ยุทธศาสตร์การพัฒนาการสร้างความร่วมมือและการมีส่วนร่วมในการบูรณาการการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าด้วยการชิงเผาของตำบลทุ่งปี๊ อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้เป็นวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) วิเคราะห์เป้าหมายยุทธศาสตร์การสร้างความร่วมมือ 2) วิเคราะห์การกำหนดยุทธศาสตร์ที่เหมาะสม และ 3) วิเคราะห์การนำยุทธศาสตร์ไปปฏิบัติจริง โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม กลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลักประกอบด้วยผู้นำชุมชน ตัวแทนองค์กร/หน่วยงาน และประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งสิ้น 50 คน การเก็บรวบรวมข้อมูลดำเนินการผ่านหลากหลายวิธี ได้แก่ การวิเคราะห์เอกสาร การสำรวจพื้นที่ การสังเกต การสัมภาษณ์ การสนทนากลุ่ม และเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ข้อมูลที่ได้ถูกนำมาวิเคราะห์และสังเคราะห์ตามประเด็นการวิจัย แล้วจัดเรียงผลในรูปแบบเชิงพรรณนา
ผลการศึกษาพบว่า 1) การแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันใช้การชิงเผาควบคู่กับการบูรณาการวิธีอื่น ๆ โดยมีการร่วมมือจากภาครัฐ เอกชน และประชาชน พบว่าจุดชิงเผาลดลงจาก 40-50 จุดในปี 2562 เหลือ 2-3 จุดในปี 2566 การจัดการปัญหาแบ่งเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ ซึ่งเน้นการวางแผนและประสานงานที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ลดผลกระทบและสร้างความยั่งยืนในการแก้ไขปัญหา 2) การวิเคราะห์ยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าด้วยการชิงเผา พบว่า กระบวนการจัดการแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ก่อน ระหว่าง และหลังเกิดเหตุ โดยมี 3 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ (1) การสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม (2) การจัดทำแผนปฏิบัติการโดยองค์กรในพื้นที่ และ (3) การใช้การชิงเผาเป็นมาตรการหลัก โดยการประชุมร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อจัดการพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ยุทธศาสตร์เหล่านี้ช่วยให้การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนและสามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่นได้ 3) การพัฒนายุทธศาสตร์เพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า เน้นการจัดทำแผนปฏิบัติการร่วมจากทุกภาคส่วน การบูรณาการทรัพยากรในระดับท้องถิ่น การสร้างความรู้และจิตสำนึกในชุมชน การใช้มาตรการเชิงรุกในการชิงเผาและป้องกันการลุกลามของไฟ รวมถึงการติดตามและประเมินผลเพื่อปรับปรุงการดำเนินงาน แนวทางนี้เสริมสร้างความร่วมมือและการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนและสามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่นในอนาคต
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
ดาวรุ่ง โสฬส, ประเสริฐ ปอนถิ่น และ อภิรมย์ สีดาคำ. (2566). การมีส่วนร่วมของเครือข่ายภาครัฐและประชาชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าในพื้นที่ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่. วารสารสังคมศาสตร์และศาสตร์รวมสมัย, 4(1), 65-78.
พงศ์เทพ วิวรรธนะเดช. (2565). สถานการณ์มะเร็งปอดและผลกระทบทางสุขภาพจากมลพิษทางอากาศในจังหวัดเชียงใหม่. เชียงใหม่: คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
พระปุญญาพัฒน์ แสงวงค์ดี. (2567). ทุนทางสังคม ปัจจัยส่งเสริมให้องค์กรการเงินชุมชนดำเนินการไปสู่ความสำเร็จ. มจร การพัฒนาสังคม, 9(2), 108–117.
