https://so09.tci-thaijo.org/index.php/admcJ/issue/feed
วารสารวิชาการศาลปกครอง
2026-08-31T18:06:34+07:00
อานันท์ กระบวนศรี
editor_warasan@admincourt.go.th
Open Journal Systems
<p>วารสารวิชาการศาลปกครองกำหนดเผยแพร่ 3 ฉบับต่อปี ดังนี้</p> <p>ฉบับที่ 1 (มกราคม-เมษายน) เผยแพร่ภายในเดือนพฤษภาคม</p> <p>ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม-สิงหาคม) เผยแพร่ภายในเดือนกันยายน</p> <p>ฉบับที่ 3 (กันยายน-ธันวาคม) เผยแพร่ภายในเดือนมกราคมปีถัดไป</p> <p><a href="https://drive.google.com/file/d/1DHtFzbRgd-yzwH3hyG0_romVqV4pHshN/view?usp=sharing">อ่านหลักเกณฑ์การส่งผลงานทางวิชาการเพิ่มเติม</a></p>
https://so09.tci-thaijo.org/index.php/admcJ/article/view/5656
การตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายปกครองในการควบคุมพืชที่เกิดจากเทคโนโลยีการดัดแปลงพันธุกรรมในประเทศไทย (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. 384/2557)
2024-12-26T18:11:44+07:00
อรภัทร ตรัยมงคลกูล
orapat.trai@gmail.com
2026-08-31T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการศาลปกครอง
https://so09.tci-thaijo.org/index.php/admcJ/article/view/7921
เงื่อนไขความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของการจำกัดเสรีภาพในการประกอบกิจการ (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ ฟ. 33/2553)
2025-11-19T14:14:56+07:00
วิชญ์พาส พิมพ์อักษร
p.wichapas@gmail.com
2026-08-31T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการศาลปกครอง
https://so09.tci-thaijo.org/index.php/admcJ/article/view/8719
ความเหมาะสมของการนำบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการจัดการงานนอกสั่งมาใช้กับการพิเคราะห์ถึงความมีผลของการแจ้งคำสั่งทางปกครองทางไปรษณีย์โดยอนุโลม (คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 68/2565)
2026-03-11T10:49:58+07:00
วิชชา เนตรหัสนัยน์
gmwitcha@hotmail.com
2026-08-31T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการศาลปกครอง
https://so09.tci-thaijo.org/index.php/admcJ/article/view/7139
หนังสือ “กฎหมายปกครอง พร้อมคำอธิบายมาตราที่สำคัญของพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539” เขียนโดย ดร.ทศพร แสนสวัสดิ์
2025-08-01T10:00:18+07:00
สรวิชญ์ รองเดช
sorawitnew23@gmail.com
2026-08-31T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการศาลปกครอง
https://so09.tci-thaijo.org/index.php/admcJ/article/view/7822
การเสวนาภายใต้หัวข้อ “เมืองที่พร้อมรับมือและสิทธิที่ได้รับการคุ้มครอง : การรับมือความท้าทายทางด้านสภาพภูมิอากาศในเมืองผ่านมุมมองด้านสิทธิมนุษยชน
2025-11-04T13:01:19+07:00
ชาญวิทย์ ชัยกันย์
snooker@rocketmail.com
ณัฐภัทร ประเสริฐวิทย์
ss.suriyasin@gmail.com
สริตา สุริยาสิน
ss.suriyasin@gmail.com
<p> กรุงเทพมหานคร โดยความร่วมมือกับสถาบันสิ่งแวดล้อมแห่งสตอคโฮล์ม (Stockholm Environment Institute: SEI) และสถาบันราอูลวอลเลนเบิร์ก ว่าด้วยกฎหมายสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรม (Raoul Wallenberg Institute of Human Rights and Humanitarian Law: RWI) จัดการเสวนาในหัวข้อ “เมืองที่พร้อมรับมือและสิทธิที่ได้รับการคุ้มครอง: การรับมือความท้าทายทางด้านสภาพภูมิอากาศในเมืองผ่านมุมมองด้านสิทธิมนุษยชน (Resilient Cities, Protected Rights: Addressing Urban Climate Challenges through a Rights-Based Lens) เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ระหว่างเวลา 