การศึกษาความพึงพอใจการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการบริการวิชาการ เรื่อง สนุกคิด พิชิตโค้ดสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดยางเอน (ประชานุเคราะห์)

A STUDY OF SATISFACTION WITH THE “FUN TO THINK, CONQUER CODE” ACADEMIC SERVICE WORKSHOP AMONG GRADE 9 STUDENTS AT WAT YANG EN (PRACHANUKROH) SCHOOL

ผู้แต่ง

  • วรธรรม กลัดล้อม คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
  • ภาณุพงศ์ แผงผล คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
  • สรวิชญ์ เศรษฐวารี คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
  • ศัจกร ทิศหน่อ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
  • รศ.ดร.ภาสกร เรืองรอง คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

คำสำคัญ:

การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ, การศึกษาความพึงพอใจ, บริการวิชาการ

บทคัดย่อ

การวิจัยในครั้งนี้ จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ คือ 1. เพื่อศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการบริการวิชาการ เรื่อง “สนุกคิด พิชิตโค้ด” สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดยางเอน (ประชานุเคราะห์) 2. เพื่อเปรียบเทียบความพึงพอใจที่มีต่อการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการบริการวิชาการ เรื่อง “สนุกคิด พิชิตโค้ด” สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดยางเอน (ประชานุเคราะห์) โดยแบ่งตาม เพศ ของผู้ตอบแบบสอบถาม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดยางเอน (ประชานุเคราะห์) จำนวน 17 คน และผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ครูพี่เลี้ยงและอาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ จำนวน 4 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามความพึงพอใจโครงการอบรม ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม ในแต่ละข้อมีค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 0.67  การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ได้แก่ ค่าร้อยละค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าความแปรปรวนทางเดียวค่า t-test           

            ผลการศึกษาวิจัย พบว่า ความพึงพอใจของผู้เข้ารับการฝึกอบรมในภาพรวมอยู่ในระดับ มาก (=4.44, ร้อยละ=88.83, S.D.=0.56) และผลการเปรียบเทียบความแตกต่างของความพึงพอใจระหว่างชายและหญิงหญิงที่มีต่อการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการบริกาวิชาการ เรื่อง สนุกคิด พิชิตโค้ด สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดยางเอน (ประชานุเคราะห์) ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ดังนั้นจึงปฏิเสธสมมติฐานที่ตั้งไว้

เอกสารอ้างอิง

กนกอร สิงจานุสงค์. (2568). ความพึงพอใจของนักศึกษาภาคพิเศษต่อการใช้บริการสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์. วารสารราชภัฏสุรินทร์วิชาการ, 3(1), 33-54.

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น. (2560). คู่มือการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. กรุงเทพฯ: กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น.

กัลยา วานิชย์บัญชา. (2550). สถิติสำหรับงานวิจัย (พิมพ์ครั้งที่3). ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์.

บุญชม ศรีสะอาด. (2562). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.

ปกรณ์ ประจันบาน. (2552). สถิติขั้นสูงสำหรับการวิจัยและประเมิน (Advanced Statistics for Research andEvaluation). (พิมพ์ครั้งที่ 4). พิษณุโลก: รัตนสุวรรณการพิมพ์.

สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา. (2552). คู่มือการดำเนินงานด้านบริการวิชาการแก่สังคมใน สถาบันอุดมศึกษา. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.

วิจารณ์ พานิช. (2555). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ ในศตวรรษที่ 21 (พิมพ์ครั้งที่ 1). (น.16). สำนักพิมพ์มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์.

Digital Economy Promotion Agency (Depa). (2019, June). หลักสูตรฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ การส่งเสริมการ เรียนรู้ เพื่อพัฒนาทักษะด้านโค้ดดิ้ง สู่สังคมดิจิทัลในอนาคต: ระดับมัธยมศึกษา [Workshop curriculum: Learning promotion to develop coding skills for the future digital society: Secondary level] [PDFdocument]. https://www.depa.or.th/storage/app/media/file/coding2.pdf

Janngew, J., & Jantakoon, J. (2023). The development of learning activities using game-based learning with micro: bit to enhance computational thinking skill for Matthayomsuksa 1 students Pamaiutid 4 School. Journal of Graduate Research, 15(1), 42–48. [in Thai]

Likert, R. (1987). New patterns of management. New York: McGraw-Hill

Wing, J. M. (2006). Computational thinking. Communications of the ACM, 49(3), 33–35. https://doi.org/10.1145/1118178.1118215

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-03-01

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย