การพัฒนาพิพิธภัณฑ์ชุมชนเพื่อการเรียนรู้งานสร้างสรรค์ทางศิลปะ
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ 5 ประการ คือ 1) เพื่อออกแบบและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ชุมชนให้เป็นแหล่งเรียนรู้งานสร้างสรรค์ทางศิลปะ 2) เพื่อลอกลายพระบฎโบราณในการสร้างสรรค์ภาพพระบฎร่วมสมัย 3) เพื่อออกแบบลายภาพทัศนศิลป์ในการพัฒนาเป็นอาชีพของชาวบ้านในชุมชน 4) เพื่อจัดกิจกรรมแกะลายคำในการเรียนรู้ด้านศิลปศึกษาแก่เยาวชน ชาวบ้าน และประชาชน 5) เพื่อพัฒนาแผนการท่องเที่ยวในการสืบสานศิลปะพื้นถิ่น เป็นการวิจัยและพัฒนา โดยใช้การสัมภาษณ์เชิง การสนทนากลุ่มกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญในชุมชนวัดท่าข้าม (ชัยชนะ) ตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ผลการวิจัย พบว่า
1) การออกแบบและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ชุมชนให้เป็นแหล่งเรียนรู้งานสร้างสรรค์ทางศิลปะเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนชั้นเดียว หลังคามุงกระเบื้องดินขอ มีชั้นลอยหนึ่งชั้น ชั้นล่างจัดแบ่งเป็นห้อง จำนวน 5 ห้อง ได้แก่ ห้องที่ 1 เป็นห้องจัดแสดงศิลปะและประวัติศาสตร์เมืองฮอด ห้องที่ 2 เป็นห้องจัดแสดงศิลปกรรมภาพพระบฏ ห้องที่ 3 เป็นห้องจัดแสดงศิลปะภาพลายคำล้านนา ห้องที่ 4 เป็นห้องจัดแสดงศิลปวัตถุและสิ่งของเครื่องใช้โบราณของเมืองฮอด ห้องที่ 5 เป็นห้องจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน และห้องที่ 6 เป็นร้านกาแฟชุมชน และห้องประชาสัมพันธ์ 2) การลอกลายพระบฎโบราณในการสร้างสรรค์ภาพพระบฎร่วมสมัย การสร้างผลงานคัดลอกภาพพระบฏโบราณ จำนวน 2 ผืน และภาพพระบฏร่วมสมัย จำนวน 15 ผืน และภาพลายคำจำนวน 13 ชิ้นงาน เพื่อนำไปติดตั้งภายในพิพิธภัณฑ์ศิลปะชุมชน
3) การออกแบบลายภาพทัศนศิลป์ในการพัฒนาเป็นอาชีพของชาวบ้านในชุมชน โดยใช้ภาพจิตรกรรมฝาผนังอุโบสถวัดท่าข้าม (ชัยชนะ) เพื่อถ่ายทอดคติความเชื่อทางพระพุทธศาสนา และประเพณีวิถีชีวิต 12 เดือน ภาพมงคล 108 ภาพปีนักษัตร สู่การออกแบบองค์ประกอบศิลป์ในงานหัตถกรรม บรรจุภัณฑ์ สัญลักษณ์ และโปสเตอร์แสดงสินค้า 4) การจัดกิจกรรมแกะลายคำในการเรียนรู้ด้านศิลปศึกษาแก่เยาวชน ชาวบ้าน และประชาชนเพื่อการบริการวิชาการแก่สังคมและทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม การพัฒนาเครือข่ายการเรียนรู้ด้านศิลปศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ และการพัฒนาเครือข่ายด้านศิลปศึกษาสู่ชุมชน 5) การพัฒนาแผนการท่องเที่ยวในการสืบสานศิลปะพื้นถิ่น ตามหลักภูมิทัศน์วัฒนธรรม โดยการสร้างภูมิสารสนเทศการท่องเที่ยวในอำเภอฮอด เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ และระบบสืบค้นข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง แหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ และสิ่งอำนวยความสะดวก ในระบบสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพ
Article Details
เอกสารอ้างอิง
เกริก กิตติคุณ และคณะ. (2560). การออกแบบภูมิทัศน์เมืองประวัติศาสตร์เชียงแสน เพื่อรองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน จังหวัดเชียงราย.วารสารวิชาการคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง. 10(1), 12 - 25.
เจษฎา สุภาศรี. (2556). หอธรรมศิลป์ล้านนา. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
แดนชัย ไพรสณฑ์. (2557). การอนุรักษ์ภูมิทัศน์วัฒนธรรม กรณีศึกษา: ชุมชนเกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
เบญจพล บุญญาภิสันท์ และ ทิพวรรณ ทั่งมั่งมี. (2014). การศึกษาแนวคิดและวิธีการจัดการพิพิธภัณฑ์และห้องแสดงศิลปะร่วมสมัยในจังหวัดเชียงใหม่. Graduate Research Conference: 2245 – 2251.
พระมหาสุทิตย์ อาภากโร (อบอุ่น). (2552). “รูปแบบการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวประเภทวัดในกรุงเทพมหานคร”. รายงานการวิจัย. สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาท่องเที่ยวไทย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.).
วรินทร์ธร ไชยสิทธิ์ และวรรักษ์ สุเฌอ. (2561). การจัดการภูมิทัศน์วัฒนธรรมเพื่อการท่องเที่ยวกรณีศึกษาสถานีรถไฟลำพูน จังหวัดลำพูน. วารสารวิจิตรศิลป์. 9(1), 258 – 300.
วิรุจ ถิ่นนคร. (2558). แนวทางการปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อส่งเสริมคุณค่าและความสำคัญด้านมรดกทางวัฒนธรรม วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช สู่การเสนอชื่อเป็นแหล่งมรดกโลก. วารสารวิชาการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 64(6), 155 – 170.
สุรศักดิ์ ศิลาวรรณา. (2550). การท่องเที่ยวและการเผยแพร่พระพุทธศาสนา : บทบาทของวัดในเขตกรุงเทพมหานคร กรณีศึกษาวัดบวรนิเวศวิหารและวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยมหิดล.