandura, A. (1977). Social Learning Theory. Englewood Cliffs, NJ: Prentice Hall.

Hornby, A. S. (2005). Oxford advanced learner’s dictionary. 7th ed. Oxford University Press.

Kolb, D. A. (1984). Experiential Learning: Experience as the Source of Learning and Development : Prentice Hall.

Reginald A. Ray. (2026). Awakening the Heart: A Somatic Training in Bodhicitta. [Online]. Available: https://www.soundstrue.com/blogs/authors/reginald-a-ray [2026, May 17].

Vygotsky, L. S. (1978). Mind in Society: The Development of Higher Psychological Processes :Harvard University Press.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-30

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย