ราชสีมาปริทัศน์
https://so09.tci-thaijo.org/index.php/RSMP
คำสำคัญ
สำนักวิจัยและพัฒนาสหวิทยาการ
th-TH
ราชสีมาปริทัศน์
-
การศึกษาภาวะผู้นำแบบสร้างบารมีของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7
https://so09.tci-thaijo.org/index.php/RSMP/article/view/8995
<p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับภาวะผู้นำแบบสร้างบารมีของผู้บริหารสถานศึกษา <br />สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 และ 2) เพื่อเปรียบเทียบภาวะผู้นำแบบสร้างบารมีของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 จำแนกตามเพศ และประสบการณ์การบริหาร กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 142 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างจากตารางของเครจซี่และมอร์แกน โดยวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม แบบมาตราส่วนประมาณค่า ซึ่งได้ตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน ได้ค่าดัชนีความสอดคล้องของแบบสอบถามอยู่ระหว่าง 0.80 – 1.00 และค่าความเชื่อมั่นรวมทั้งฉบับเท่ากับ 0.98 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูปทางสถิติ ทดสอบสมมติฐานโดยใช้การทดสอบค่าที และการทดสอบค่าเอฟ เมื่อพบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จึงทำการเปรียบเทียบรายคู่ด้วยวิธีการของเชฟเฟ่</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า</p> <ol> <li>ภาวะผู้นำแบบสร้างบารมีของผู้บริหารสถานศึกษา โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าอยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ประเมินสถานการณ์รอบข้างตลอดเวลา รองลงมา คือ กล้าเสี่ยง และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ใช้อำนาจส่วนบุคคล</li> <li>การเปรียบเทียบภาวะผู้นำแบบสร้างบารมีของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 พบว่า จำแนกตามเพศ โดยภาพรวมแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และเมื่อจำแนกตามประสบการณ์การบริหาร พบว่า โดยภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</li> </ol> <p><strong>คำสำคัญ :</strong> ภาวะผู้นำแบบสร้างบารมี, ผู้บริหารสถานศึกษา, การบริหารสถานศึกษา</p>
กชณัช ตรีวรปรัชญ์
มานะ สินธุวงษานนท์
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ราชสีมาปริทัศน์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-05-01
2026-05-01
2 2
1
14
-
การบริหารตามหลักพรหมวิหาร 4 ของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์เครือข่ายโรงเรียนที่ 9 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7
https://so09.tci-thaijo.org/index.php/RSMP/article/view/9009
<p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการบริหารตามหลักพรหมวิหาร 4 ของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์เครือข่ายโรงเรียนที่ 9 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 2) เปรียบเทียบ ความคิดเห็นต่อการบริหารตามหลักพรหมวิหาร 4 ของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์เครือข่ายโรงเรียนที่ 9 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 จำแนกตามตำแหน่ง และระดับการศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ ในการวิจัย ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน จำนวน 156 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางของเครจซี่และมอร์แกน และสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ได้ค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่าง 0.67–1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ 0.80 สถิติที่ใช้ ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test)</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า</p> <ol> <li>1. การบริหารตามหลักพรหมวิหาร 4 ของผู้บริหารสถานศึกษาศูนย์เครือข่ายโรงเรียนที่ 9 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก</li> <li>2. ผลการเปรียบเทียบการบริหารตามหลักพรหมวิหาร 4 ของผู้บริหารสถานศึกษาศูนย์เครือข่ายโรงเรียนที่ 9 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 จำแนกตามตำแหน่ง โดยภาพรวมแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05 ยกเว้นด้านการบริหารวิชาการตามหลักพรหมวิหาร 4 ด้านการบริหารงบประมาณตามหลักพรหมวิหาร 4 และด้านบริหารงานทั่วไปตามหลักพรหมวิหาร 4 ไม่แตกต่างกัน</li> <li>ผลการเปรียบเทียบการบริหารตามหลักพรหมวิหาร 4 ของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์เครือข่ายโรงเรียนที่ 9 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 จำแนกตามระดับการศึกษาโดยภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05 ยกเว้นด้านการบริหารงบประมาณตามหลักพรหมวิหาร 4 และด้านบริหารงานทั่วไปตามหลักพรหมวิหาร 4 ไม่แตกต่างกัน</li> </ol> <p><strong>คำสำคัญ </strong><strong>:</strong> การบริหารตามหลักพรหมวิหาร 4, ศูนย์เครือข่ายโรงเรียนที่ 9 </p>
ธีรชาติ ธรรมวงค์
จำรัส มุ่งเฝ้ากลาง
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ราชสีมาปริทัศน์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-05-01
