กลยุทธ์การบริหารสถานศึกษาขนาดเล็กให้อยู่รอดในศตวรรษที่ 21
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารจัดการสถานศึกษาขนาดเล็กในยุคแห่งความเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะภายใต้บริบทของโลกยุคดิจิทัลที่เต็มไปด้วยความผันผวน ความไม่แน่นอน และข้อจำกัดด้านทรัพยากร สาระสำคัญของบทความเน้นบทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาในฐานะ
“ผู้นำเชิงกลยุทธ์” ที่ต้องปรับตัวและกำหนดแนวทางบริหารให้สอดคล้องกับสภาพจริงของโรงเรียนและชุมชน
ผลการสังเคราะห์แนวคิดและเอกสารที่เกี่ยวข้องพบว่า กลยุทธ์สำคัญที่สนับสนุนการอยู่รอดของสถานศึกษาขนาดเล็กประกอบด้วย 6 ด้าน ได้แก่ (1) กลยุทธ์ภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรม (2) กลยุทธ์การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ (3) กลยุทธ์การบริหารทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ (4) กลยุทธ์การพัฒนาครูและบุคลากร (5) กลยุทธ์การสร้างภาพลักษณ์และเอกลักษณ์ของโรงเรียน และ (6) กลยุทธ์การบริหารด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งทั้งหมดล้วนส่งผลให้โรงเรียนขนาดเล็กสามารถยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา สร้างความเชื่อมั่นจากชุมชน และพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว
กล่าวโดยสรุป ผู้บริหารสถานศึกษาขนาดเล็กต้องมีภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นนวัตกรรมการมีส่วนร่วม และการใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ในการตัดสินใจ เพื่อให้การบริหารสอดคล้องกับความท้าทายในทศวรรษที่ 21 และนำพาโรงเรียนให้ “อยู่รอด เติบโต และสร้างคุณค่า” ต่อสังคมไทยได้อย่างแท้จริง
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
พรรณี ชูจันทร์. (2559). การบริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พงษ์ศักดิ์ อุดม. (2560). การบริหารเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้บริหารสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: วัฒนาพานิช.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2564). แนวทางการบริหารสถานศึกษาขนาดเล็กเพื่อความยั่งยืน. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2565). รายงานนโยบายการพัฒนาการศึกษาในทศวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
Dufour, R. (2004). What is a professional learning community? Educational Leadership, 61(8), 6–11.
Katz, D., & Kahn, R. (1978). The social psychology of organizations. New York, NY: Wiley.