วารสารวิชาการศาลปกครอง https://so09.tci-thaijo.org/index.php/admcJ <p>วารสารวิชาการศาลปกครองกำหนดเผยแพร่ 3 ฉบับต่อปี ดังนี้</p> <p>ฉบับที่ 1 (มกราคม-เมษายน) เผยแพร่ภายในเดือนพฤษภาคม</p> <p>ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม-สิงหาคม) เผยแพร่ภายในเดือนกันยายน</p> <p>ฉบับที่ 3 (กันยายน-ธันวาคม) เผยแพร่ภายในเดือนมกราคมปีถัดไป</p> <p><a href="https://drive.google.com/file/d/1DHtFzbRgd-yzwH3hyG0_romVqV4pHshN/view?usp=sharing">อ่านหลักเกณฑ์การส่งผลงานทางวิชาการเพิ่มเติม</a></p> th-TH editor_warasan@admincourt.go.th (อานันท์ กระบวนศรี) editor_warasan@admincourt.go.th (อานันท์ กระบวนศรี) Thu, 30 Apr 2026 18:02:48 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 ฝรั่งเศส : สถานะทางกฎหมายของสมาคมกีฬาในประเทศฝรั่งเศส (คดี FIFAS) https://so09.tci-thaijo.org/index.php/admcJ/article/view/8730 อานันท์ กระบวนศรี ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการศาลปกครอง https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so09.tci-thaijo.org/index.php/admcJ/article/view/8730 Wed, 29 Apr 2026 00:00:00 +0700 สรุปความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ 312/2567 การพิจารณาโทษทางวินัยกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดทางวินัยอดีตข้าราชการศาลยุติธรรมในมูลกรณีเดียวกับที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษา https://so09.tci-thaijo.org/index.php/admcJ/article/view/8697 นิชาภา เขียนสายออ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการศาลปกครอง https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so09.tci-thaijo.org/index.php/admcJ/article/view/8697 Wed, 29 Apr 2026 00:00:00 +0700 บทสัมภาษณ์ชีวประวัติและผลงานของศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กมลชัย รัตนสกาววงศ์ https://so09.tci-thaijo.org/index.php/admcJ/article/view/9127 อานันท์ กระบวนศรี, สิริมา นามนนท์, ชวิกา พงศ์ดำรงวิทย์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการศาลปกครอง https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so09.tci-thaijo.org/index.php/admcJ/article/view/9127 Wed, 29 Apr 2026 00:00:00 +0700 แนะนำวิทยานิพนธ์ เรื่อง การคัดค้านตุลาการและการห้ามตุลาการมิให้เข้ามาเป็นองค์คณะ : ศึกษากรณีศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญ https://so09.tci-thaijo.org/index.php/admcJ/article/view/6790 ณริตา โสพลสุข ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการศาลปกครอง https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so09.tci-thaijo.org/index.php/admcJ/article/view/6790 Wed, 29 Apr 2026 00:00:00 +0700 บทบรรณาธิการวารสารวิชาการศาลปกครอง ปีที่ 26 ฉบับที่ 1 (มกราคม-เมษายน) 2569 https://so09.tci-thaijo.org/index.php/admcJ/article/view/9227 สุปรียา แก้วละเอียด ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so09.tci-thaijo.org/index.php/admcJ/article/view/9227 Wed, 29 Apr 2026 00:00:00 +0700 ปัญหาความไม่ชัดเจนในการแบ่งแยกกระบวนการอุทธรณ์คำสั่งในชั้นบังคับคดีและกระบวนการเพิกถอนหรือแก้ไขการบังคับคดีที่ผิดระเบียบ https://so09.tci-thaijo.org/index.php/admcJ/article/view/6821 พัฒนพงศ์ คงศักดิ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการศาลปกครอง https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so09.tci-thaijo.org/index.php/admcJ/article/view/6821 Wed, 29 Apr 2026 00:00:00 +0700 ความรับผิดของรัฐกับข้อต่อสู้ว่าด้วยงบประมาณ (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. 