การจัดการโลจิสติกส์อย่างยั่งยืนที่มีผลต่อการลดต้นทุนการขนส่งของธุรกิจ ในจังหวัดปทุมธานี

Main Article Content

ธิดารัตน์ บำรุงญาติ
โชติรัตน์ แกมจินดา

บทคัดย่อ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษารูปแบบการจัดการโลจิสติกส์อย่างยั่งยืนของธุรกิจในจังหวัดปทุมธานี และ 2) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการจัดการโลจิสติกส์อย่างยั่งยืนกับการลดต้นทุนการขนส่ง รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้แนวคิดการจัดการซัพพลายเชนอย่างยั่งยืน (Sustainable Supply Chain Management) ของ Carter และ Rogers และแนวคิด Triple Bottom Line ของ Elkington เป็นกรอบการวิจัย พื้นที่วิจัยคือจังหวัดปทุมธานี กลุ่มตัวอย่างคือผู้ประกอบการหรือผู้รับผิดชอบด้านโลจิสติกส์ของธุรกิจในจังหวัดปทุมธานี จำนวน 200 คน คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างด้วยวิธีการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมี 3 ชนิด คือ 1) แบบสอบถาม 2) แบบสัมภาษณ์ และ 3) แนวทางการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอ้างอิง ได้แก่ การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหาและนำเสนอผลในรูปแบบการบรรยายเชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า
1. ธุรกิจในจังหวัดปทุมธานีมีการจัดการโลจิสติกส์อย่างยั่งยืนในระดับปานกลางถึงมาก โดยให้ความสำคัญกับการวางแผนเส้นทางการขนส่ง การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
2. การจัดการโลจิสติกส์อย่างยั่งยืนมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับการลดต้นทุนการขนส่งของธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
องค์ความรู้จากงานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาการจัดการโลจิสติกส์อย่างยั่งยืนในระดับพื้นที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง ลดต้นทุนการดำเนินงาน และสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
บำรุงญาติ ธ., & แกมจินดา โ. (2026). การจัดการโลจิสติกส์อย่างยั่งยืนที่มีผลต่อการลดต้นทุนการขนส่งของธุรกิจ ในจังหวัดปทุมธานี. วารสารวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีภาคตะวันออกแห่งสุวรรณภูมิ, 5(1), 1–11. สืบค้น จาก https://so09.tci-thaijo.org/index.php/JEITS/article/view/8376
ประเภทบทความ
บทความวิจัย