หลักกฎหมายเกี่ยวกับการกำหนดตัวผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ กรณีผู้ทำคำสั่งทางปกครองเป็นราชการส่วนภูมิภาค
Main Article Content
บทคัดย่อ
อุทธรณ์ทางปกครองเป็นกลไกสำคัญในการคุ้มครองสิทธิของประชาชนและสร้างหลักประกันความเป็นธรรมในการใช้อำนาจของรัฐ โดยระบบกฎหมายไทยกำหนดให้มี "ผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์" เพื่อทบทวนคำสั่งหรือการกระทำของเจ้าหน้าที่ระดับต้นว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือมีความเหมาะสมหรือไม่ ในระบบการบริหารราชการส่วนภูมิภาค กฎหมายกำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอที่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าบังคับบัญชาแทนราชการส่วนกลาง ในหลายกรณีเป็นการใช้อำนาจออกคำสั่งทางปกครองโดยที่บทบัญญัติของกฎหมายไม่ได้กำหนดขั้นตอนและระยเวลาการอุทธรณ์ไว้เป็นการเฉพาะ ซึ่งมีมีผลให้ต้องนำพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาปรับใช้ จึงมักเกิดปัญหาในทางปฏิบัติว่าเจหน้าที่ผู้ใดมีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์มักเกิดขึ้นในทางปฏิบัติ เพราะการใช้อำนาจออกคำสั่งทางปกครองมักเกิดจากการมอบอำนาจหรือแต่งตั้งจากราชการส่วนกลาง ปัญหาดังกล่าวถูกนำมาพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการวิธิปฏิบัติราชการทางปกครองหลายกรณี จากการศึกษาแนววินิจฉัยของคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พบว่ากรณีผู้ทำคำสั่งทางปกครองเป็นหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดการกำหนดให้ผู้ใดเป็นมีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์มีการปรับใช้หลักการบริหารราชแผ่นดินมาปรับเพื่อวินิจฉัยว่าการพิจารณาเป็นของผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้มอบอำนาจจากราชการส่วนกลาง ต่อมาคณะกกรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองได้พัฒนาหลักการพิจารณาเจตนารมณ์การกำหนดให้ผู้ใดผู้หนึ่งเพียงผู้เดียวเป็นมีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์โดยตลอดทั้งกฎหมาย ซึ่งเป็นการยกเว้นการนำหลักการบริหารราชการแผ่นดินมาปรับใช้ โดยการกำหนดผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ที่ชัดเจนช่วยให้การตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจการบริหารราชการในพื้นที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยลดกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ ทั้งนี้พบว่าจากแนววินิจฉัยของคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ยังคงมีปัญหาความสมดุลระหว่าง “ความเป็นเอกภาพของการพิจารณาอุทธรณ์” กับ “ความเชี่ยวชาญในการพิจารณาอุทธรณ์” เนื่องจากยังคงมีข้อโต้แย้งหากให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้มีอำน่าจพิจารณาอุทธรณ์ในราชการส่วนภูมิภาคในบางกรณีไม่ได้มีความเชี่ยวชาญตามข้อเท็จจริงและกฎหมายนั้น หรือบางกฎหมายมีผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์มากกว่าหนึ่งตำแหน่งในการกระทำทางปกครองในลักษณะเดียวกัน ซึ่งเป็นประเด็นทางกฎหมายที่ต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงให้ถูกต้องเหมาะสมต่อไป
Downloads
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
นันทวัฒน์ บรมานันท์ , กฎหมายปกครอง , พิมพ์ครั้งที่ 2 , กรุงเทพฯ : วิญญูชน , 2553.
บันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ 305/2546 เรื่อง อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด
ประเวศ อรรถศุภผล , “ปัญหาการอุทธรณ์คำสั่งทางปกครอง” (วิทยานิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิต , คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ , 2547) .
คำสั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ 907/2559 เรื่อง แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 ลงวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559
กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ.2560
มติคณะรัฐมนตรี 2 กุมภาพันธ์ 2564
บันทึกคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง เรื่องเสร็จที่ 713/2563 เรื่อง ผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งของนายอำเภอที่ไม่อนุญาตให้ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำตามมาตรา 79 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558
บันทึกคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง เรื่องเสร็จที่ 856/2564 เรื่อง ผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งของอุตสาหกรรมจังหวัดในฐานะผู้อนุญาตที่ให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และคำสั่งของอุตสาหกรรมจังหวัดในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 52 และมาตรา 52/1 แห่งพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ตอบข้อหารือประเด็นที่สอง
บันทึกคณะกรรมการปฏิบัติราชการทางปกครอง เรื่องเสร็จที่ 685/2562 เรื่อง ผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์กรณีเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งทางปกครองเป็นผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่ตาพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560
บันทึกคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง เรื่องเสร็จที่ 856/2564 เรื่อง ผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งของอุตสาหกรรมจังหวัดในฐานะผู้อนุญาตที่ให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และคำสั่งของอุตสาหกรรมจังหวัดในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 52 และมาตรา 52/1 แห่งพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535
บันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ 74/2554 เรื่อง ผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งทางปกครอง (ในกรณีที่ผู้ทำคำสั่งทางปกครองเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น)