การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชานาฏศิลป์ เรื่อง รำแม่บทเล็ก ด้วยการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบ แมโคร โมเดล (MACRO model) สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนชลบุรี "สุขบท"

DEVELOPMENT OF LEARNING ACHIEVEMENT OF DANCE COURSE ON RUM MAE BOT LEK THROUGH MACRO MODEL LEARNING MANAGEMENT FOR MATHAYOMSUKSA 4 STUDENTS CHONBURI SUKKHABOT SCHOOL

ผู้แต่ง

  • กฤติกา พิมพ์พัฒน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
  • ศ. ดร.ชมนาด กิจขันธ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม

คำสำคัญ:

แมโคร โมเดล, วิชานาฏศิลป์, รำแม่บทเล็ก

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ (1) เพื่อพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบแมโคร โมเดล (MACRO model) รายวิชานาฏศิลป์ เรื่องรำแม่บทเล็ก สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนชลบุรี “สุขบท” (2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชานาฏศิลป์ เรื่องรำแม่บทเล็ก ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนชลบุรี “สุขบท” ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้ตามแบบแมโคร โมเดล (MACRO model) (3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ตามแบบแมโคร โมเดล (MACRO model) การวิจัยครั้งนี้เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 โรงเรียนชลบุรี “สุขบท” จำนวน 36 คน ได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยสุ่ม ระยะเวลาในการวิจัย 20 คาบ เครื่องมือที่ใช้วิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบแมโคร โมเดล (MACRO model) โดยมีองค์ประกอบดังนี้ (M motivation) การสร้างแรงจูงใจ แรงบันดาลใจ ความสนใจ และความต้องการในการเรียนรู้ (A active learning) การเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้มีโอกาสได้ความรู้โดยตรง จากการลงมือกระทำด้วยตนเอง ด้วยวิธีการเรียนรู้ที่หลากหลาย จากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ที่หลากหลาย เป็นการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (C conclusion) ผู้เรียนสรุปองค์ความรู้หรือสังเคราะห์สิ่งที่ได้เรียนรู้ตามความคิด ลีลา และภาษาของตนเอง (R reporting) ผู้เรียนสื่อสาร ด้วยการนำเสนอผลการเรียนรู้ด้วยภาษา วิธีการ และเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสม (O obtain) ผู้เรียนนำผลการเรียนรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ ทำการเผยแพร่ความรู้สู่ครอบครัว ชุมชน และสังคม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบวัดทักษะนาฏศิลป์และแบบสอบถามความพึงพอใจ การวิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนีความสอดคล้องของแบบทดสอบ และสถิติทดสอบ t-test แบบไม่เป็นอิสระต่อกัน  ผลการวิจัยพบว่า (1) การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบแมโคร โมเดล (MACRO model) โดยค่าประเมินความเหมาะสมจากผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน อยู่ในระดับ (  = 4.92 ) มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด (2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังจากได้เรียนรู้ตามรูปแบบแมโคร โมเดล (MACRO model) มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 38.03 ส่วนเบี่ยนเบนมาตรฐานเท่ากับ 4.59 ซึ่งสูงกว่าก่อนเรียน มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 23.17 ส่วนเบี่ยนเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.78 เมื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของค่าคะแนนก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ตามแบบแมโคร โมเดล (MACRO model) โดยภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และผลการเปรียบเทียบค่าร้อยละผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมีผลการทดสอบค่า t-test เท่ากับ 19.96 และคิดเป็นร้อยละ 76.06 จากคะแนนเต็มทั้งหมด ซึ่งผลการทดสอบสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 ที่กำหนดไว้ (3) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแบบแมโคร โมเดล (MACRO model) มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.31 โดยค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของค่าคะแนนเฉลี่ย (S.D.) เท่ากับ 0.65 ซึ่งอยู่ในระดับพึงพอใจมาก

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ครุสภาลาดพร้าว.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ครุสภาลาดพร้าว.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2565). นโยบายโรงเรียนคุณภาพ. สืบค้น 25 ตุลาคม 2565. จากhttps://www.facebook.com/

/posts/pfbid0bAwKzq1RUF22zfbyit3dBN8MkYKJoc7wfEraEH4DKoWZE5Q8VMJLhNC6ayZJpMrsl/?mibextid=cr9u03.

เขมวันต์ กระดังงา. (2554). ผลการเรียนด้วยกระบวนการกลุ่มร่วมกับเว็บสนับสนุนการเรียนที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม วิชาการพัฒนาเว็บไชต์เบื้องต้น นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. การค้นคว้าอิสระศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศิลปากร, กรุงเทพฯ.

