การศึกษาความต้องการจำเป็นในการพัฒนาหลักสูตรการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษารูปแบบการเรียนการสอนออนไลน์

A STUDY OF THE NEEDS ASSESSMENT FOR DEVELOPING A MASTER'S DEGREE PROGRAM IN EDUCATIONAL INNOVATION AND TECHNOLOGY IN ONLINE TEACHING FORMAT

ผู้แต่ง

  • ดำรัส อ่อนเฉวียง มหาวิทยาลัยบูรพา https://orcid.org/0000-0002-5598-4620
  • ดวงพร ธรรมมะ มหาวิทยาลัยบูรพา

คำสำคัญ:

ความต้องการจำเป็น, การศึกษามหาบัณฑิต, นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษา, รูปแบบออนไลน์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการจำเป็นในการพัฒนาหลักสูตรการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษาในรูปแบบการเรียนการสอนออนไลน์ 2) เสนอแนวทางการพัฒนาหลักสูตรการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษารูปแบบการเรียนการสอนออนไลน์ กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยได้แก่ 1) ผู้ทรงคุณวุฒิด้านเทคโนโลยีการศึกษาจำนวน 17  ท่าน ได้มาโดยความสมัครใจของผู้ให้ข้อมูล 2) บุคคลทั่วไปที่สนใจทำแบบสอบถาม ได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย จำนวน จำนวน 422 คน โดยความสมัครใจ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1) แนวคำถามปลายเปิดสำหรับสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิด้านเทคโนโลยีการศึกษา 2) แบบสอบถามความต้องการจำเป็นเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตรการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษารูปแบบการเรียนการสอนออนไลน์ สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) ค่าเฉลี่ย 2) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ3) ดัชนีความต้องการจำเป็น(PNImodified)
            ผลการวิจัยพบว่า 1)ผลการศึกษาความต้องการจำเป็นในการพัฒนาหลักสูตรการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมและ เทคโนโลยีการศึกษาในรูปแบบการเรียนการสอนออนไลน์ มีค่าดัชนีความต้องการจำเป็น(PNImodified)เท่ากับ 0.42 2)ผลการศึกษาแนวทางการพัฒนาหลักสูตรการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษา รูปแบบการเรียนการสอนออนไลน์ พบ  6 องค์ประกอบดังนี้ 1)เป้าหมายของหลักสูตรหลักสูตรควรมุ่งผลิตบัณฑิตที่มีสมรรถนะเชิงลึกด้านนวัตกรรม โดยเฉพาะรายวิชาทักษะการสร้างนวัตกรรมดิจิทัล 2)สมรรถนะหลักที่ผู้เรียนพึงมีควรออกแบบผลลัพธ์การเรียนรู้ให้ครอบคลุมการออกแบบ พัฒนา และประเมิน นวัตกรรมการเรียนรู้ 3)รูปแบบการจัดการเรียนการสอนควรใช้รูปแบบผสมผสาน(Hybrid) 4)การวิจัยและการสร้างองค์ความรู้แนวทางการพัฒนาหลักสูตรควรส่งเสริม การวิจัยเชิงนวัตกรรม 5)หลักสูตรควรบูรณาการประเด็นความเป็นพลเมืองดิจิทัลและจริยธรรมดิจิทัล 6)การเชื่อมโยงกับบริบทการทำงานจริง   

เอกสารอ้างอิง

ณรงค์ สงวนคำ. (2562). การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ดำรัส อ่อนเฉวียง. (2565). รายวิชาการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับการเรียนการสอนออนไลน์ (Uses of Digital Technology for Online Instruction) [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก : https://mooc.buu.ac.th/courses/course-v1:BUU+EDU001+2022/about

นนทลี พรธาดาวิทย์. (2559). การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning. กรุงเทพฯ: ทริปเพิ้ลเอ็ดดูเคชั่น

พิชิต ฤทธิ์จรูญ. (2552). หลักการวัดและประเมินผลการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ :เฮ้าส์ ออฟ เคอร์มิสท์.

นนทลี พรธาดาวิทย์. (2559). การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning. กรุงเทพฯ: ทริปเพิ้ลเอ็ดดูเคชั่น

พิชิต ฤทธิ์จรูญ. (2552). หลักการวัดและประเมินผลการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ : เฮ้าส์ ออฟ เคอร์มิสท์.

ประกาศกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ.2565 (2565, 13 พศจิกายน). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 139 ตอนพิเศษ 273 ง. หน้า 16-18.

ประเวศ วะสี. (2557). การเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง. สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน.

สุรศักดิ์ ปาเฮ. (2560). การพัฒนาหลักสูตรเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูในศตวรรษที่ 21. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 40(4), 1–14.

วราภรณ์ ชาติเขียว. (2563). การจัดการเรียนการสอนออนไลน์ในยุคดิจิทัลสำหรับการศึกษาระดับอุดมศึกษา. วารสารเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา, 15(2), 45–60.

สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม. (2564). กรอบมาตรฐานคุณวุฒิ ระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2564. กรุงเทพฯ: สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯ.

Gagné, R. M., Briggs, L. J., & Wager, W. W. (1992). Principles of instructional design (4th ed.). Harcourt Brace Jovanovich.

Kaufman, R. (1998). Strategic thinking: A guide to identifying and solving problems. Human Resource Development Press.

Means, B., Bakia, M., & Murphy, R. (2014). Learning online: What research tells us about whether, when and how. Routledge.

Reeves, T. C. (2006). Design research from a technology perspective. In J. van den Akker, K. Gravemeijer, S. McKenney, & N. Nieveen (Eds.), Educational design research (pp. 52–66). Routledge.

Redecker, C., 2017. European framework for the Digital Competence of Educators: DigCompEdu (No. JRC107466). Joint Research Centre (Seville site).

Ribble, M. (2011). Digital citizenship in education. International Society for Technology in Education.

UNESCO. (2018). ICT competency framework for teachers (Version 3). United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-05-01

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย