การศึกษาการมีส่วนร่วมในการบริหารของครูในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2
คำสำคัญ:
การมีส่วนร่วมของครู, การบริหารสถานศึกษา, ขนาดสถานศึกษาบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการศึกษาการมีส่วนร่วมในการบริหารของครูในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2 2) เปรียบเทียบการศึกษาการมีส่วนร่วมในการบริหารของครูในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2 จำแนกตามประสบการณ์การทำงาน และขนาดของสถานศึกษา กลุ่มตัวอย่าง ที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2 จำนวน 308 คน โดยการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นแบบสอบถามชนิดมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าดัชนีความสอดคล้องของแบบสอบถามเท่ากับ 0.80-1.00 และค่าความเชื่อมั่นโดยภาพรวมทั้งฉบับเท่ากับ 0.97 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่
ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติการทดสอบค่าที การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว
และทดสอบความแตกต่างเป็นรายคู่ด้วยวิธีการของเชฟเฟ่
ผลการวิจัยพบว่า
- การศึกษาการมีส่วนร่วมในการบริหารของครูในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2 โดยภาพรวมและรายด้าน พบว่าอยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการประเมินผล รองลงมา คือ ด้านการดำเนินงาน ด้านการรับผลประโยชน์ และค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ด้าน
การตัดสินใจ - การเปรียบเทียบการศึกษาการมีส่วนร่วมในการบริหารของครูในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2 จำแนกตามประสบการณ์การทำงานโดยภาพรวมและ รายด้าน มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และจำแนกตามขนาดสถานศึกษา โดยภาพรวมและรายด้านมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
เอกสารอ้างอิง
ท๊อปยอด สิงห์ และฉัตรกุล เอื้อพิพัฒนากูล. (2567). การบริหารแบบมีส่วนร่วมของครูในการบริหาร
สถานศึกษาสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์,9(2), น. 2108-2122.
บุญชม ศรีสะอาด.(2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
บุญส่ง แก้วพิทูลย์. (2566). การบริหารการศึกษา. วารสารวิชาการนอร์ทเทิร์น, 10(1), น.14–28.
มณีรัตน์ สันติกุล. (2565). ปัจจัยการบริหารแบบมีส่วนร่วมที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา.
วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี, 11(2), น.154–168.
ยุภาวรัตน์ ขันตีกรม. (2566). การบริหารโรงเรียนแบบมีส่วนร่วมในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงาน
เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 18. วารสารนวัตกรรมการบริหารและการจัดการ, 11,(1),
น.26-40.
วิโรจน์ สารรัตนะ. (2553). การบริหารการศึกษา: หลักการ ทฤษฎี และแนวปฏิบัติ. กรุงเทพฯ: ทิพยวิสุทธิ์.
สุธิตา มณีสอดแสง. (2565). การบริหารแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนขนาดเล็กในกลุ่มบูรพาศึกษา.
การค้นคว้าอิสระศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต.มหาวิทยาลัยศิลปากร.
สมบูรณ์ ตันยะ. (2567). วิธีวิทยาการวิจัยทางการศึกษา. มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2565). แนวทางการบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานตามหลักธรรมาภิบาล และการมีส่วนร่วม. กระทรวงศึกษาธิการ.
Cohen, J. M., & Uphoff, N. T. (1980). Participation’s place in rural development: Seeking clarity rough specificity. World Development, 8(3), pp.213–235.
Christopher Day. (2000). Teachers in the twenty-first century. London: Falmer Press.
Fullan, M. (2016). The new meaning of educational change (5thed.). New York: Teachers College Press.
Hoy, W. K., & Miskel, C. G. (1996). Educational administration: Theory, research, and
practice. New York: McGraw-Hill.
James P. Spillane. (2006). Distributed leadership. San Francisco, CA: Jossey-Bass.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities.
Educational and Psychological Measurement,30(3), pp.607-610.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ราชสีมาปริทัศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
