โมเดลสมการโครงสร้างปัจจัยเชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อความผูกพันต่อองค์การของบุคลากรบริษัทยาภาคเอกชนในประเทศไทย
คำสำคัญ:
ความผูกพันต่อองค์การ, บุคลากรบริษัทยาภาคเอกชน, โมเดลสมการโครงสร้างบทคัดย่อ
งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อความผูกพันต่อองค์การของบุคลากรบริษัทยาภาคเอกชนในประเทศไทย 2) วิเคราะห์ระดับของปัจจัยเชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อความผูกพันต่อองค์การ 3) ตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดลสมการโครงสร้างของปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อความผูกพันต่อองค์การ และ 4) เสนอกลยุทธ์ในการพัฒนาปัจจัยเชิงสาเหตุเพื่อเสริมสร้างความผูกพันต่อองค์การ รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยแบบผสานวิธี ประชากร ได้แก่ บุคลากร ผู้บริหาร และผู้แทนยาที่ปฏิบัติงานในบริษัทยาภาคเอกชน 10 อันดับแรกของประเทศไทย ซึ่งขึ้นทะเบียนกับสมาคมผู้วิจัยและผลิตเภสัชภัณฑ์ในปี พ.ศ. 2559 จำนวน 2,166 คน กลุ่มตัวอย่างจำนวน 675 คน ได้มาจากการสุ่มแบบแบ่งชั้นตามภูมิภาคและจังหวัดในเขตภาคเหนือ ขณะที่การเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยการสนทนากลุ่มและแบบสอบถาม การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์เนื้อหา สถิติเชิงพรรณนา และการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง เพื่ออธิบายความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความผูกพันต่อองค์การอย่างเป็นระบบ
ผลการวิจัยพบว่า 1) จากการสังเคราะห์ปัจจัยเชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อความผูกพันต่อองค์การของบุคลากรบริษัทยาภาคเอกชนในประเทศไทย สามารถจำแนกได้เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ปัจจัยภายนอกมี 1 ปัจจัยคือ เจตคติต่ออาชีพผู้แทนยา และปัจจัยภายในมี 4 ปัจจัย คือ สมรรถนะการทำงานของผู้แทนยา ค่านิยมต่ออาชีพผู้แทนยา วัฒนธรรมองค์การ และความผูกพันต่อองค์การ 2) ระดับปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อความผูกพันต่อองค์การของบุคลากรบริษัทยาภาคเอกชนในประเทศไทยภาพรวมอยู่ในระดับมาก 3) โมเดลสมการโครงสร้างปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อความผูกพันต่อองค์การของบุคลากรบริษัทยาภาคเอกชนในประเทศไทยสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ 4) แนวทางการพัฒนานำเสนอ กลยุทธ์ในการพัฒนาปัจจัยเชิงสาเหตุต่ออิทธิพลความผูกพันต่อองค์การของบุคลากรบริษัทยา ได้รับการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิว่าอยู่ในระดับเหมาะสมและสามารถนำไปใช้ได้ทุกแนวทาง
เอกสารอ้างอิง
กฤตย์ ไชยวงศ์. (2561). การพัฒนารูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการบริหารโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์. วารสารการวัดผลการศึกษา, 35(98), 107-118.
ไชยันต์ สกุลศรีประเสริฐ. (2556). การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน. วารสารจิตวิทยาคลินิก, 44(1), 1-16.
พิทยา โภคา. (2552). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความผูกพันของพนักงานที่มีต่อองค์การของโรงงานอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์พลาสติกจังหวัดสมุทรปราการ. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศรีปทุม, กรุงเทพฯ.
ไพโรจน์ สถิรยากร. (2553). การพัฒนารูปแบบการฝึกอบรมเทคนิคการสอนงานปฏิบัติในหน่วยงาน. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, กรุงเทพฯ.
ระพินทร์ โพธิ์ศรี. (2556). หลักและทฤษฎีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้. พิมพ์ครั้งที่ 2. อุตรดิตถ์: คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์.
เลอศักดิ์ ใจกล้า. (2550). แรงจูงใจในการทำงานกับความผูกพันต่อองค์การของพนักงานในโรงงานกลุ่มบริษัทไทยซัมมิท. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง, กรุงเทพฯ.
วรรณวิภา แสงสารพันธ์. (2561). สังคมผู้สูงวัย & ความท้าทาย. สาร ศวบ. มกราคม 2561, 3-4.
วัลลภ วิชาญเจริญสุข. (2558). ภาวะหมดไฟในการทำงานและปัจจัยที่เกี่ยวข้องในผู้แทนยาบริษัทยาข้ามชาติ. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.
สมชาย วรัญญานุไกร. (2547).การสังเคราะห์ปริญญานิพนธ์ที่เกี่ยวข้องกับความผูกพันต่อองค์กร. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, กรุงเทพฯ.
สุทธิดา ไชยกิจ และชูศักดิ์ พรสิงห์. (2564). การลดระยะเวลาการสั่งซื้อวัตถุดิบเพื่อลดต้นทุนการจัดเก็บ. วารสารวิชาการเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, 17, 15-30.
อนันต์ รุ่งผ่องศรีกุล (2539). ปัจจัยส่วนบุคคลที่มีผลต่อความสำเร็จในงาน ความพึงพอใจในงาน และแนวโน้มที่จะลาออกจากองค์การของผู้แทนขายยา. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต)มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, กรุงเทพฯ.
Diamantopoulos, A. & Siguaw, J. (2000). Introducing LISREL. London: Sage
McClelland , D.C. ( 1973 ). Test for Competence, rather than intelligence. American Psychologists. 17(7), 57-83.
Mowday, R. T., Steers, R. M. & Lyman, W. P. (1979, June). The Measurement of Organization Commitment. Journal of Applied Psychology, 14, 224-247.
Publication. Goleman, D., Boyatzis, R. & McKee, A. (2002). Primal leadership: Realizing the power of Emotional intelligence. Boston: Harvard Business School.
Schumacker, R.E. & Lomax, R.G. (2010). A Beginner’s Guide to Structural Equation Modeling. 3th ed. New York: Routledge.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสันติสุขปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.