10.00 – 12.30 นาฬิกา ณ ห้องประชุม พิพิธภัณฑ์สวนป่าเบญจกิติ เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร อันเป็นกิจกรรมหนึ่งในงาน Bangkok Climate Action Week (BKKCAW) 2025 โดยการเสวนาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อเน้นย้ำให้เห็นถึงความท้าทายด้านสิทธิมนุษยชนกับการดำรงชีพในเมืองที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะผลกระทบที่มีต่อสิทธิในการมีสุขภาพที่ดี ที่อยู่อาศัย การเดินทาง และอากาศที่สะอาด รวมทั้ง วางบทบาทของเมืองให้เป็นทั้งพื้นที่ที่มีความเปราะบางสูง และเป็นกลไกขับเคลื่อนนวัตกรรมและแนวทางแก้ไขปัญหาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคเอเชีย นำเสนอตัวอย่างในการรับมือความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศในเขตเมืองที่เป็นรูปธรรม เพื่อส่งเสริมวิสัยทัศน์ของเมืองในการเป็น “เมืองที่คำนึงถึงสิทธิมนุษยชน” (Human Rights Cities) ที่มุ่งให้มีการดำเนินการเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศเป็นไปอย่างเป็นธรรม ครอบคลุม ยืดหยุ่นและพร้อมต่อการรับมือสภาพปัญหาและมีความรับผิดชอบ อีกทั้ง เป็นเวทีส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้กำหนดนโยบายฝ่ายตุลาการ นักวิจัย และภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันสร้างเมืองที่มีความพร้อมในการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน</p>
2024-08-31T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการศาลปกครอง
https://so09.tci-thaijo.org/index.php/admcJ/article/view/9951
ข้อยกเว้นการเพิกถอนนิติกรรมทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเพื่อประโยชน์สาธารณะในสาธารณรัฐประชาชนจีน
2026-07-10T10:16:00+07:00
สุนิตา คงมั่น
naney007@gmail.com
2026-08-31T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการศาลปกครอง
https://so09.tci-thaijo.org/index.php/admcJ/article/view/7358
หลักกฎหมายเกี่ยวกับการกำหนดตัวผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ กรณีผู้ทำคำสั่งทางปกครองเป็นราชการส่วนภูมิภาค
2025-09-08T11:30:23+07:00
มารุต เต็มรัก
tum.tem821@gmail.com
<p> อุทธรณ์ทางปกครองเป็นกลไกสำคัญในการคุ้มครองสิทธิของประชาชนและสร้างหลักประกันความเป็นธรรมในการใช้อำนาจของรัฐ โดยระบบกฎหมายไทยกำหนดให้มี "ผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์" เพื่อทบทวนคำสั่งหรือการกระทำของเจ้าหน้าที่ระดับต้นว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือมีความเหมาะสมหรือไม่ ในระบบการบริหารราชการส่วนภูมิภาค กฎหมายกำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอที่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าบังคับบัญชาแทนราชการส่วนกลาง ในหลายกรณีเป็นการใช้อำนาจออกคำสั่งทางปกครองโดยที่บทบัญญัติของกฎหมายไม่ได้กำหนดขั้นตอนและระยเวลาการอุทธรณ์ไว้เป็นการเฉพาะ ซึ่งมีมีผลให้ต้องนำพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาปรับใช้ จึงมักเกิดปัญหาในทางปฏิบัติว่าเจหน้าที่ผู้ใดมีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์มักเกิดขึ้นในทางปฏิบัติ เพราะการใช้อำนาจออกคำสั่งทางปกครองมักเกิดจากการมอบอำนาจหรือแต่งตั้งจากราชการส่วนกลาง ปัญหาดังกล่าวถูกนำมาพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการวิธิปฏิบัติราชการทางปกครองหลายกรณี จากการศึกษาแนววินิจฉัยของคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พบว่ากรณีผู้ทำคำสั่งทางปกครองเป็นหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดการกำหนดให้ผู้ใดเป็นมีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์มีการปรับใช้หลักการบริหารราชแผ่นดินมาปรับเพื่อวินิจฉัยว่าการพิจารณาเป็นของผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้มอบอำนาจจากราชการส่วนกลาง ต่อมาคณะกกรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองได้พัฒนาหลักการพิจารณาเจตนารมณ์การกำหนดให้ผู้ใดผู้หนึ่งเพียงผู้เดียวเป็นมีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์โดยตลอดทั้งกฎหมาย ซึ่งเป็นการยกเว้นการนำหลักการบริหารราชการแผ่นดินมาปรับใช้ โดยการกำหนดผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ที่ชัดเจนช่วยให้การตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจการบริหารราชการในพื้นที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยลดกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ ทั้งนี้พบว่าจากแนววินิจฉัยของคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ยังคงมีปัญหาความสมดุลระหว่าง “ความเป็นเอกภาพของการพิจารณาอุทธรณ์” กับ “ความเชี่ยวชาญในการพิจารณาอุทธรณ์” เนื่องจากยังคงมีข้อโต้แย้งหากให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้มีอำน่าจพิจารณาอุทธรณ์ในราชการส่วนภูมิภาคในบางกรณีไม่ได้มีความเชี่ยวชาญตามข้อเท็จจริงและกฎหมายนั้น หรือบางกฎหมายมีผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์มากกว่าหนึ่งตำแหน่งในการกระทำทางปกครองในลักษณะเดียวกัน ซึ่งเป็นประเด็นทางกฎหมายที่ต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงให้ถูกต้องเหมาะสมต่อไป</p>
2026-08-31T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการศาลปกครอง
https://so09.tci-thaijo.org/index.php/admcJ/article/view/9797
สรุปความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ 129/2550 การมอบอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและอธิบดีกรมอนามัย
2026-06-22T15:24:55+07:00
กมินทร์ โรจนปัญญา
komin-y@lampang.tu.ac.th
2026-08-31T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการศาลปกครอง
https://so09.tci-thaijo.org/index.php/admcJ/article/view/10218
ชีวประวัติและผลงาน ของ ศาสตราจารย์หลุยส์ ฟาโวเรอ (Professor Louis Favoreu)
2026-08-05T11:00:27+07:00
เอื้ออารีย์ อิ้งจะนิล
aengchanil@gmail.com
2026-08-31T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026
https://so09.tci-thaijo.org/index.php/admcJ/article/view/8124
เมื่อคดีปกครองข้ามพรมแดน : ข้อพิจารณาทางกฎหมายว่าด้วยการใช้ระบบการประชุมทางจอภาพต่อคู่กรณีที่พำนักในต่างประเทศ
2026-04-20T09:54:03+07:00
นัทชา อักษรพันธ์
nutcha.aksorn@gmail.com
<p> โดยหลักแล้ว รัฐต่าง ๆ จะใช้อำนาจอธิปไตยโดยให้มีผลบังคับแค่ภายในเขตแดนอำนาจอธิปไตยของรัฐตนเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้อำนาจในทางนิติบัญญัติ บริหาร หรือตุลาการก็ตามแต่ปัจจุบันมีกรณีที่จำเป็นต้องดำเนินกระบวนพิจารณาคดีข้ามพรมแดนอยู่เป็นระยะ ส่งผลให้ศาลต่าง ๆ ทั่วโลกต้องเผชิญกับความท้าทายในการแสวงหาจุดสมดุลระหว่างการคุ้มครองสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของคู่กรณี (the right to be heard) กับการเคารพในอำนาจอธิปไตยทางตุลาการของรัฐอื่น (the sovereign equality of states) จนมีการพัฒนากรอบความร่วมมือระหว่างประเทศขึ้นเพื่อรองรับการดำเนินคดีข้ามพรมแดน ทั้งในลักษณะของการส่งเอกสารทางการศาลข้ามพรมแดน และการสืบพยานผ่านระบบการประชุมทางจอภาพข้ามพรมแดน อย่างไรก็ดี