2026-05-01
2 2
15
24
-
แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูผู้สอน ศูนย์พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา กุดพิมานหนองกราด สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5
https://so09.tci-thaijo.org/index.php/RSMP/article/view/9048
<p><strong> </strong></p> <p> การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูผู้สอน ศูนย์พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษากุดพิมานหนองกราด สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5<br />2) เปรียบเทียบแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูผู้สอน ศูนย์พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษากุดพิมานหนองกราดสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 จำแนกตามระดับการศึกษา และประสบการณ์ในการทำงาน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ได้แก่ ครูผู้สอน ศูนย์พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษากุดพิมาน<br />หนองกราด สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 ในปีการศึกษา 2568 จำนวน 127 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางของเครจซี่และมอร์แกน และสุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ได้ค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่าง<br />0.67-1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ 0.90 สถิติที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่<br />ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test)</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า</p> <ol> <li>แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูผู้สอน ศูนย์พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษากุดพิมานหนองกราดสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 โดยภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก</li> <li>ผลการเปรียบเทียบแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูผู้สอน ศูนย์พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษากุดพิมานหนองกราด สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 จำแนกตามระดับการศึกษาและประสบการณ์ทำงาน โดยภาพรวมและรายด้าน ไม่แตกต่างกัน</li> </ol> <p><strong>คำสำคัญ :</strong> แรงจูงใจ,การปฏิบัติงาน</p>
จามิกร สัจจาสังข์
วิรัลพัชร วงศ์วัฒน์เกษม
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ราชสีมาปริทัศน์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-05-01
2026-05-01
2 2
25
35
-
ภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มโรงเรียนเมืองนางรอง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 3
https://so09.tci-thaijo.org/index.php/RSMP/article/view/9011
<p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารสถานศึกษากลุ่มโรงเรียนเมืองนางรอง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 3 2) เปรียบเทียบภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารสถานศึกษากลุ่มโรงเรียนเมืองนางรอง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 3 จำแนกตาม ระดับการศึกษา และประสบการณ์ในการทำงาน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ผูบริหารสถานศึกษาและครูในกลุ่มโรงเรียนเมืองนางรอง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 3 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 97 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางของเครจซี่และมอร์แกน และสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ได้ค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่าง 0.67-1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ 0.85 สถิติที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test)</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า </p> <ol> <li>ผลการวิเคราะหภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารสถานศึกษากลุ่มโรงเรียนเมืองนางรอง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 3 โดยภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก</li> <li>ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของครูที่มีต่อภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารสถานศึกษากลุ่มโรงเรียนเมืองนางรอง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 3 จำแนกตามระดับศึกษา และประสบการณ์การทำงาน มีภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ไมแตกตางกัน</li> </ol> <p><strong>คำสำคัญ :</strong> การบริหารสถานศึกษา, ภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์</p>
นงนุช ธวัชชัย
จำรัส มุ่งเฝ้ากลาง
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ราชสีมาปริทัศน์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-05-01
2026-05-01
2 2
36
46
-
การบริหารสถานศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงศูนย์พัฒนาคุณภาพ และมาตรฐานการศึกษากุดพิมานหนองกราด สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5
https://so09.tci-thaijo.org/index.php/RSMP/article/view/9069
<p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการบริหารสถานศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงศูนย์พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษากุดพิมานหนองกราด สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 2) เปรียบเทียบการบริหารสถานศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงศูนย์พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษากุดพิมานหนองกราด สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน จำนวน 127 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ได้ค่าดัชนีความสอดคล้องอยู่ระหว่าง 0.67 – 1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.92 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test)</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า</p> <ol> <li>1. การบริหารสถานศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงศูนย์พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษากุดพิมานหนองกราด สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 อยู่ในระดับมาก</li> <li>2. ผลการเปรียบเทียบการบริหารสถานศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงศูนย์พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษากุดพิมานหนองกราด สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 จำแนกตามตำแหน่ง และระดับการศึกษา โดยภาพรวมไม่แตกต่างกัน</li> </ol> <p><strong>คำสำคัญ</strong> : การบริหาร,หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง</p>
พงษ์พันธ์ เพ็งขุนทด
วิรัลพัชร วงศ์วัฒน์เกษม
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ราชสีมาปริทัศน์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-05-01
2026-05-01
2 2
-
การบริหารงานนิเทศภายในของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษากุดพิมานหนองกราด สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5
https://so09.tci-thaijo.org/index.php/RSMP/article/view/9070
<p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อศึกษาการบริหารงานนิเทศภายในของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษากุดพิมานหนองกราด สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 2.เพื่อเปรียบเทียบการบริหารงานนิเทศภายในของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษากุดพิมานหนองกราด สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 จำแนกตามตำแหน่ง และระดับการศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน จำนวน 127 คน กำหนดกลุ่มตัวอย่างตามตารางของเครจซี่ และมอร์แกน และใช้วิธีการสุ่มแบบชั้น เครื่องมือที่ใช้ มีค่าดัชนีความสอดคล้องทั้งฉบับอยู่ระหว่าง 0.67–1.00 และได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.95 สถิติที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า</p> <ol> <li>การบริหารงานนิเทศภายในของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษากุดพิมานหนองกราด สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก</li> <li>การเปรียบเทียบการบริหารงานนิเทศภายในของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษากุดพิมานหนองกราด สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 จำแนกตามตำแหน่ง โดยภาพรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน ยกเว้นด้านการพัฒนาครูเป็นรายบุคคล แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</li> <li>การเปรียบเทียบการบริหารงานนิเทศภายในของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษากุดพิมานหนองกราด สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 จำแนกตามระดับการศึกษา โดยภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</li> </ol> <p><strong>คำสำคัญ :</strong> การบริหารงานนิเทศภายใน, ศูนย์พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษากุดพิมานหนองกราด</p>
ศศิกานต์ สะสมทรัพย์
วิรัลพัชร วงศ์วัฒน์เกษม
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ราชสีมาปริทัศน์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-05-01
2026-05-01
2 2
57
67
-
การบริหารงานแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษากลุ่มโรงเรียนลำพระเพลิง อำเภอปักธงชัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3
https://so09.tci-thaijo.org/index.php/RSMP/article/view/9072
