การจัดการเรียนรู้สะเต็มนอกห้องเรียนตามบริบทจังหวัดภูเก็ตเพื่อพัฒนาทักษะการสร้างแบบจำลองของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

Main Article Content

ศิริวรรณ ฉัตรมณีรุ่งเจริญ
รุจิรดา จิตราวุธ

บทคัดย่อ

          การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาทักษะการสร้างแบบจำลองของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ก่อนเข้าร่วมการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษานอกห้องเรียนในบริบทจังหวัดภูเก็ต (2) พัฒนาทักษะการสร้างแบบจำลองของนักเรียนผ่านกระบวนการเรียนรู้นอกห้องเรียนตามแนวทางสะเต็มศึกษา และ (3) พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้สะเต็มศึกษานอกห้องเรียนที่ส่งเสริมทักษะการสร้างแบบจำลองอย่างมีประสิทธิภาพ กลุ่มวิจัยเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 36 คน ซึ่งได้จากการคัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) การเก็บข้อมูลใช้ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ผ่านแบบวัดทักษะการสร้างแบบจำลอง แบบสังเกตพฤติกรรม ใบกิจกรรมการเรียนรู้ และการสัมภาษณ์กลุ่มย่อย วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา


           ผลการวิจัยพบว่า ก่อนเข้าร่วมกิจกรรม นักเรียนส่วนใหญ่มีทักษะการสร้างแบบจำลองอยู่ในระดับต่ำ โดยเฉพาะขั้นการสร้างและออกแบบแบบจำลอง หลังการจัดกิจกรรมสะเต็มศึกษานอกห้องเรียน นักเรียนมีพัฒนาการชัดเจนครอบคลุมทั้ง 4 ขั้นตอนของทักษะการสร้างแบบจำลอง ได้แก่ การสร้างและออกแบบ (77.78%) การใช้แบบจำลอง (86.11%) การเปรียบเทียบและประเมินแบบจำลอง (83.33%) และการปรับปรุงแบบจำลอง (91.67%) คะแนนรวมหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แสดงให้เห็นว่ากิจกรรมสะเต็มศึกษานอกห้องเรียนมีศักยภาพในการส่งเสริมทักษะการสร้างแบบจำลองของนักเรียนระดับประถมศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ฉัตรมณีรุ่งเจริญ ศ., & จิตราวุธ ร. . (2025). การจัดการเรียนรู้สะเต็มนอกห้องเรียนตามบริบทจังหวัดภูเก็ตเพื่อพัฒนาทักษะการสร้างแบบจำลองของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 19(4), 1–20. สืบค้น จาก https://so09.tci-thaijo.org/index.php/JOEMSU/article/view/6598
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

กรมส่งเสริมการเรียนรู้. (2564). รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2564. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ.

ชาตรี ฝ่ายคำตา และ ภรทิพย์ สุภัทรชัยวงศ์. (2557). การจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบจำลองเป็นฐาน (Model-based Learning). วารสารศึกษาปริทัศน์, 29(3), 86–99.

วัฒนาพร ดวงดีวงศ์ และ คงศักดิ์ วัฒนะโชติ. (2566). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ค่ายวิทยาศาสตร์ตามแนวคิดสะเต็มศึกษาสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. วารสารสหศาสตร์ศรีปทุม ชลบุรี, 9(3), 84–97.

ภัทรสุดา ฤทธิชัย, ดวงเดือน สุวรรณจินดา และ นวลจิตต์ เชาวกีรติพงศ์ (2568). ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบจำลองเป็นฐานที่มีต่อความสามารถในการสร้างแบบจำลองและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ เรื่องพืชดอก ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านทับท้อน จังหวัดสุราษฎร์ธานี. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 36(1), 88–104.

รินดา ดวงดีวงศ์ และ นิธิวัฒน์ วัฒนะโชติ. (2566). ผลของค่ายวิทยาศาสตร์ตามแนวคิดสะเต็มศึกษาต่อทักษะการสร้างแบบจำลองของนักเรียนระดับประถมศึกษา. วารสารสหศาสตร์ศรีปทุม ชลบุรี, 11(2). สืบค้นจาก https://journalspuc.stic.ac.th/

ลดาชาติ ลฎาภา. (2562). ครูวิทยาศาสตร์ออกแบบการทดลองที่มีทฤษฎีนำทาง: กรณีศึกษาเรื่องการปฏิสนธิในมนุษย์. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.

