การสร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมนางสีเวย จากภาพจิตรกรรมฝาผนัง วัดต้าม่อน อำเภอลอง จังหวัดแพร่
คำสำคัญ:
ประติมากรรม,, นางสีเวย, จิตรกรรมฝาผนังวัดต้าม่อน, อัตลักษณ์ชุมชนบทคัดย่อ
บทความวิจัยเชิงสร้างสรรค์นี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อรวบรวมประวัติความเป็นมาของภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดต้าม่อน โดยเผยแพร่ผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ 2) เพื่อสร้างสรรค์ผลงาประติมากรรมนางสีเวย จากภาพจิตรกรรมนางสีเวยที่แสดงถึงอัตลักษณ์ความงามของวัฒนธรรมอันโดดเด่นของชุมชนต้าม่อน
ระเบียบวิธีวิจัย การวิจัยเชิงสร้างสรรค์ศิลปะ และการวิจัยเชิงปริมาณ โดยมีประชากรและกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 171 คน โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ (1) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้สำหรับการสำรวจความต้องการในการสร้างต้นแบบประติมากรรมนางสีเวย และข้อเสนอแนะของชุมชน มีจำนวน 118 คน (2) กลุ่มตัวอย่างสำหรับประเมินความพึงพอใจ ในการสร้างสรรค์ต้นแบบประติมากรรมนางสีเวย จำนวน 53 คน
ผลจากการศึกษาพบว่า 1) การรวบรวมข้อมูล และการเผยแพร่ประวัติความเป็นมาของจิตรกรรมวัดต้าม่อนผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ ได้ช่วยขยายขอบเขตการรับรู้ และถ่ายทอดองค์ความรู้ คุณค่า ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ภาพเขียนบนฝาผนัง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงวิถีชีวิต ความเชื่อ สู่สาธารณชนได้อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น 2) ผู้วิจัยได้สร้างสรรค์ประติมากรรมนางสีเวย ที่รับแรงบันดาลใจจากจิตรกรรมสองมิติ จากองค์ความรู้ของภาพจิตรกรรมนางสีเวยสองมิติสู่สามมิติในบริบทร่วมสมัย เพื่อถ่ายทอดอัตลักษณ์ชุมชน และคุณค่าความงามในมิติใหม่ โดยการประเมินความพึงพอใจต่อการสร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมนางสีเวยจากกลุ่มตัวอย่าง ผลการประเมินที่อยู่ในระดับมากที่สุด ค่าประมาณอยู่ที่ (x̄ = 4.81, S.D. = 0.42) คือผลงานศิลปะประติมากรรมนางสีเวยมีสีเสมือนจิตรกรรมฝาผนังนางสีเวย และมีองค์ประกอบสวยงาม จากการสร้างสรรค์งานศิลปะนี้ ชี้ให้เห็นความสำคัญของศิลปะร่วมสมัยที่ช่วยเป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ท้องถิ่นได้อย่างสอดคล้องกลมกลืน นอกจากนี้ผลจากการทดลอง และปรับปรุง ยังก่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่เชิงเทคนิค เป็นการสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในงานศิลปะอื่นได้อย่างเหมาะสม เสริมความภาคภูมิใจ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการอนุรักษ์ สืบสานมรดกทางวัฒนธรรม
เอกสารอ้างอิง
โอม พัฒนโชติ. (2563). การพัฒนาประติมากรรมร่วมสมัย โดยบูรณาการร่วมระหว่างศิลปะจัดวางดิจิทัลอาร์ต และเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อสร้างอัตลักษณ์ภูมิทัศน์ของ
ชุมชน. วารสารมนุษยสังคมปริทัศน์. 22(2), 89. https://so05.tci-thaijo.org/index.php/hspbruacthjournal/article/view /252892/171319
พระครูใบฎีกาวิชาญ วิสุทโธ และภักดี โพธิ์สิงห์. (2563). อัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่การจัดการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์. วารสารวนัมฎองแหรกพุทธศาสตรปริทรรศน์. 9(2), 139. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/Vanam_434/article/view/259429/175425
ภูเดช แสนสา. ( 2564). รูปแต้มวัดต้าม่อน เมืองต้า วัดพม่าปลายแดนด้านทิศตะวันออกเมืองนครลำปาง. วารสารข่วงผญา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่. 15(1), 54, 57, 67-68. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/ khuangpaya/article/view/247883/168592
ศุภรัตน์ อินทนิเวศ. (2562). การศึกษาจิตรกรรมฝาผนังวัดอารามหลวงในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน. วารสารสังคมศาสตร์วิชาการ. 12(3), 381. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/social_crru/article/view/ 232000/158350
ศุภรา อรุณศรีมรกต. (2561). การรับรู้ผ่านทัศนธาตุ: มุมมองใหม่จากงานออกแบบสู่งานศิลปะ. วารสารเวอริเดียน อี- เจอร์นัล. 11(1), 2302. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Veridian-E-Journal/article/view/121556/93441
สุชาตา โรจนาบุตร, ภูเดช แสนสา, สันธาน เวียงสิมา, สิตางศุ์ จุลชาติ, ภานุพงษ์ เลาหสม, กวิสรา ขวัญสง่า, ญาณิสา ทองฉาย, รวัสสวัส, วสิษฐกำ พล, ณัฐวรรณ วรวรรโณทัย, ชัยยศ อิษฎ์วรพันธุ์และ นคร พงษ์น้อย. (2566). การศึกษาเบื้องต้นจิตรกรรมวัดต้าม่อนเพื่อการวางแผนอนุรักษ์. วารสารศิลป์ พีระศรี. 11(1), 173, 175, 178-179. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jfa/article/view/261488 /176306
วิถี พานิชพันธ์. (2531). จิตรกรรมเวียงต้า. กรุงเทพมหานคร: บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งกรุ๊ฟ จำกัด.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
Copyright and Licensing:
Current Applied Science and Technology treasures copyright protection and licensing to secure author’s rights. The appropriate dissemination of articles is exercised to ensure openness, accessibility, and attribution. Authors retain copyright ownership, and articles are published under a Creative Commons Attribution License (CC BY-NC-ND license, http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0/), which allows sharing, and proper attribution. These policies foster an environment of collaboration and openness as well as responsible sharing, benefiting authors and the research community while intellectual property rights are honored.