<p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาการบริหารงานแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษากลุ่มโรงเรียนลำพระเพลิง อำเภอปักธงชัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3 (2)เพื่อเปรียบเทียบการบริหารงานแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษากลุ่มโรงเรียนลำพระเพลิง อำเภอปักธงชัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3 จำแนกตามระดับการศึกษา และประสบการณ์ในการทำงาน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน จำนวน 138 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าดัชนีความสอดคล้องอยู่ระหว่าง 0.67-1.00 และได้ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามมีค่าเท่ากับ 0.94 สถิติที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า</p> <ol> <li>การบริหารงานแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มโรงเรียนลำพระเพลิง อำเภอปักธงชัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก</li> <li>การเปรียบเทียบการบริหารงานแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มโรงเรียนลำพระเพลิง อำเภอปักธงชัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3 จำแนกตามระดับการศึกษา โดยภาพรวมไม่แตกต่างกัน</li> <li>การเปรียบเทียบการบริหารงานแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มโรงเรียนลำพระเพลิง อำเภอปักธงชัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3 จำแนกตามประสบการณ์ในการทำงาน โดยภาพรวมไม่แตกต่างกัน</li> </ol> <p><strong>คำสำคัญ :</strong> การบริหารงานแบบมีส่วนร่วม ,กลุ่มโรงเรียนลำพระเพลิง</p>
มณฑลีวรรณ ศรีจันทร์
จำรัส มุ่งเฝ้ากลาง
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ราชสีมาปริทัศน์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-05-01
2026-05-01
2 2
68
76
-
ภาวะผู้นําใฝ่บริการของผู้บริหารสถานศึกษา สหวิทยาเขตประโคนชัย สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์
https://so09.tci-thaijo.org/index.php/RSMP/article/view/9079
<p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาและเปรียบเทียบภาวะผู้นําใฝ่บริการของผู้บริหารสถานศึกษา สหวิทยาเขตประโคนชัย สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ จำแนกตามระดับการศึกษา และขนาดของสถานศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ครูในโรงเรียนสหวิทยาเขตประโคนชัย จำนวน 210 คน กำหนดกลุ่มตัวอย่างตามตารางของเครจซี่ และมอร์แกน และใช้วิธีการสุ่มแบบชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้ มีค่าดัชนีความสอดคล้องทั้งฉบับอยู่ระหว่าง 0.67–1.00 และได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.96 สถิติที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า</p> <ol> <li>ภาวะผู้นำใฝ่บริการของผู้บริหารสถานศึกษา สหวิทยาเขตประโคนชัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ โดยภาพรวมและรายด้านมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก</li> <li>การเปรียบเทียบภาวะผู้นำใฝ่บริการของผู้บริหารสถานศึกษา สหวิทยาเขตประโคนชัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ ตามความคิดเห็นของครูผู้สอนที่มีระดับการศึกษาต่างกัน โดยภาพรวมไม่แตกต่างกัน และครูผู้สอนที่มีขนาดของสถานศึกษาต่างกัน โดยภาพรวมไม่แตกต่างกัน .</li> </ol> <p><strong>คำสำคัญ :</strong> ภาวะผู้นําใฝ่บริการ, สหวิทยาเขตประโคนชัย</p>
พงษ์ศักดิ์ รองละคร
สุนทร โคตรบรรเทา
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ราชสีมาปริทัศน์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-05-01
2026-05-01
2 2
77
86
-
ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์เครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาโชคชัย 1 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2
https://so09.tci-thaijo.org/index.php/RSMP/article/view/9080
<p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา และ 2) เปรียบเทียบภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์เครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาโชคชัย 1 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2 จำแนกตามระดับการศึกษาและประสบการณ์ในการทำงาน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนในศูนย์เครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาโชคชัย 1 จำนวน 92 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าดัชนีความสอดคล้องอยู่ระหว่าง 0.67-1.00 และได้ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามมีค่าเท่ากับ 0.84 สถิติที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า</p> <ol> <li>ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์เครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาโชคชัย 1 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก</li> <li>การเปรียบเทียบภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์เครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาโชคชัย 1 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2 จำแนกตามระดับการศึกษา โดยภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</li> <li>การเปรียบเทียบภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์เครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาโชคชัย 1 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2 จำแนกตามประสบการณ์ในการทำงาน การศึกษา โดยภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</li> </ol> <p><strong>คำสำคัญ :</strong> ภาวะผู้นำดิจิทัล ,ศูนย์เครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาโชคชัย 1</p> <p> </p>