กลไกความร่วมมือระหว่างประเทศที่มีอยู่ในปัจจุบันมักจำกัดขอบเขตการใช้บังคับเฉพาะคดีอาญา หรือคดีแพ่งและพาณิชย์เท่านั้น ไม่ได้รองรับการดำเนินคดีปกครองแต่อย่างใด หากพิจารณาในบริบทของประเทศไทยแล้ว ย่อมพบว่าแม้ศาลยุติธรรมจะมีบทบัญญัติและแนวปฏิบัติที่ชัดเจนรองรับการดำเนินคดีข้ามพรมแดนทั้งคดีอาญาหรือคดีแพ่งและพาณิชย์ทว่าศาลปกครองไทยยังไม่มีหลักเกณฑ์ที่เป็นเอกภาพในประเด็นนี้ จึงกล่าวได้ว่าในมิติของรัฐต้นทาง (Requesting State) หรือรัฐที่ริเริ่มในการใช้อำนาจอธิปไตยทางตุลาการข้ามพรมแดน ประเทศไทยยังขาดความชัดเจนในกรณีการดำเนินคดีปกครอง ส่วนในมิติของรัฐปลายทางนั้น ประเทศไทยยังไม่มีการประกาศจุดยืนว่าด้วยข้อสงวนสิทธิ์หรือความยินยอมต่อการส่งเอกสารทางการศาลและสืบพยานผ่านระบบการประชุมทางจอภาพข้ามพรมแดนโดยศาลของประเทศอื่นอย่างชัดเจน ส่งผลให้การประสานความร่วมมือระหว่างประเทศทางการศาลเป็นไปอย่างล่าช้าเพราะจำต้องดำเนินการผ่านวิธีการดั้งเดิม คือ วิถีทางการทูต (Diplomatic Channel) เป็นหลัก เมื่อศึกษาเปรียบเทียบแนวปฏิบัติของสหราชอาณาจักรและเครือรัฐออสเตรเลียพบว่า สหราชอาณาจักรได้สร้างความชัดเจนในมิติของรัฐต้นทาง (Requesting State) อย่างเป็นระบบด้วยการสำรวจจุดยืนของประเทศต่าง ๆ ต่อการสืบพยานข้ามพรมแดนผ่านระบบการประชุมทางจอภาพโดยศาลและคณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยข้อพิพาท (Tribunals) ของสหราชอาณาจักรซึ่งการสำรวจความยินยอมดังกล่าวครอบคลุมทั้งคดีอาญา คดีแพ่ง และคดีปกครอง และในส่วนของเครือรัฐออสเตรเลียนั้น พบว่ามีการประกาศจุดยืนหรือข้อสงวนสิทธิ์ของรัฐอย่างชัดเจนในฐานะรัฐปลายทางการดำเนินการในเชิงรุกเช่นนี้ ส่งผลให้ศาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถประสานความร่วมมือระหว่างประเทศทางการศาลได้อย่างรวดเร็วและสอดคล้องกับหลักกฎหมายระหว่างประเทศ บทความนี้จึงเสนอให้ศาลปกครองกำหนดแนวปฏิบัติโดยใช้วิถีทางการทูต (Diplomatic Channel) อันเป็นวิธีการดั้งเดิม ควบคู่กับการประสานให้กระทรวงการต่างประเทศจัดทำสารบันทึกวาจา (Verbal Note) เพื่อสำรวจข้อจำกัดทางกฎหมายของรัฐต่าง ๆ ต่อการดำเนินคดีปกครองข้ามพรมแดนเพื่อให้สร้างความชัดเจนในกระบวนการประสานความร่วมมือในอนาคต อนึ่ง รัฐบาลไทยควรประกาศจุดยืนให้ชัดเจนต่อการร้องขอความร่วมมือทางการศาลจากศาลปกครองต่างชาติเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถตอบสนองต่อการร้องขอประสานความร่วมมือทางการศาลในคดีปกครองจากรัฐอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ ยินยอมให้ศาลปกครองของรัฐต้นทางส่งเอกสารทางการศาลข้ามพรมแดนทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษระหว่างประเทศถึงบุคคลที่พำนักในประเทศไทยหรือไม่ หรือยินยอมให้มีการสืบพยานผ่านระบบการประชุมทางจอภาพข้ามพรมแดนเข้ามายังพยานหรือคู่ความที่พำนักในประเทศไทยหรือไม่</p>
2026-08-31T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการศาลปกครอง
https://so09.tci-thaijo.org/index.php/admcJ/article/view/8166
ปัญญาประดิษฐ์กับกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
2026-04-20T15:35:22+07:00
สิรวิชญ์ ทีวะกุล
teevakul.s@gmail.com
<p> บทความนี้มุ่งศึกษาปฏิสัมพันธ์ (interactions) ระหว่างการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) ในการบริหารงานภาครัฐ (public administration) กับกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (public procurement law) ในสองรูปแบบ ได้แก่ การจัดซื้อจัดจ้างปัญญาประดิษฐ์ในภาครัฐเพื่อใช้ในการจัดทำบริการสาธารณะ (public procurement of AI) และการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (AI in public procurement) เพื่อวิเคราะห์ลักษณะพิเศษของความสัมพันธ์ และนำเสนอปัญหาในเชิงการกำกับควบคุม (regulatory challenges) ซึ่งเกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ดังกล่าว</p>
