การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ กับความสำเร็จ ในการบริหารของสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3 2) ศึกษาระดับความสำเร็จในการบริหารของสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกับความสำเร็จในการบริหารของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3 กำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างโดยการใช้ตารางของ เครจซีและมอร์แกน ได้มาด้วยวิธีสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิตามขนาดสถานศึกษา กลุ่มตัวอย่าง คือ สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 127 โรงเรียน โดยมีผู้ให้ข้อมูล สถานศึกษาละ 2 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา และครูที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบงานเทคโนโลยีสารสนเทศในสถานศึกษาเดียวกัน 1 คน รวมผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด 254 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา 1.00 ทุกข้อ ค่าความเชื่อมั่นแบบสอบถามการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเท่ากับ 0.901 และค่าความเชื่อมั่นแบบสอบถามความสำเร็จในการบริหารของสถานศึกษาเท่ากับ 0.962 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และทดสอบสถิติ ด้วยการหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
ผลการวิจัยพบว่า
- การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3 โดยรวมอยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านสมรรถนะบุคลากรและการจัดการ รองลงมาคือ ด้านโครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากร และด้านความมั่นคงปลอดภัย ตามลำดับ
- ความสำเร็จในการบริหารจัดการสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3 โดยรวมอยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ รองลงมาคือ ด้านคุณภาพของผู้เรียน และด้านกระบวนการบริหารจัดการภายในสถานศึกษา ตามลำดับ
- ความสัมพันธ์ระหว่างการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกับความสำเร็จในการบริหารของสถานศึกษา
ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3 มีความสัมพันธ์กันในทิศทางบวกอยู่ในระดับระดับสูง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม. (2561). แผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
(ฉบับปรับปรุง). กรุงเทพฯ: กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม.
จันทนา ผ่องใส. (2562). การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์
แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชูศรี วงศ์รัตนะ. (2560). เทคนิคการใช้ สถิติเพื่อการวิจัย ฉบับปรับปรุง (พิมพ์ครั้งที 11). กรุงเทพฯ:
สำนักพิมพ์ไทเนรมิตกิจ อินเตอร์ โปรเกรสซิฟ.
ชลธิชา กระแสศิล. (2564). ความสัมพันธ์ระหว่างการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกับความสำเร็จในการ
บริหารจัดการของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในพื้นที่ความรับผิดชอบของสำนักงานศึกษาธิการ
ภาค 11. (วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, สกลนคร.
บุญชม ศรีสะอาด.(2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
บุษรา บุญตะหล้า. (2563). ความสัมพันธ์ระหว่างการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกับประสิทธิผลการ
บริหารงานในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1.
(วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, สกลนคร.
สมบูรณ์ ตันยะ. (2567). วิธีวิทยาการวิจัยทางการศึกษา. มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3. (2568). รายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี
งบประมาณ 2567. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.(2561). แนวทางการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหาร
และการจัดการเรียนการสอน. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
______. (2563). แนวทางการนิเทศเพื่อพัฒนาและส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning).
กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล. (2563). Digital Government Development Plan (พ.ศ. 2563 –
. กรุงเทพฯ: สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล.
Davis, F. D. (1989). Perceived usefulness, perceived ease of use, and user acceptance of
Information technology. MIS Quarterly, 13(3), 319–340.
Dewey, J. (1938). Experience and education. New York, NY: Macmillan.
Drucker, P. F. (1993). Post-Capitalist Society. New York, NY: HarperBusiness.
Fullan, M. (2016). The new meaning of educational change (5thed.). New York: Teachers
College Press.
Laudon, K. C., & Laudon, J. P. (2018). Management Information Systems: Managing the
Digital Firm (16th ed.). New Jersey: Prentice Hall.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ราชสีมาปริทัศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