พิสิฐ คำหวาย, พระมหาบุญเลิศ อินฺทปญฺโญ และ พระมหาประกาศิต สิริเมโธ. (2567). กลยุทธ์การบูรณาการภารกิจร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับหน่วยงานภาครัฐอื่นและเอกชนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของชุมชนในเขตเทศบาลตำบลบางสีทอง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี. วารสารศิลปศาสตร์ราชมงคลสุวรรณภูมิ, 6(3), 742–756.
ศิโรรัตน์ ขุนทอง, นิตยา เมี้ยนมิตร และ กอบศักดิ์ วันธงไชย. (2567). แนวทางการจัดการไฟป่าในป่าชุมชน ตำบลแม่โป่ง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่. วารสารวนศาสตร์ไทย, 43(1), 87-97.
ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันจังหวัดเชียงใหม่. (2565). รายงานสรุปสถานการณ์หมอกควันและไฟป่าในจังหวัดเชียงใหม่. เชียงใหม่: ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันจังหวัดเชียงใหม่.
สายชล สง่าสรี, จีรศักดิ์ ปันลัม และ สมจันทร์ ศรีปรัชญานนท์. (2565). การจัดการปัญหาไฟป่าและหมอกควันตามหลักพุทธนิเวศวิทยาของหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้เกาะคา จังหวัดลำปาง. ปัญญา, 29(1), 70–84.
สุภาสพงษ์ รู้ทำนอง, สุวิทย์ วงษ์บุญมาก, อิสสราพร กล่อมกลํ่านุ่ม, ภัสร์ศศิร์ พลายละหาร และศุภฤทธิ์ ธาราทิพย์นรา. (2567). การพัฒนาชุดองค์ความรู้เพื่อสนับสนุนการจัดการไฟและหมอกควันไฟ ในพื้นที่จังหวัดตากบนพื้นฐานการประยุกต์ใช้ภูมิสารสนเทศ. วารสารสหวิทยาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 7(4), 2371–2390.
สุรีรัตน์ คนเพียร, จตุรงค์ สมอาจ, วรวิทย์ จิตรสุขขา และ สาวิตรี รตโนภาส สุวรรณลี. (2563).
การตรวจวัดพื้นที่ฟื้นฟูไฟป่าเขตอนุรักษ์ในพื้นที่จังหวัดเลยด้วยข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียม LANDSAT หลายช่วงเวลา. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 28(7), 1185-1201.
อทิตยา สังข์มี, ไชยวัฒน์ เผือกคง และ อมร หวังอัครางกูร. (2567). การเสริมสร้างขีดความสามารถการบริหารกิจการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดสุราษฎร์ธานี. วารสารสันติสุขปริทรรศน์, 5(1), 1-16.
Akbulut, B. and Soylu, C. (2012). An inquiry into power and participatory natural resource management. Cambridge Journal of Economics, 36(5), 1143-1162.
Ansell, C. and Gash, A. (2008). Collaborative governance in theory and practice. Journal of public administration research and theory, 18(4), 543-571.
Davies, A. L. and White, R. M. (2012). Collaboration in natural resource governance: Reconciling stakeholder expectations in deer management in Scotland. Journal of environmental management, 112, 160-169.
Helling, A. L., Berthet, R. S. and Warren, D. (2005). Linking community empowerment, decentralized governance, and public service provision through a local development framework. Washington, DC: World Bank.
McNie, E. (2007). The effectiveness of boundary organizations: A review of the literature. Science, Technology, & Human Values, 32(4), 335-360.
Olsen, E., Kleiven, A. R., Skjoldal, H. R. and Von Quillfeldt, C. H. (2011). Place-based management at different spatial scales. Journal of coastal conservation, 15, 257-269.
Rickinson, M. (2001). Learners and learning in environmental education: A critical review of the evidence. Environmental education research, 7(3), 207-320.
Twomlow, S., Love, D. and Walker, S. (2008). The nexus between integrated natural resources management and integrated water resources management in southern Africa. Physics and Chemistry of the Earth, Parts A/B/C, 33(8-13), 889-898.