2026-08-31T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการศาลปกครอง
https://so09.tci-thaijo.org/index.php/admcJ/article/view/8711
กฎหมายพลังงานฝรั่งเศสในระยะเปลี่ยนผ่าน : รากฐานทางประวัติศาสตร์ และการบูรณาการกับสหภาพยุโรป
2026-04-16T13:39:16+07:00
อานันท์ กระบวนศรี
anan.travailler@gmail.com
<p> บทความนี้มุ่งศึกษาพลวัตและวิวัฒนาการของกฎหมายพลังงานฝรั่งเศส โดยวิเคราะห์ความตึงเครียดระหว่างจารีตการปกครองแบบรัฐเดี่ยวรวมศูนย์ที่เน้นการจัดทำบริการสาธารณะกับกฎหมายสหภาพยุโรปที่มุ่งส่งเสริมการเปิดเสรีและการแข่งขันภายใต้แนวคิดเสรีนิยมทางเศรษฐกิจ การศึกษาเริ่มต้นจากการทบทวนพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุคสัมปทานท้องถิ่น สู่การโอนกิจการเป็นของรัฐในปี ค.ศ. 1946 ซึ่งสถาปนารูปแบบรัฐผู้ประกอบการ (État opérateur) ที่ผูกขาดกิจการพลังงานผ่านการไฟฟ้าแห่งประเทศฝรั่งเศส (Électricité de France (EDF)) และการก๊าซแห่งประเทศฝรั่งเศส (Gaz de France (GDF)) เพื่อสร้างความเสมอภาค ความสมานฉันท์ทางสังคม และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของดินแดน จากนั้น ได้วิเคราะห์แรงผลักดันจากสหภาพยุโรปผ่านกลุ่มกฎหมายพลังงานทั้ง 5 ระลอก ซึ่งนำไปสู่การรื้อถอนโครงสร้างการผูกขาดในแนวดิ่ง และการเปลี่ยนผ่านจากรูปแบบรัฐผู้ประกอบการไปสู่รูปแบบรัฐผู้กำกับ (État régulateur) การปฏิรูปดังกล่าวเริ่มจากการบังคับแยกบัญชี การแยกนิติบุคคล และพัฒนาไปสู่การแยกอำนาจบริหารจัดการกิจการโครงข่าย เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรมและการเข้าถึงโครงข่ายพลังงานโดยปราศจากการเลือกปฏิบัติ ควบคู่กับการจัดตั้งและการยกระดับบทบาทขององค์กรอิสระทางปกครองโดยเฉพาะคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานในฐานะกลไกสำคัญของการกำกับตลาดพลังงาน นอกจากนี้ การศึกษายังครอบคลุมการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การเพิ่มบทบาทของผู้บริโภคให้สามารถเป็นผู้ผลิตและใช้ไฟฟ้าด้วยตนเอง ตลอดจนการรับมือกับวิกฤตการณ์ราคาพลังงานในปี ค.ศ. 2022 ซึ่งนำไปสู่<br />การปฏิรูปโครงสร้างตลาดไฟฟ้า การยอมรับมาตรการแทรกแซงราคาในภาวะวิกฤต และการวางรากฐานสำหรับตลาดก๊าซคาร์บอนต่ำและไฮโดรเจน จากการศึกษาพบว่า การปรับตัวของระบบกฎหมายฝรั่งเศสมิใช่การยกเลิกบริการสาธารณะแบบดั้งเดิม หากเป็นการจัดวางดุลยภาพใหม่ระหว่างสามเสาหลักสำคัญ ได้แก่ จารีตบริการสาธารณะของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งตั้งอยู่บนหลักความเสมอภาค หลักความต่อเนื่องและหลักว่าด้วยการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงของบริการสาธารณะ แนวคิดเสรีนิยมทางเศรษฐกิจและกฎหมายสหภาพยุโรปที่ยึดถือหลักการแข่งขันเสรี ตลอดจนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ให้ความสำคัญแก่การคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและผู้บริโภค</p>
2026-08-31T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการศาลปกครอง
https://so09.tci-thaijo.org/index.php/admcJ/article/view/10409
บทบรรณาธิการวารสารวิชาการศาลปกครอง ปีที่ 26 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม-สิงหาคม) 2569
2026-08-31T17:36:03+07:00
เอื้ออารีย์ อิ้งจะนิล
aengchanil@gmail.com
2026-08-31T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026