ลฎาภา ลดาชาติ และ ลือชา ลดาชาติ. (2560). มุมมองและความเข้าใจเกี่ยวกับแบบจำลองทางวิทยาศาสตร์ของครูวิทยาศาสตร์. วารสารการวิจัยเพื่อพัฒนาชุมชน (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์), 10(3), 149–162. https://www.journal.nu.ac.th/JCDR/

ชาตรี ฝ่ายคำตา และ ภรทิพย์ สุภัทรชัยวงศ์. (2557). การจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบจำลองเป็นฐาน [Model-based Learning]. วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์, 29(3), 86–99.

วิเชียร เพียงโงก, สมพงศ์ มาเบ้า และ อรณิชา คงวุฒิ. (2563). พัฒนาการเรียนรู้ตามแนวสะเต็มศึกษาที่สอดแทรกภูมิปัญญาท้องถิ่นสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน จังหวัดกาญจนบุรี. วารสารวิจัยมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 8(1), 77–92. สืบค้นจาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/hssj/article/view/248342

วิเชียร เพียงโงก, สมพงศ์ มาเบ้า, และ อรณิชา คงวุฒิ. (2563). การจัดกิจกรรมสะเต็มศึกษาโดยบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นสำหรับนักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน. วารสารมหาวิทยาลัยนครพนม, 10(1), 97–111. https://journal.npu.ac.th/

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2559). กิจกรรมสะเต็มศึกษา ระดับชั้นประถมศึกษา (ป.1–ป.6) เล่ม 2. กรุงเทพฯ: ผู้แต่ง. https://www.scimath.org/ebook-stem/item/13058-1-6-2

อภิสิทธิ์ ธงไชย. (2556). เทคโนโลยีและวิศวกรรมคืออะไรในสะเต็มศึกษา. นิตยสาร สสวท., 42(185), 17–18.

อรนุช ลิมตศิริ. (2564). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียนสำหรับเด็ก. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา, 15(1), 214–237.

ทัศนาวลัย อินทร์ยา และ อรนุช ลิมตศิริ. (2564). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนโดยใช้สื่อมัลติมีเดียในวิชาประวัติศาสตร์. Journal of Roi Kaensarn Academi, 6(9), 85–98. สืบค้นจาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JRKSA/article/view/249828

Behrendt, M., & Franklin, T. (2014). A review of research on school field trips and their value in education. International Journal of Environmental & Science Education, 9(3), 235–245. https://doi.org/10.12973/ijese.2014.213a

Bybee, R. W. (2013). The case for STEM education: Challenges and opportunities. NSTA Press.

Ferreira, D. M., Sentanin, F. C., Parra, K. N., Bonini, V. M. N., de Castro, M., & Kasseboehmer, A. C. (2022). Implementation of inquiry-based science in the classroom and its repercussions on the motivation to learn chemistry. Journal of Chemical Education, 99(2), 578–591. https://doi.org/10.1021/acs.jchemed.1c00287

Gogolin, S., & Krüger, D. (2018). Students’ understanding of the nature and purpose of models. Journal of Research in Science Teaching, 55(9), 1313–1338. https://doi.org/10.1002/tea.21453

Grosslight, L., Unger, C., Jay, E., & Smith, C. L. (1991). Understanding models and their use in science: Conceptualizations of middle and high school students. Journal of Research in Science Teaching, 28(9), 859–882.

Ladachart, L., & Ladachart, L. (2017). Science teachers’ perspectives on and understandings about scientific models. Journal of Community Development Research (Humanities and Social Sciences), 10(3), 149–162.

Louca, L. T., & Zacharia, Z. C. (2012). Modeling-based learning in science education. Educational Review, 64(4), 471–492. https://doi.org/10.1080/00131911.2011.628748

Lucas, L. L., & Lewis, E. B. (2019). High school students’ use of representations in physics problem solving. School Science and Mathematics, 119(6), 327–339. https://doi.org/10.1111/ssm.12357

National Research Council. (2012). A framework for K-12 science education: Practices, crosscutting concepts, and core ideas. The National Academies Press. https://doi.org/10.17226/13363

Suttiwan, W., & Raksapoln, K. (2024). The development of science learning activities package followed inquiry-based learning for primary school students. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 4(5), 1193–1212. https://doi.org/10.60027/iarj.2024.282613

UNESCO. (2017). Education transforms lives. United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization.

Valeeva, R., Biktagirova, G., Lesev, V., Mikhailenko, O., Skudareva, G., & Valentovinis, A. (2023). Exploring the impact of modeling in science education: A systematic review. Eurasia Journal of Mathematics, Science and Technology Education, 19(6), em2284. https://doi.org/10.29333/ejmste/13268

Yacom, R., Chanunan, S., & Chuachuad Chaiyasith, W. (2019). An action research to examine the ways of using model-based learning. Journal of Education and Innovation, 22(1), 190–203.