43/2563) https://so09.tci-thaijo.org/index.php/admcJ/article/view/6731 ณัฐภัทร ประเสริฐวิทย์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการศาลปกครอง https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so09.tci-thaijo.org/index.php/admcJ/article/view/6731 Wed, 29 Apr 2026 00:00:00 +0700 ปัญหาในการควบคุมตรวจสอบวินัยทางการคลัง (วินัยการเงินการคลังของรัฐ) ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2561 : ความไม่แน่นอนชัดเจนของกฎหมายที่ใช้เป็นฐานในการพิจารณาความผิดวินัยการคลังและการงบประมาณ https://so09.tci-thaijo.org/index.php/admcJ/article/view/3429 <p> พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2561 เป็นเครื่องมือสำคัญอย่างหนึ่งที่มอบอำนาจให้แก่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินในการรักษาวินัยทางการคลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อำนาจในการควบคุมตรวจสอบพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐว่ามีการฝ่าฝืนวินัยการคลังและการงบประมาณที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ หลักการสำคัญนี้ปรากฏในมาตรา 97 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าว ที่วางหลักว่า ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดซึ่งมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ จงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ ให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินเสนอต่อคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินให้ลงโทษทางปกครองแก่ผู้นั้น อย่างไรก็ตาม กรณีนำมาสู่การตั้งคำถามถึงกฎเกณฑ์ที่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินจะนำมาใช้ในการพิจารณาความผิดวินัยการคลังและการงบประมาณ เนื่องจากคำว่า “กฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ” มีความหมายไม่ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อพิจารณาประกอบกับพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ที่มีการใช้คำว่า “วินัยการเงินการคลังของรัฐ” ทั้งในส่วนที่เป็นชื่อของกฎหมายทั้งฉบับและในส่วนที่เป็นชื่อหมวดหนึ่งภายในกฎหมายนั้น ซึ่งทั้งสองส่วนที่ได้กล่าวมานี้มีลักษณะเป็น “วินัยทางการคลัง” ที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดความไม่แน่นอนชัดเจนในการใช้บังคับมาตรา 97 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2561 บทความนี้จึงทำการศึกษาความหมายของคำว่า “กฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ” ที่ปรากฏในบทบัญญัติดังกล่าว เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างสอดคล้องกับหลักกฎหมายมหาชน</p> อานันท์ กระบวนศรี ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการศาลปกครอง https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so09.tci-thaijo.org/index.php/admcJ/article/view/3429 Wed, 29 Apr 2026 00:00:00 +0700 การตรวจสอบความสมเหตุสมผล (reasonableness) ของการใช้ดุลพินิจในการกระทำทางปกครองที่มีผลเฉพาะกรณี : ศึกษาเปรียบเทียบในเครือรัฐออสเตรเลียและประเทศไทย https://so09.tci-thaijo.org/index.php/admcJ/article/view/7477 <p> การตรวจสอบความสมเหตุสมผลของการใช้ดุลพินิจหรือความชอบด้วยเหตุผลของการใช้ดุลพินิจ เป็นประเด็นหนึ่งที่ยังมีความคลุมเครือและมีความยุ่งยากในการกำหนดเส้นแบ่งระหว่างการใช้อำนาจที่สมเหตุสมผลและการใช้อำนาจที่ไม่สมเหตุสมผล รวมทั้งขอบเขตในการที่ศาลจะตรวจสอบ บทความนี้นำเสนอการศึกษาเปรียบเทียบหลักการพิจารณาความสมเหตุสมผลของการใช้ดุลพินิจในเครือรัฐออสเตรเลียและประเทศไทย โดยมุ่งพิจารณาเฉพาะการใช้ดุลพินิจที่มุ่งหมายให้ใช้บังคับเฉพาะกรณีเท่านั้น ผลการศึกษาพบว่า ศาลของทั้งสองประเทศมีการตรวจสอบการใช้ดุลพินิจในเรื่องความสมเหตุสมผลอยู่ แม้ข้อบกพร่องในการใช้ดุลพินิจนั้นจะไม่ได้มีความร้ายแรงและชัดแจ้งถึงขนาดที่ไม่มีวิญญูชนคนใดจะใช้อำนาจในลักษณะนั้น โดยในการพิจารณาความสมเหตุสมผล ศาลจะนำขอบเขตและวัตถุประสงค์ของกฎหมายมาพิจารณาประกอบกับข้อเท็จจริง