ผลการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบการอ่านและการเขียนจากภาพ (PWIM) ที่มีต่อความสามารถในการอ่านและการเขียนภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมาย 1) เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบการอ่านและการเขียนจากภาพ (PWIM) เรื่อง มาตราตัวสะกดของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 2) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถด้านการอ่านภาษาไทย โดยใช้การจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบการอ่านและการเขียนจากภาพ (PWIM) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 กับเกณฑ์ร้อยละ 75 3) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถด้านการเขียนภาษาไทย โดยใช้การจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบการอ่านและการเขียนจากภาพ (PWIM) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 กับเกณฑ์ร้อยละ 75 ตัวอย่างในการวิจัยในครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านเขือง อำเภอ เชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ดเขต 1 จำนวน 17 คน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 ซึ่งได้จากการสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองวิจัย คือแผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง มาตราตัวสะกด ตามรูปแบบการอ่านและการเขียนจากภาพ (PWIM) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 8 แผน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 1) แบบประเมินความสามารถด้านการอ่านภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งมีลักษณะเป็นการปฏิบัติการอ่าน จำนวน 15 ข้อ 2) แบบทดสอบความสามารถด้านการเขียนภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งมีลักษณะ เป็นข้อสอบอัตนัยเขียนตอบ จำนวน 15 ข้อสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานโดยใช้การใช้สถิติวิเคราะห์แบบ One sample t – test
ผลการวิจัยปรากฏดังนี้ 1) ผลการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบการอ่านและการเขียนจากภาพ (PWIM) เรื่อง มาตราตัวสะกดของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 8 แผน มีขั้นตอนการจัดการจัดการเรียนรู้ 7 ขั้นตอน คือ 1.1) เตรียมเข้าสู่บทเรียน 1.2)โยงภาพกับคำและออกเสียงสะกด 1.3)นักเรียนอ่านและสะกดคำ 1.4)การจัดกลุ่มคำ 1.5)เพิ่มคำ 1.6)แต่งประโยค 1.7)อ่านและทบทวนประโยค โดยประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบการอ่านและการเขียนจากภาพ (PWIM) ที่มีต่อความสามารถในการอ่านและการเขียนภาษาไทยของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 พบว่าประสิทธิภาพของกระบวนการ (E1) เท่ากับ 81.29 มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 130.06 และมีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 23.59 และประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E2) เท่ากับ 81.47 มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 32.59 และมีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 5.12 ดังนั้นการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบการอ่านและการเขียนจากภาพ (PWIM) เรื่อง มาตราตัวสะกด ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เท่ากับ 81.29/81.47 ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 2) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบการอ่านและการเขียนจากภาพ (PWIM) มีความสามารถด้านการอ่านภาษาไทย ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 16.35 และมีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.47 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 75 อย่างมี นัยสำคัญ ที่ระดับ .05 3) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบการอ่านและการเขียนจากภาพ (PWIM) มีความสามารถด้านการเขียนภาษาไทย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 16.24 และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.73 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 75 อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05
Downloads
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กรมวิชาการ. (2551). เอกสารประกอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 คู่มือการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย. กรุงเทพฯ: กรมวิชาการ
กนกพร จันทะกล. (2564). การพัฒนาความสามารถด้านการอ่านและการเขียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบการอ่านและการเขียนจากภาพ. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, มหาสารคาม.
ฉวีวรรณ คูหาภินันท์. (2542). การอ่านและการส่งเสริมการอ่าน. กรุงเทพมหานคร: ศิลปาบรรณาคาร.
ชนิศร เพ็ชรฉนวน และเด่นดาว ชลวิทย์. (2567). ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ Picture Word Inductive Model ที่มีต่อความสามารถในการอ่านและเขียนสะกดคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิตมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยรามคำแหง, กรุงเทพฯ.
ณริณฐ์พัชร คงแสงจันทร์ และเด่นดาว ชลวิทย์.(2565). การเปรียบเทียบความสามารถการอ่านและเขียนสะกดคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ระหว่างที่เรียนด้วยวิธีการสอนแบบ Picture Word Inductive Model (PWIM) กับวิธีการ สอนปกติ. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยรามคำแหง, กรุงเทพฯ.
บุญชม ศรีสะอาด. (2554). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น
ผดุง อารยะวิญญู. (2544). เด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: แว่นแก้ว
พิริยา หาญบำรุงธรรม และ ใจทิพย์ ณ สงขลา. (2565). การพัฒนาหนังสือการ์จูนเออาร์ด้วยเทคนิค PWIM เพื่อพัฒนาความสามารถในการอ่านสำหรับนักเรียนประถมศึกษาตอนต้น. วารสารเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา, 5(14), 22-35.
วรรณี โสมประยูร. (2542). การสอนภาษาไทยระดับประถมศึกษา. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช.
วัชรา เล่าเรียนดี. (2556). ศาสตร์การนิเทศการสอน และการโค้ช การพัฒนาวิชาชีพ : ทฤษฎีกลยุทธ์สู่การปฏิบัติ (พิมพ์ครั้งที่ 12). นครปฐม : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขต พระราชวังสนามจันทร์ นครปฐม.
สุพัตรา ศรีธรรมมา และอุบลวรรณ ส่งเสริม. (2562). การพัฒนาความสามารถในการอ่านและการเขียนสะกดคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตร์ มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร, นครปฐม.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2566). รายงานผลการประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน (Reading Test: RT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2566. [ออนไลน์]. จาก https://www.nt.obec.go.th
อิศเรศ พิพัฒน์มงคลพรและวิไล พิพัฒน์มงคลพร. (2558). การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบพิคเจอร์เวิร์ด. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, 13(1), 17-22.
Calhoun, E.F. (1999). Teaching beginning reading and writing with the picture word inductive model. Virginia : ASCD.
Calhoun, S., (2017). Exclusives, equatives and prosodic phrases in Samoan. Glossa: a journal of general linguistics 2(1): 11. doi: https://doi.org/10.5334/gjgl.196
Joyce, Bruce; Weil, Marshar & Calhoun, Emily. (2000). Model of teaching (7thed). Boston: Pearson.