บัญชา จีนดอน
วิรัลพัชร วงศ์วัฒน์เกษม
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ราชสีมาปริทัศน์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-05-01
2026-05-01
2 2
87
95
-
การบริหารงานแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มโรงเรียนเทศบาลตำบลโคกสำโรง สังกัดเทศบาลตำบลโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี
https://so09.tci-thaijo.org/index.php/RSMP/article/view/9114
<p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการบริหารงานแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มโรงเรียนเทศบาลตำบลโคกสำโรง สังกัดเทศบาลตำบลโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี 2) เปรียบเทียบการบริหารงานแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มโรงเรียนเทศบาลตำบลโคกสำโรง สังกัดเทศบาลตำบลโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี จำแนกระดับการศึกษา และประสบการณ์ในการทำงาน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูกลุ่มโรงเรียนสังกัดเทศบาลตำบลโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ปีการศึกษา 2568 จำนวน 86 คน โดยกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างตามตารางเครจซี่และมอร์แกน และได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย (Samples random sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ได้ค่าดัชนีความสอดคล้องอยู่ระหว่าง 0.67-1.00 และมีค่าความเชื่อมั่น 0.94 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า</p> <ol> <li>การบริหารงานแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มโรงเรียนเทศบาลตำบลโคกสำโรง</li> </ol> <p>สังกัดเทศบาลตำบลโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก</p> <ol start="2"> <li>การเปรียบเทียบการบริหารงานแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษา จำแนกตามระดับการศึกษา โดยรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน</li> <li>การเปรียบเทียบการบริหารงานแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษา จำแนกตามประสบการณ์ในการทำงาน โดยรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน</li> </ol> <p><strong>คำสำคัญ :</strong> การบริหารงานแบบมีส่วนร่วม, กลุ่มโรงเรียนเทศบาลตำบลโคกสำโรง</p>
เอื้อมพร บุบผา
ธนภรณ์ แซ่ลิ่ม
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ราชสีมาปริทัศน์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-05-01
2026-05-01
2 2
96
105
-
ความต้องการของผู้ปกครองต่อการบริหารจัดการศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดเทศบาลตำบลโคกตูม จังหวัดลพบุรี
https://so09.tci-thaijo.org/index.php/RSMP/article/view/9115
<p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการของผู้ปกครองต่อการบริหารจัดการศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดเทศบาลตำบลโคกตูม จังหวัดลพบุรี และ 2) เปรียบเทียบความต้องการของผู้ปกครองต่อการบริหารจัดการศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดเทศบาลตำบลโคกตูม จังหวัดลพบุรี จำแนกตามเพศ ระดับการศึกษา อาชีพของผู้ปกครอง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้ปกครองในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดเทศบาลตำบลโคกตูม จังหวัดลพบุรี ปีการศึกษา 2568 โดยกำหนดกลุ่มตัวอย่างตามตารางเครจซี่มอร์แกน ได้กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 97 คน โดยการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ได้ค่าดัชนีความสอดคล้องอยู่ระหว่าง 0.67-1.00 และมีค่าความเชื่อมั่น 0.96 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า</p> <ol> <li>ผลการศึกษาความต้องการของผู้ปกครองต่อการบริหารจัดการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กต่อการบริหารจัดการศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดเทศบาลตำบลโคกตูม จังหวัดลพบุรี โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก</li> <li>ผลการเปรียบเทียบความต้องการของผู้ปกครองต่อการบริหารจัดการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กต่อการบริหารจัดการศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดเทศบาลตำบลโคกตูม จังหวัดลพบุรี จำแนกตามเพศ โดยรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน</li> <li>ผลการเปรียบเทียบความต้องการของผู้ปกครองต่อการบริหารจัดการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กต่อการบริหารจัดการศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดเทศบาลตำบลโคกตูม จังหวัดลพบุรี จำแนกตามระดับการศึกษา โดยรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน</li> <li>ผลการเปรียบเทียบความต้องการของผู้ปกครองต่อการบริหารจัดการศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดเทศบาลตำบลโคกตูม จังหวัดลพบุรี จำแนกตามอาชีพ โดยรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน</li> </ol> <p><strong>คำสำคัญ :</strong> การบริหารจัดการศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก, เทศบาลตำบลโคกตูม จังหวัดลพบุรี</p>