สำหรับประเทศไทยนั้น แนวทางการพิจารณายังไม่ชัดเจนเท่ากับในเครือรัฐออสเตรเลีย เพราะยังไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายกำหนดแนวทางไว้ ประกอบกับศาลปกครองในคดีส่วนใหญ่มักวินิจฉัยข้อเท็จจริงเป็นรายคดี โดยไม่ได้กล่าวถึงหลักเกณฑ์ในการพิจารณาและมีข้อสรุปอย่างชัดเจนเกี่ยวกับประเด็นเรื่องความสมเหตุสมผล ผู้เขียนจึงมีข้อเสนอแนะว่า ควรจะมีการบัญญัติให้ความไม่สมเหตุสมผลเป็นเหตุหนึ่งของการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 สำหรับในแง่ของการวินิจฉัยคดีของศาล เห็นว่า ศาลปกครองสามารถนำหลักความสมเหตุสมผลในฐานะที่เป็นหลักกฎหมายปกครองทั่วไปมาวินิจฉัยประกอบกับหลักการหรือข้อพิจารณาอื่น ๆ เพื่อเพิ่มความหนักแน่นในเหตุผลของคำพิพากษาได้ อันจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งคู่กรณีในคดีและฝ่ายปกครองในการปฏิบัติราชการมากขึ้น</p> อรภัทร ตรัยมงคลกูล ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการศาลปกครอง https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so09.tci-thaijo.org/index.php/admcJ/article/view/7477 Wed, 29 Apr 2026 00:00:00 +0700 ความเป็นไปได้ในการนำการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทมาใช้ในชั้นบังคับคดีของศาลปกครองไทย : ศึกษาประสบการณ์ของกรมบังคับคดีไทยและศาลในประเทศสเปน https://so09.tci-thaijo.org/index.php/admcJ/article/view/7561 <p> จากการที่กรมบังคับคดีของประเทศไทยซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการบังคับคดีแพ่งโดยตรงประสบปัญหาในการบังคับคดีไม่สำเร็จ การบังคับคดีที่เกิดความล่าช้า หรือก่อให้เกิดความเสียหาย จึงหามาตรการในการทำให้การบังคับคดีเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยนำการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทมาใช้ในชั้นของการบังคับคดี เพื่อให้การดำเนินการบังคับคดีเป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว เป็นธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่คู่ความทุกฝ่าย และคู่ความสามารถเจรจายุติข้อพิพาทได้ด้วยความพึงพอใจร่วมกัน นอกจากนี้ จากการศึกษาข้อมูลของศาลในประเทศสเปนได้นำเอาการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทมาใช้ในชั้นของการบังคับคดีเช่นเดียวกัน โดยมีคดีนำร่องที่นำการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทมาใช้และเป็นแนวทางในการปฏิบัติสำหรับคดีพิพาทอื่นที่ประสบปัญหาการบังคับคดีลักษณะเดียวกัน</p> <p> จากการศึกษาการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชั้นบังคับคดีของกรมบังคับคดีไทยและศาลในประเทศสเปน เพื่อนำมาเป็นแนวทางการศึกษาถึงการนำเอาการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชั้นบังคับคดีมาใช้ในศาลปกครองของประเทศไทยนั้น พบว่า มีบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชั้นบังคับคดีเพื่อเป็นฐานอำนาจในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ซึ่งมีวัตถุประสงค์ให้การบังคับคดีบรรลุผลด้วยความถูกต้อง ครบถ้วน รวดเร็ว เป็นธรรม ลดปริมาณของการบังคับคดีที่คั่งค้างหรืออาจไม่บรรลุตามผลของคำพิพากษาจากเหตุขัดข้องหลาย ๆ ประการ ซึ่งหากศาลปกครองไทยมีบทบัญญัติกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชั้นบังคับคดีเช่นเดียวกันกับกรมบังคับคดีไทยและศาลในประเทศสเปนแล้ว อาจทำให้การดำเนินการบังคับคดีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเป็นมาตรการเสริมที่เป็นทางเลือกหนึ่งของการบังคับคดี รวมถึงมีตุลาการศาลปกครองที่จะทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชั้นบังคับคดีที่เหมาะสม โดยอาจกำหนดเป็นตุลาการในองค์คณะที่ทำหน้าที่พิจารณาคดีดังกล่าวซึ่งเป็นผู้ที่รู้และเข้าใจสภาพการณ์ของข้อเท็จจริงและสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นอันเป็นมูลเหตุแห่งการฟ้องคดีและปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากผลของคำพิพากษา สำหรับความสอดคล้องในผลของข้อตกลงจากการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชั้นบังคับคดีและผลของคำพิพากษาเดิมที่ให้มีการบังคับคดี นั้น หากมีการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแล้วมีการเปลี่ยนแปลงแนวทางของการบังคับคดีตามคำพิพากษาเดิมจะทำให้การบังคับคดีตามคำพิพากษาบรรลุผลหรือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หรือเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ได้รับผลของคำพิพากษา หรือได้รับความคุ้มครองทางการศาลที่มีประสิทธิภาพ ศาลปกครองก็อาจจะนำหลักการดังกล่าวมาพิจารณาปรับใช้เพื่อประโยชน์ที่จะได้รับจากการบังคับคดีที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นได้ นอกจากนี้ หากจะมีการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชั้นบังคับคดี ศาลปกครองอาจมีอำนาจในการพิพากษาตามยอมตามบันทึกข้อตกลงหรือสัญญาประนีประนอมยอมความในชั้นบังคับคดีได้เช่นเดียวกับการพิพากษาตามยอมในรูปแบบของการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชั้นพิจารณาคดี หรืออาจมีการออกคำสั่งในการบังคับคดีเช่นเดียวกับประเทศสเปน โดยไม่จำต้องมีคำพิพากษาตามยอม เพื่อให้คำสั่งนั้นมีผลทางกฎหมายได้เช่นเดียวกัน</p> พัชราภรณ์ ศิริวิมลกุล ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการศาลปกครอง https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so09.tci-thaijo.org/index.php/admcJ/article/view/7561 Wed, 29 Apr 2026 00:00:00 +0700 เส้นทางสู่ศาลแห่งความเป็นเลิศ : กรณีศึกษาระบบงานคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์ภาคบังคับในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี https://so09.tci-thaijo.org/index.php/admcJ/article/view/5604 <p> บทความนี้มุ่งศึกษาพัฒนาการ โครงสร้างทางกฎหมาย และเหตุผลเชิงนโยบายของระบบงานคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์ในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ซึ่งปัจจุบันได้พัฒนาไปสู่ระบบการยื่นเอกสารและการบริหารจัดการคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ภาคบังคับสำหรับทนายความและหน่วยงานของรัฐ โดยวิเคราะห์ผ่านกฎหมายว่าด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ กฎหมายวิธีพิจารณาคดีปกครอง และการปฏิรูปกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านกระบวนการยุติธรรมเข้าสู่ระบบดิจิทัล การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า การบังคับใช้ระบบงานคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์ในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีเป็นผลของการพัฒนาทางกฎหมายอย่างเป็นขั้นตอน ควบคู่กับการออกแบบกลไกรองรับปัญหาด้านเทคนิค การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม และความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล</p> <p> บทเรียนจากกรณีศึกษาของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีสามารถนำมาเชื่อมโยงกับแนวนโยบายการพัฒนาระบบศาลปกครองอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย โดยใช้แนวคิดกรอบสากลเพื่อความเป็นเลิศของศาล (International Framework for Court Excellence – IFCE) และแนวทางการเปลี่ยนแปลงศาลเข้าสู่ระบบดิจิทัลของสหภาพยุโรป เพื่อชี้ให้เห็นประเด็นที่ประเทศไทยอาจนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาระบบงานคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์ในอนาคต ทั้งในด้านประสิทธิภาพและประสิทธิผล ความครอบคลุมในการให้บริการ ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล และการทำงานร่วมกับหน่วยงานของรัฐ</p> วิชญ์พาส พิมพ์อักษร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการศาลปกครอง https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so09.tci-thaijo.org/index.php/admcJ/article/view/5604 Wed, 29 Apr 2026 00:00:00 +0700