สิทธิมนุษยชน: รูปแบบการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลของเครือข่ายอาสาชุมชนเพื่อคนไร้รัฐไร้สัญชาติ จังหวัดเชียงใหม่
คำสำคัญ:
คนไร้รัฐไร้สัญชาติ, เครือข่ายอาสาชุมชน, สิทธิขั้นพื้นฐาน, สิทธิมนุษยชน, แนวคิดมนุษยนิยมบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษารูปแบบและกระบวนการจัดการปัญหาคนไร้รัฐไร้สัญชาติในประเทศไทย (2) เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยและอุปสรรคที่มีผลต่อการพัฒนาสถานะบุคคลของคนไร้รัฐไร้สัญชาติ และ (3) เพื่อเสนอรูปแบบการมีส่วนร่วมของเครือข่ายอาสาชุมชนในการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคล จังหวัดเชียงใหม่ การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้ทั้งการวิจัยเชิงเอกสารและการเก็บข้อมูลภาคสนาม กลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลักจำนวน 20 คน คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง จากอาสาชุมชนและบุคคลที่มีบทบาทในการดำเนินงานของเครือข่ายอาสาชุมชน เพื่อคนไร้รัฐไร้สัญชาติ จังหวัดเชียงใหม่ เครื่องมือวิจัยคือแบบสัมภาษณ์เชิงลึกแบบกึ่งโครงสร้างร่วมกับการสนทนากลุ่ม การสังเกตแบบมีส่วนร่วม และการวิเคราะห์เอกสาร การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การจัดระเบียบและจำแนกข้อมูลเป็นหมวดหมู่ตามประเด็นการวิจัย และวิเคราะห์เชิงเนื้อหาเชิงประเด็นเพื่อเชื่อมโยงข้อค้นพบกับกรอบแนวคิดและทฤษฎีที่ใช้ในการศึกษา
ผลการวิจัยพบว่า การจัดการปัญหาคนไร้รัฐไร้สัญชาติในประเทศไทยในอดีตดำเนินการในลักษณะการแก้ไขเป็นรายกลุ่มผ่านมติคณะรัฐมนตรีเป็นช่วง ๆ ต่อมาแม้รัฐจะเริ่มพัฒนานโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาในภาพรวมมากขึ้น แต่การดำเนินงานยังคงเผชิญกับอุปสรรคหลายประการ ได้แก่ ความซับซ้อนของกฎหมาย กระบวนการทางปกครองที่ล่าช้า การใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ที่ไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ข้อจำกัดด้านบุคลากรและทรัพยากร ตลอดจนการขาดเอกสารหลักฐานของผู้ประสบปัญหา และในระดับพื้นที่ การจัดการปัญหามีลักษณะเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ องค์กรภาคประชาสังคม และเครือข่ายอาสาสมัครชุมชน อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือดังกล่าวยังขาดความต่อเนื่อง เนื่องจากข้อจำกัดด้านระยะเวลา งบประมาณโครงการ และนโยบายของผู้มีอำนาจในแต่ละช่วงเวลา ภายใต้บริบทดังกล่าว เครือข่ายอาสาชุมชนเพื่อคนไร้รัฐไร้สัญชาติทำหน้าที่เป็นกลไกระดับชุมชน ที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงและประสานงานระหว่างหน่วยงานรัฐกับคนไร้รัฐไร้สัญชาติ ช่วยลดอุปสรรคเชิงโครงสร้าง เอื้อให้ผู้ประสบปัญหาสามารถพัฒนาสถานะบุคคล และมีส่วนในการฟื้นฟูศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ดังนั้น การพัฒนาศักยภาพของอาสาสมัครชุมชนและการสนับสนุนเครือข่ายชุมชนในเชิงโครงสร้าง จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน และลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อนำไปสู่สังคมที่เคารพศักดิ์ศรีและสิทธิมนุษยชนของทุกคน
เอกสารอ้างอิง
กัณภัค ตัณฑสิทธิ์. (2563). บุคคลสองสัญชาติในมุมมองของกฎหมายไทย. วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 13(2), 49–71.
ดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล. (2565). ในปีที่ 47 ของพลเมืองโดยหลักดินแดนที่ถูกทำให้เป็นอื่น. CMU Journal of Law and Social Sciences, 12(2), 157–178.
ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี. (2541). วาทกรรมว่าด้วยชาวเขา. วารสารสังคมศาสตร์, 11(1), 92–135.
สิทธิ์ บุตรอินทร์. (2564). ปรัชญาเปรียบเทียบ มนุษยนิยมตะวันออกกับตะวันตก. กรุงเทพฯ: สร้างสรรค์.
สุรพศ ทวีศักดิ์. (2562). มนุษย์กับเสรีภาพ: มุมมองทางปรัชญา คานท์ มิลล์ รอลส์. กรุงเทพฯ: สยามปริทัศน์.
องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย. (2564). ชีวิตที่ไม่มีใครเห็น: 48 ปี สถานการณ์เด็กไร้สัญชาติในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย.
Arendt, H. (1951). The origins of totalitarianism. New York, NY: Harcourt Brace Jovanovich.
Arnstein, S. R. (1969). A ladder of citizen participation. Journal of the American Institute of Planners, 35(4), 216–224.
Freire, P. (1970). Pedagogy of the oppressed. Herder & Herder.
Galtung, J. (1969). Violence, peace, and peace research. Journal of Peace Research, 6(3), 167–191.
Kant, I. (1996). Groundwork of the metaphysics of morals (Original work published 1785). Cambridge University Press.
Nussbaum, M. C. (2011). Creating capabilities: The human development approach. Harvard University Press.
Rhodes, R. A. W. (1997). Understanding governance: Policy networks, governance, reflexivity and accountability. Open University Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสันติสุขปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.