https://so09.tci-thaijo.org/index.php/RSMP/issue/feed ราชสีมาปริทัศน์ 2025-12-31T15:54:18+07:00 ดร.สมศักดิ์ สนพะเนาว์ rachsima.journal@gmail.com Open Journal Systems คำสำคัญ https://so09.tci-thaijo.org/index.php/RSMP/article/view/8013 การบริหารงานตามหลักอิทธิบาท 4 ของผู้บริหารสถานศึกษาศูนย์เครือข่ายที่ 9 อำเภอพิมาย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 2025-12-12T18:44:32+07:00 เจนณรงค์ จรมั่งนอก 6704030302012@nmc.ac.th จำรัส มุ่งเฝ้ากลาง chamrat@nmc.ac.th <p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการบริหารงานตามหลักอิทธิบาท 4 ของผู้บริหารสถานศึกษาศูนย์เครือข่ายที่ 9 อำเภอพิมาย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 &nbsp;2) เปรียบเทียบความคิดเห็นต่อสภาพการบริหารงานตามหลักอิทธิบาท 4 ของผู้บริหารสถานศึกษาศูนย์เครือข่ายที่ 9 อำเภอพิมาย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 จำแนกตาม ตำแหน่ง ระดับการศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ผูบริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน จำนวน 156 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางของเครจซี่และมอร์แกน และสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับได้ค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่าง 0.67 -1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ 0.80 สถิติที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 1.การบริหารงานตามหลักอิทธิบาท 4 ของผู้บริหารสถานศึกษาศูนย์เครือข่ายที่ 9 อำเภอพิมาย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมาเขต 7 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2.ผลการเปรียบเทียบการบริหารงานตามหลักอิทธิบาท 4 ของผู้บริหารสถานศึกษาศูนย์เครือข่ายที่ 9 อำเภอพิมาย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมาเขต 7 จำแนกตามตำแหน่งลำจำแนกตามระดับการศึกษา แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</p> <p>&nbsp;</p> 2025-12-31T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 ราชสีมาปริทัศน์ https://so09.tci-thaijo.org/index.php/RSMP/article/view/8015 แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูในสถานศึกษา ศูนย์พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาสันเทียะ(ศูนย์ 9) อำเภอโนนไทย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 2025-12-12T18:34:00+07:00 ธัญชนก หวังฝูงกลาง tanchanok.272534@gmail.com วิรัลพัชร วงศ์วัฒน์เกษม wiralphat@nmc.ac.th <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูในสถานศึกษา ศูนย์พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาสันเทียะ(ศูนย์ 9) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 และ 2) เปรียบเทียบระดับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูในสถานศึกษา ศูนย์พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาสันเทียะ(ศูนย์ 9) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่ปฏิบัติงานในศูนย์พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาสันเทียะ(ศูนย์ 9) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 132 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางของเครจซี่และมอร์แกนและแบบแบ่งชั้น&nbsp; เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ได้ค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างเท่ากับ 0.67-1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ 0.96 สถิติที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการทดสอบค่าที (t-test)</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า</p> <ol> <li class="show">แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูในสถานศึกษา แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูในสถานศึกษา ศูนย์พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาสันเทียะ(ศูนย์ 9) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 โดยภาพรวมอยู่ในระดับ มาก</li> <li class="show">ผลการเปรียบเทียบแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูในสถานศึกษา ศูนย์พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาสันเทียะ(ศูนย์ 9) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 จำแนกตามตำแหน่งโดยภาพรวม ไม่แตกต่างกัน และจำแนกตามระดับการศึกษาโดยภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05</li> </ol> 2025-12-31T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 ราชสีมาปริทัศน์ https://so09.tci-thaijo.org/index.php/RSMP/article/view/8012 แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูในสถานศึกษา ศูนย์เครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาหนองบุญมาก 3 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2 2025-12-12T18:54:04+07:00 watsana Thipprommarat 6704030302060@nmc.ac.th วิรัลพัชร วงศ์วัฒน์เกษม wiralphat@nmc.ac.th <p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูในสถานศึกษา ศูนย์เครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาหนองบุญมาก 3 