รัชนีกร เที่ยงธรรม
สุนทร โคตรบรรเทา
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ราชสีมาปริทัศน์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-05-01
2026-05-01
2 2
112
120
-
ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษากลุ่มโรงเรียนตะวันศรีทอง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 1
https://so09.tci-thaijo.org/index.php/RSMP/article/view/9017
<p><strong> </strong></p> <p> การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษากลุ่มโรงเรียนตะวันศรีทอง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 1 2) เปรียบเทียบภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษากลุ่มโรงเรียนตะวันศรีทอง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 1 จำแนกตามระดับการศึกษา และประสบการณ์ในการทำงาน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน จำนวน 91 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าดัชนีความสอดคล้องอยู่ระหว่าง 0.67-1.00 และได้ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามมีค่าเท่ากับ 0.94 สถิติที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (T-test)</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า</p> <ol> <li>ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหาสถานศึกษากลุ่มโรงเรียนตะวันศรีทอง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 1 โดยภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก</li> <li>การเปรียบเทียบภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษากลุ่มโรงเรียนตะวันศรีทอง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 1 ตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้สอนที่มีระดับการศึกษาต่างกัน โดยภาพรวมไม่แตกต่างกัน</li> <li>การเปรียบเทียบภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษากลุ่มโรงเรียนตะวันศรีทอง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 1 ตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้สอนที่มีประสบการณ์ในการทำงานต่างกัน โดยภาพรวมไม่แตกต่างกัน</li> </ol> <p><strong>คำสำคัญ :</strong> ภาวะผู้นำทางวิชาการ ,กลุ่มโรงเรียนตะวันศรีทอง</p>
วิชา จรเดช
จำรัส มุ่งเฝ้ากลาง
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ราชสีมาปริทัศน์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-05-01
2026-05-01
2 2
121
130
-
การบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของสถานศึกษา สังกัดเทศบาลตำบลโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี
https://so09.tci-thaijo.org/index.php/RSMP/article/view/9019
<p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของสถานศึกษา สังกัดเทศบาลตำบลโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี 2) เปรียบเทียบการบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของสถานศึกษา สังกัดเทศบาลตำบลโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี จำแนกตามระดับการศึกษา และประสบการณ์ในการทำงาน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน จำนวน 83 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ และแบบสัมภาษณ์ มีค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่าง 0.67 – 1.00 และได้ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามมีค่าเท่ากับ 0.98 สถิติที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า</p> <ol> <li>การบริหารงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของสถานศึกษา สังกัดเทศบาลตำบลโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี โดยภาพรวมและรายด้านมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่มีการปฏิบัติสูงสุดคือ ด้านการส่งเสริมพัฒนานักเรียน รองลงมาคือ ด้านการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล ส่วนด้านที่มีการปฏิบัติต่ำที่สุดคือ ด้านการคัดกรองนักเรียน</li> <li>การเปรียบเทียบการบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของสถานศึกษา สังกัดเทศบาลตำบลโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้สอน จำแนกตามระดับการศึกษา โดยภาพรวมไม่แตกต่างกัน</li> <li>การเปรียบเทียบการบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของสถานศึกษา สังกัดเทศบาลตำบลโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้สอน จำแนกตามประสบการณ์ในการทำงาน โดยภาพรวมไม่แตกต่างกัน</li> </ol> <p><strong>คำสำคัญ :</strong> ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน, เทศบาลตำบลโคกสำโรง</p>
ณัฐพงศ์ ดีวัน
จำรัส มุ่งเฝ้ากลาง
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ราชสีมาปริทัศน์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-05-01
2026-05-01
2 2
131
140