แนวทางพัฒนาการดำเนินการนิเทศภายในของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3

THE GUIDELINES FOR DEVELOPING INTERNAL SUPERVISION OF SCHOOLS UNDER NAKHON RATCHASIMA PRIMARY EDUCATIONAL SERVICE AREA OFFICE 3

ผู้แต่ง

  • ธมลวรรณ พูนวัฒนานุกูล มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
  • บรรจบ บุญจันทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

คำสำคัญ:

แนวทางพัฒนา, การนิเทศภายใน

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและพัฒนาแนวทางการดำเนินการนิเทศภายในสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3 โดยมุ่งเน้นการศึกษาประสิทธิภาพการดำเนินงานและแนวทางพัฒนาการนิเทศภายในเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้บริหารสถานศึกษา 23 คน และครู 312 คน รวมทั้งหมด 335 คน โดยการสุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่น 0.87 และแบบสัมภาษณ์

ผลการวิจัยพบว่า การดำเนินการนิเทศภายในโดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยเฉพาะในด้านการปฏิบัติการนิเทศภายใน ขณะที่ด้านการสร้างสื่อและเครื่องมือการนิเทศยังมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาเครื่องมือการนิเทศให้มีความทันสมัยและใช้งานได้ง่ายขึ้น การเปรียบเทียบผลการดำเนินการนิเทศภายในตามสถานภาพตำแหน่งพบว่า ผู้บริหารมีความคิดเห็นที่สูงกว่าครูในหลายด้าน โดยเฉพาะการวางแผนและการติดตามผล ขณะที่ความคิดเห็นในเรื่องการศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหาของการนิเทศภายในแทบไม่แตกต่างกัน

สำหรับแนวทางการพัฒนาการนิเทศภายใน ผลการวิจัยแนะนำว่า ควรเน้นการวางแผนที่เป็นระบบและครอบคลุม โดยเฉพาะการสร้างแพลตฟอร์มออนไลน์ที่สนับสนุนการนิเทศและการติดตามผลในรูปแบบดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน นอกจากนี้ยังควรส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการสร้างสื่อและพัฒนาบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญในการประเมินผลมากขึ้น

ผลการวิจัยนี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาการนิเทศภายในสถานศึกษา และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในสถานศึกษาทั่วไปเพื่อยกระดับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา และสนับสนุนการพัฒนานโยบายการนิเทศในระดับพื้นที่และระดับประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เอกสารอ้างอิง

กิตติวัฒน์ ประสานศรี. (2565). การปรับปรุงกระบวนการนิเทศภายในเพื่อพัฒนาคุณภาพ การศึกษา: กรณีศึกษา สพป. นครราชสีมา เขต 3. วารสารการศึกษาพัฒนา, 9(2), น. 45-58.

กฤตยา อาชวนิจกุล. (2563). แนวทางการพัฒนากระบวนการนิเทศภายในสถานศึกษาของ โรงเรียนขยายโอกาส. วารสารการศึกษา และพัฒนาชุมชน, 8(1), น. 101-120.

จรินทร์ อุตสาหะ พรสวัสดิ์ ศิรสาตนันท์ และสุธี วรประดิษฐ์. (2563). ผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการนิเทศภายใน สถานศึกษาของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏ อุดรธานี, 8(2), น. 17-31.

จริยาภรณ์ เรืองเสน. (2562). แนวทางพัฒนากระบวนการนิเทศภายในสถานศึกษาของโรงเรียนขยายโอกาส สังกัดสำนักงานเขต พื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 2. วารสารการวิจัยและพัฒนา, 10(2), น. 123-135.

ทิศนา แขมมณี. (2563). ศิลปะการสอน: รูปแบบและวิธีสอนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.

พรนภา วัดน้อย และทัศนะ ศรีปัตตา. (2565). กระบวนการนิเทศภายในสถานศึกษาที่ส่งเสริมการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา กำแพงเพชร เขต 1. Journal of Roi Kaensarn Academi, 7(4),

น. 45-59.

พิมพ์ใจ สว่างดี. (2565). การศึกษาช่องว่างในการนิเทศภายในของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครราชสีมา เขต 3. วารสารวิชาการศึกษาพัฒนา, 8(1), น. 22-36.

วิชัย วงษ์ใหญ่. (2564). การบริหารการนิเทศการศึกษาในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

วิเชียร เกตุสิงห์. (2564). รูปแบบการนิเทศภายในที่มีประสิทธิผลของสถานศึกษา. วารสารการวิจัยการศึกษา, 15(2), น. 89-105.

สมชาย วงษ์วัฒนกุล. (2565). การนิเทศการศึกษาเชิงระบบ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา. (2563). แนวทางการพัฒนาครูในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: คุรุพัฒนา.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3. (2566). จำนวนครูและผู้บริหารสถานศึกษา. https://bigdata.korat3.go.th

____. (2566). รายงานการนิเทศภายในสถานศึกษา. นครราชสีมา: ผู้แต่ง

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2567). รายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปี การศึกษา 2566. กรุงเทพฯ: ผู้แต่ง.

____. (2565). คู่มือการนิเทศภายในสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: ผู้แต่ง.

Cronbach, L. J. (1973). Dictionary of education information analysis. New York: McGraw-Hill.

Daresh, J. C. (2007). Supervision as proactive leadership (4th ed.). Waveland Press.

Deming, W. E. (1986). Out of the crisis. Cambridge: MIT Press.

Glickman, C. D., Gordon, S. P., & Ross-Gordon, J. M. (2014). Supervision and instructional leadership: A developmental approach (9th ed.). Pearson.

Fullan, M. (2007). The new meaning of educational change (4th ed.). New York: Teachers College Press.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), pp. 607-610

Likert, R. (1967). The method of constructing an attitude scale. New York: Wiley & Son.

Marzano, R. J., Frontier, T., & Livingston, D. (2011). Effective supervision: Supporting the art and science of teaching. ASCD.

Mintzberg, H. (1994). The rise and fall of strategic planning. New York: Free Press.

Rogers, E. M. (2003). Diffusion of innovations (5th ed.). New York: Free Press.

Stufflebeam, D. L. (2003). The CIPP model for evaluation. In T. Kellaghan & D. L. Stufflebeam (Eds.), International handbook of educational evaluation (pp. 31-62). Dordrecht: Kluwer Academic Publishers.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-04-30

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย