การศึกษาความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับรูปสามเหลี่ยม รูปหลายเหลี่ยม และวงกลม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ตามแนวคิด คณิตศาสตร์เชิงวิศวกรรมที่สอดคล้องกับชีวิตจริง
A STUDY OF MATHEMATICAL PROBLEM SOLVING ABILITY ON TOPIC PROBLEMS ABOUT TRIANGLES POLYGONS AND CIRCLES OF GRADE 6 STUDENTS USING THE REALISTIC MATHEMATICS ENGINEERING LEARNING MODEL.
คำสำคัญ:
ความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์, การศึกษาคณิตศาสตร์ที่สอดคล้องกับชีวิตจริง การออกแบบเชิงวิศวกรรม, รูปแบบการเรียนรู้ตามแนวคิดคณิตศาสตร์เชิงวิศวกรรมที่สอดคล้องกับชีวิตจริงบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับรูปสามเหลี่ยม รูปหลายเหลี่ยม และวงกลมของนักเรียนชั้นประศึกษาปีที่ 6 โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ตามแนวคิดคณิตศาสตร์เชิงวิศวกรรมที่สอดคล้องกับชีวิตจริงระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน 2) เปรียบเทียบความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับรูปสามเหลี่ยม รูปหลายเหลี่ยม และวงกลม ของนักเรียนชั้นประศึกษาปีที่ 6 โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ตามแนวคิดคณิตศาสตร์เชิงวิศวกรรมที่สอดคล้องกับชีวิตจริง ระหว่างหลังเรียนกับเกณฑ์ร้อยละ 60 ประชากรในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา เขต 1 จำนวน 15 ห้องเรียน นักเรียนจำนวน 557 คน กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/15 จำนวน 37 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random sampling) โดยที่แต่ละห้องจัดเป็นแบบคละความสามารถ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ตามแนวคิดคณิตศาสตร์เชิงวิศวกรรมที่สอดคล้องกับชีวิตจริงเรื่อง โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับรูปสามเหลี่ยม รูปหลายเหลี่ยม และวงกลมของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 8 แผน และเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลได้แก่ แบบวัดความสามารถ ในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับรูปสามเหลี่ยม รูปหลายเหลี่ยม และวงกลม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เป็นแบบทดสอบอัตนัย จำนวน 8 ข้อ ได้ค่าความเชื่อมั่นของแบบวัดความสามารถ ในการแกปญหาทางคณิตศาสตร์ทั้งฉบับเท่ากับ 0.80 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบที (t-test) ผลการศึกษาพบว่า1) ความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เรื่อง โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับรูปสามเหลี่ยม รูปหลายเหลี่ยม และวงกลม หลังจากได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ตามแนวคิดคณิตศาสตร์เชิงวิศวกรรมที่สอดคล้องกับชีวิตจริงสูงกว่าก่อนได้รับการจัดการเรียนรู้ มีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 4.73 และมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 14.03 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 6 เรื่อง โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับรูปสามเหลี่ยม รูปหลายเหลี่ยม และวงกลม หลังจากได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ตามแนวคิดคณิตศาสตร์เชิงวิศวกรรมที่สอดคล้องกับชีวิตจริงสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 60 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). ตัวชี้วัดและสาระแกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
ศูนย์ดำเนินงาน PISA แห่งชาติสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2564). ผลการประเมิน PISA 2018 การอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์. กรุงเทพฯ: สสวท.
สำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561-2580 (ฉบับราช กิจจานุเบกษา). สืบค้นเมื่อ 8 พฤษภาคม 2565, จาก http://drive.google.com/file/d/ 1XSBMp8OCsauJqECO -XZLB91-cRrNsEV/view.
De Lange, J. (1987). Mathematics, insight and meaning. Utrecht: OW & OC.
Fauzan, A, Musdi, E, & Yani, R. P. (2018). The influence of Realistic Mathematics Education (RME) approach on students’ mathematical representation ability. 1st International Conference on Education Innovation (ICEI 2017). Advances in 90 Social Science, Education and Humanities Research, 173, 9-12. https://doi.org/10.2991/icei-17.2018.3
Freudenthal, H. (1991). Revisiting Mathematics Education: China Lectures. Dordechf: Kluwer Academic.
Gravemeijer, K. G. (1994). Educational development and developmental research in mathematics education. Journal for Research in Mathematics Education, 25(5), pp. 443-471.
Gravemeijer, K. P. E. & Terwel, J. (2000). Hans Freudenthal a mathematician on didactics and curriculum theory. Journal of Curriculum Studies, 32(6), pp. 777-796.
ITEA (2007). Standards for technological literacy: Content for the study of technology (3rd ed.). International Technology Education Association.
Kennedy, L. M. & Tipps, S. (1994). Guiding children’ learning of mathematics. Belmont, California: Adsworth.
Nurmasari, L., Budiyono, Nurkamto, J., & Ramli, M. (2024). Realistic Mathematics Engineering for
improving elementary school students’ mathematical literacy. Journal on Mathematics Education, 15(1), 1-26. http://doi.org/10.22342/jme.v15i1.pp1-26
Van den Heuvel-Panhuizen, M. (2000). Mathematics education in the Netherlands: A guided tour. Freudenthal Institute Cd-rom for ICME9. Utrecht: Utrecht University.