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2 และ 2) เปรียบเทียบระดับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูในสถานศึกษา ศูนย์เครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาหนองบุญมาก 3 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่ปฏิบัติงานในศูนย์เครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาหนองบุญมาก 3 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 97 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางของเครจซี่และมอร์แกนและแบบแบ่งชั้น&nbsp; เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ได้ค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างเท่ากับ 0.67-1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ 0.85 สถิติที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการทดสอบค่าที (t-test)</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า</p> <ol> <li class="show">แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูในสถานศึกษา ศูนย์เครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาหนองบุญมาก 3 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2 โดยภาพรวมอยู่ในระดับ มาก</li> <li class="show">ผลการเปรียบเทียบแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูในสถานศึกษา ศูนย์เครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาหนองบุญมาก 3 สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2 จำแนกตามตำแหน่ง และระดับการศึกษา โดยภาพรวมไม่แตกต่างกัน</li> </ol> <p>&nbsp;</p> 2025-12-31T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 ราชสีมาปริทัศน์ https://so09.tci-thaijo.org/index.php/RSMP/article/view/8014 ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา เครือข่ายการจัดการศึกษาพนมดงรัก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 2025-12-12T18:46:02+07:00 อลิสา อินทร์สุข 6704030302074@nmc.ac.th วิรัลพัชร วงศ์วัฒน์เกษม wiralphat@nmc.ac.th <p><strong>บทคัดย่อ </strong></p> <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา เครือข่ายการจัดการศึกษาพนมดงรัก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 2) เปรียบเทียบระดับภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา เครือข่ายการจัดการศึกษาพนมดงรัก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 จำแนกตามตำแหน่งและระดับการศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนจำนวน 146 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางของเครจซี่และมอร์แกน และสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ได้ค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่าง 0.67 – 1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ 0.86 สถิติที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test)</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า</p> <ol> <li>ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา เครือข่ายการจัดการศึกษาพนมดงรัก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก</li> <li>ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา เครือข่ายการจัดการศึกษาพนมดงรัก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 จำแนกตามตำแหน่งและระดับการศึกษา โดยภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</li> </ol> <p><strong>คำสำคัญ :</strong> ผู้บริหารสถานศึกษา, ภาวะผู้นำทางวิชาการ</p> <p><strong> </strong></p> 2025-12-31T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 ราชสีมาปริทัศน์ https://so09.tci-thaijo.org/index.php/RSMP/article/view/8165 บทบาทผู้บริหารสถานศึกษาในการปรับตัวต่อสภาวะประชากรลดลง 2025-12-29T22:53:19+07:00 กัญชลารักษ์ ทีปกากร zhangkanya.journal@gmail.com <p>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาในการปรับตัวต่อสภาวะประชากรลดลง ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและอัตราการเกิดที่ลดลงอย่างต่อเนื่องในสังคมไทย การลดลงของประชากรวัยเรียนส่งผลกระทบโดยตรงต่อการจัดการศึกษาในหลายมิติ ทั้งด้านการบริหารจัดการสถานศึกษา การจัดการเรียนรู้ การบริหารทรัพยากรบุคคล และการกำหนดทิศทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา บทความนี้ใช้วิธีการวิเคราะห์เอกสารจากงานวิจัย บทความทางวิชาการ และเอกสารเชิงนโยบายที่เกี่ยวข้อง ผลการวิเคราะห์พบว่า ผู้บริหารสถานศึกษามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการปรับตัวของสถานศึกษา โดยเฉพาะการบริหารเชิงกลยุทธ์ การพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ การบริหารทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการสร้างความร่วมมือกับชุมชนและภาคีเครือข่าย บทความเสนอแนวทางการเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษาให้สามารถนำพาสถานศึกษาให้ดำรงอยู่และพัฒนาได้อย่างยั่งยืนภายใต้บริบทของสภาวะประชากรลดลง</p> <p>คำสำคัญ : ผู้บริหารสถานศึกษา, ประชากรลดลง, การบริหารการศึกษา, การปรับตัวของสถานศึกษา</p> 2025-12-31T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 ราชสีมาปริทัศน์