จิราพรรณ ปิ่นแก้ว. (2559). เอกสารประกอบการสอน รายวิชาพื้นฐานนาฏศิลป์ไทย 2. สาขานาฏศิลป์ไทย, คณะครุศาสตร์, มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี.

ดลชัย อิทรโกสุม. (2564). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวรรณคดี เรื่อง กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า ด้วยการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบ MACRO model ร่วมกับกระบวนการกลุ่ม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต, สาขาวิชาภาษาไทย, มหาวิทยาลัยนเรศวร.

ดิเรก วรรณเศียร. (2558). MACRO model : รูปแบบการจัดการเรียนรู้สำหรับศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต.

ทวีศักดิ์ จินดานุรักษ์. (2560). ครูและนักเรียนในยุคการศึกษาไทย 4.0. วารสาร http:// le-jodil.stou.ac.th, 7 (2), 14 – 29.

ธนพร เลิศโพธาวัฒนา. (2561). การพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาชีววิทยา เรื่อง ยืนและโครโมโซม โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้สำหรับศตวรรษที่ 21: MACRO MODEL ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยรังสิต, ปทุมธานี.

นภัสกร โพธาราม และมนตรี ทองมูล. (2567). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบ MACRO Model ร่วมกับเทคนิค Think-Talk-Write. วารสารวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ศึกษา, 7(2), 333 -344.

พงษ์ธลักษณ์ สิบแก้ว, ธเนศ พงศ์ธีรัตน์ และบียะรัตน์ ชาวอบทม. (2562). เจตคติต่อการจัดการเรียนรู้แบบ MACRO เรื่อง ระบบประสาท ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. งานประชุมวิชาการระดับชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต ประจำปี 2562, หน้า 677 - 686.

พรนภา แดนนานารถ และมณฑา ชุ่มสุคนธ์. (2566). การพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ โดยใช้รูปแบการจัดการเรียนรู้แบบ MACRO model ร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์ รายวิชา ส14101 สังคมศึกษา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสิงห์สะอาด. วารสารการบริหารการศึกษา มมร.วิทยาเขตร้อยเอ็ด, 3(2), 81 - 89.

พิมพ์วดี จันทรโกศล. (2557). กระบวนการถ่ายทอดนาฏศิลป์ไทยในโรงเรียนมัธยมศึกษาภาคตะวันออก. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, สาขาวิชาการศึกษาและการพัฒนาสังคม, คณะศึกษาศาสตร์, มหาวิทยาลัยบูรพา.

พิเดช ปรางทอง. (2565). ศาสตร์การสอนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล. เชียงใหม่: เชียงใหม่การพิมพ์.

ไพโรจน์ คะเชนทร์. (2562). การสอนนาฏศิลป์. (ออนไลน์). สืบค้น 24 ตุลาคม 2565. จากhttp://priroj.orgfree.com./

ฟิกรี กีไร. (2561 ). การเปรียบเทียบการคิดอย่างมีวิจารณญาณและความคงทนในการเรียนรู้ วิชาชีววิทยา เรื่อง อาณาจักรของสิ่งมีชีวิต ด้วยการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบ MACRO MODELร่วมกับเทคนิคแผนผังความคิดของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยรังสิต, ปทุมธานี.

เรณู โกศินานนท์. (2548). นาฏยศัพท์ ภาษาท่านาฎศิลป์ไทย. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช.

ศุภวิชญ์ ธนูรัตน์ และณพัฐอร บัวฉุน. (2567). ผลของการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ MACRO ร่วมกับการใช้เกมส์เป็นฐาน เพื่อส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสุขในการเรียนวิชาเคมี. วารสารวิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน, 1(1), 1 - 17.

สมชาย รัตนทองคํา. (2556). เอกสารประกอบการสอน 475 788 การสอนทางกายภาพบำบัด ภาคต้นปีการศึกษา 2556. สืบค้น 24 ตุลาคม 2565. จาก https://ams.kku.ac.th/aalearn/resource/edoc/tech/56web/13eva56.pdf

สุภาพร มูธำหมัด, นิศารัตน์ อิสระมโนรส. (2564). ผลของการจัดการเรียนรู้แบบ MACRO model ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษารายวิชาการออกแบบและจัดสภาพแวดล้อมสำหรับสถานศึกษาปฐมวัย. วารสารการจัดการทางการศึกษาปฐมวัย, 3(2), 31 - 42.

เสาวรี ภูบาลชื่น. (2565). การสอนนาฏศิลป์ในยุคศตวรรษที่ 21. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 16(2), 7 – 19.

อุบลวรรณ ส่งเสริม. (2562). แผนการจัดการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ: หน้าที่ครูหรือหน้าที่ใคร. วารสาร สาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ, 12 (3), 898 -910.

Guilford, J.P. (1967). The Nature of humen intellignce. New York : McGraw-Hill.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-03-01

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย