การพัฒนาศูนย์การเรียนรู้วิถีพุทธสู่ความเป็นชุมชนน่าอยู่ของกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอในจังหวัดเชียงใหม่
คำสำคัญ:
ศูนย์การเรียนรู้ทางวัฒนธรรม, กลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ, ศูนย์ปกาเกอะญอเชิงออนไลน์บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาแนวคิดการออกแบบและพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอในจังหวัดเชียงใหม่ 2) เพื่อพัฒนาศูนย์ปกาเกอะญอเชิงออนไลน์ในระบบสารสนเทศ (Google Site) ในจังหวัดเชียงใหม่ และ 3) เพื่อประเมินศูนย์ปกาเกอะญอเชิงออนไลน์ในระบบสารสนเทศ (Google Site) ในจังหวัดเชียงใหม่ การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงเอกสาร การวิจัยเชิงคุณภาพ และการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แนวคำถามการสัมภาษณ์เชิงลึก การสนทนากลุ่ม และการจัดเวิร์กชอปพัฒนาชุดความรู้ กลุ่มผู้ให้ข้อมูลประกอบด้วย ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน ตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ กลุ่มเยาวชน และกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอในพื้นที่อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ รวมจำนวนทั้งสิ้น 200 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า 1) แนวคิดการออกแบบและพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ทางวัฒนธรรมควรสะท้อนวิถีชีวิต ความเชื่อ ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่นของกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและการบูรณาการองค์ความรู้พื้นถิ่น 2) การพัฒนาศูนย์ปกาเกอะญอเชิงออนไลน์ในระบบสารสนเทศ (Google Site) สามารถนำเสนอข้อมูลด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิถีชีวิต และกิจกรรมของชุมชนได้อย่างเป็นระบบ เข้าถึงง่าย สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ และ 3) ผลการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญและผู้ใช้ในชุมชนพบว่า ศูนย์ปกาเกอะญอเชิงออนไลน์ที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสม มีประสิทธิภาพ และสามารถใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอในจังหวัดเชียงใหม่ได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังมีศักยภาพในการเป็นต้นแบบสำหรับพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ของกลุ่มชาติพันธุ์อื่นต่อไป
เอกสารอ้างอิง
ฉัฐวัฒน์ ชัชณฐาภัฏฐ์. (2563). ทิศทางภาครัฐกับการบูรณาการกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทย. ตาก: โรงพิมพ์วิทยาลัยนอร์ทเทิร์น จังหวัดตาก.
ธารีย์ณิชา ลีพีรวิทิต. (2564). พฤติกรรมและแนวทางการพัฒนาประสิทธิภาพเว็บไซต์ด้านกิจการนักศึกษา: กรณีศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล. วารสารวิทยสารสนเทศและเทคโนโลยี, 5(2), 15–30.
นนธนันท์ ยามวงศ์. (2566). การพัฒนาแอปพลิเคชันพิพิธภัณฑ์เสมือนจริงแบบอินเทอร์แอ็กทีฟ ณ วัดบางอ้อยช้าง จังหวัดนนทบุรี เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต. วารสารครุศาสตร์อุตสาหกรรม, 14(2), 85–98.
นาธนนท์ จิรากิตนิมิต และคณะ. (2563). สภาพปัจจุบันและปัญหาของการเก็บรักษาเอกสารมรดกทางวัฒนธรรมดิจิทัลในประเทศไทย. วารสารวิจัยมหาวิทยาลัยราชภัฏ, 14(1), 1–20.
ปิยะณัฐ พรมสาร. (2566). การศึกษาประสิทธิภาพเว็บไซต์หน่วยงานประกันคุณภาพการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทยที่ส่งผลต่อประสบการณ์ในการใช้งานเว็บไซต์. วารสารเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน, 8(1), 43–54.
พระณรงค์เดช อธิมุติโต (เดชาดิลก). (2561). รูปแบบการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้โรงเรียนวิถีพุทธ. วารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ฯ, 5(3), 161-176.
พิสิษฐ์ ณัฎประเสริฐ, กัมปนาท บริบูรณ์ และสุมาลี สังข์ศรี. (2560). การบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต. Veridian E-Journal, Silpakorn University, 10(2), 861-878.
พิสิษฐ์ ณัฎประเสริฐ. (2560). แนวทางการพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเพื่อการเรียนรู้ของชุมชน. กรุงเทพฯ: สถาบันวิจัยและพัฒนา.
มริษฎดา สมใจมาก. (2563). พลวัตของเรือนพื้นถิ่นกะเหรี่ยงในโฮมสเตย์ อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
รินนา ทากุดเรือ. (2568). การสร้างชุดความทรงจำทางวัฒนธรรม: แนวคิดและการประยุกต์ใช้ในสังคมดิจิทัล. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย.
รินนา ทากุดเรือ. (2568). พิพิธภัณฑ์สงครามในจังหวัดกาญจนบุรี: การสร้างพื้นที่และความทรงจำ. กรุงเทพฯ: หอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สมพร เรืองอ่อน, สุนิสา กิจใจเดี่ยว, โสภี แก้วชฎา และกฤตภัทร ส่งศรีอินทร์. (2564). การพัฒนาพิพิธภัณฑ์เสมือนจริงเพื่อการเรียนรู้มรดกทางวัฒนธรรม. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 29(3), 85–98.
สิริวัชนะ แก้พานุเอก, จินตนา นวลสงขลา และพีระ นิสุกร์. (2562). การพัฒนาการเรียนรู้บนเว็บผ่านการเล่าเรื่องดิจิทัลเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม. วารสารศึกษาศาสตร์, 50(2), 45–60.
Kolb, D. A. (1984). Experiential learning: Experience as the source of learning and development. Englewood Cliffs, NJ: Prentice Hall.
Li, J. (2019). Community participation in cultural heritage management: A systematic literature review comparing Chinese and international practices. Cities, 96, 102476. doi: 10.1016/j.cities.2019.102476
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสันติสุขปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.