การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลโดยใช้กระบวนการ SPEAR สู่การยกระดับคุณภาพผู้เรียน โรงเรียน บ้านหนองม่วง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล โดยใช้กระบวนการ SPEAR โรงเรียนบ้านหนองม่วง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1 ดำเนินการวิจัย 4 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการจำเป็น ระยะที่ 2 การสร้างและพัฒนารูปแบบ ระยะที่ 3 การทดลองใช้และปรับปรุงรูปแบบ และระยะที่ 4 การประเมินประสิทธิผลของรูปแบบ เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง แบบสอบถาม แบบทดสอบ แบบประเมินสมรรถนะ และแบบวัดความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ดัชนีความต้องการจำเป็น (PNI ) และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัญหาและความต้องการจำเป็น ครูขาดสมรรถนะการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุกและการประเมินผลดิจิทัล ขณะที่ผู้เรียนขาดทักษะพลเมืองดิจิทัลและเสี่ยงต่อการถูกกลั่นแกล้งออนไลน์ โดยดัชนีความต้องการจำเป็นสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ การออกแบบและจัดการเรียนรู้เชิงรุกในยุคดิจิทัล (PNI = 0.84) การพัฒนาวิชาชีพและนวัตกรรมครู (PNI = 0.77) และการพัฒนาผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (PNI = 0.71) 2) รูปแบบการบริหารสถานศึกษาที่พัฒนาขึ้นมี 6 ส่วน ได้แก่ 1) หลักการและเหตุผล 2) วัตถุประสงค์ 3) องค์ประกอบหลักในการพัฒนา 5 ด้าน 4) วิธีดำเนินการ 5 ขั้นตอน 5) เงื่อนไขของความสำเร็จ 6) การวัดและประเมินผล รูปแบบมีความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในระดับมากที่สุด คู่มือดำเนินงานมีความเหมาะสมระดับมากที่สุด 3) ผลการทดลองใช้รูปแบบพบว่า ครั้งที่ 1 มีระดับการปฏิบัติในระดับมาก หลังการทดลองใช้รูปแบบครั้งที่ 2 มีการปฏิบัติในระดับมากที่สุด 4) ประสิทธิผลของรูปแบบพบว่า สมรรถนะครูในภาพรวมมีพัฒนาการเชิงก้าวหน้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 25.32 คุณภาพผู้เรียนมีพัฒนาการเชิงก้าวหน้าเพิ่มขึ้นทุกมิติ โดยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับ 3 ขึ้นไปเพิ่มขึ้นสูงสุดร้อยละ 37.34 นักเรียนมีผลประเมินสมรรถนะสำคัญระดับดีขึ้นไปคิดเป็นร้อยละ 92.33 สูงกว่าเป้าหมายสถานศึกษาร้อยละ 12.33 และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดจำนวน 147 คน มีความพึงพอใจต่อรูปแบบในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.67,S.D.= 0.44)