การบริหารงานบุคคลในยุคดิจิทัล ตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาร้อยเอ็ด

Main Article Content

พลากร อนุพันธ์
สุรินทร์ นำนาผล
พีรวัฒน์ ชัยสุข

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพและความต้องการจำเป็น 2) ศึกษาวิธีการ และ 3) เสนอแนวทางการบริหารงานบุคคลในยุคดิจิทัลตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาร้อยเอ็ด ใช้ระเบียบวิธีวิจัยนี้แบบผสมวิธี ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยกลุ่มตัวอย่างจำนวน ทั้งหมด 345 คน จากการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าความต้องการจำเป็นที่สถานศึกษาต้องการให้เกิดขึ้นด้วยวิธี Priority Needs Index (PNI) งานวิจัยเชิงคุณภาพ วิเคราะห์เนื้อหาการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 รูป/คน โดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา


ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพและความต้องการจำเป็นในภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยลำดับความเร่งด่วนแรกคือ การคัดเลือกบุคคล รองลงมาคือ การสรรหาอัตรากำลัง การจ่ายค่าตอบแทน และการวางแผนอัตรากำลัง 2) วิธีการบริหารงานบุคคล: การคัดเลือกควรใช้ระบบสารสนเทศเพื่อความโปร่งใส การสรรหาใช้เทคโนโลยีดิจิทัลลดความลำเอียงร่วมกับหลักธรรมาภิบาล ส่วนการจ่ายค่าตอบแทนใช้ระบบ e-Payroll พร้อมชี้แนะเกณฑ์อย่างสุภาพชัดเจน และ 3) แนวทางตามหลักสังคหวัตถุ 4 การคัดเลือก ใช้ระบบทดสอบออนไลน์และฐานข้อมูลดิจิทัลเพื่อความแม่นยำ (สมานัตตตา) ผสานการสัมภาษณ์เชิงกัลยาณมิตร (ปิยวาจา) เพื่อคัดเลือกผู้มีสมรรถนะจิตสาธารณะ (อัตถจริยา) อย่างเท่าเทียม (ทาน) การสรรหา ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลประชาสัมพันธ์เชิงรุกเพื่อขยายโอกาส (ทาน) บนเกณฑ์มาตรฐานเดียวกัน (สมานัตตตา) และสื่อสารจูงใจ (ปิยวาจา) การจ่ายค่าตอบแทน บริหารสวัสดิการผ่าน e-Payroll เพื่อความถูกต้อง (สมานัตตตา) สื่อสารระเบียบชัดเจน (ปิยวาจา) และจัดสรรรางวัลตามผลสัมฤทธิ์ (อัตถจริยา) เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ (ทาน)

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
อนุพันธ์ พ., นำนาผล ส., & ชัยสุข พ. (2026). การบริหารงานบุคคลในยุคดิจิทัล ตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาร้อยเอ็ด. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 20(2), 96–114. สืบค้น จาก https://so09.tci-thaijo.org/index.php/JOEMSU/article/view/9092
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กนก วงษ์ตระหง่าน. (2568). ครูลาออกทนภาระงานเอกสารไม่ไหวสะท้อนระบบการศึกษาล้มเหลว. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: https://www.thansettakij.com/politics/503355. 2564

กระทรวงศึกษาธิการ. (2556). คู่มือการบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคล. กรุงเทพมหานคร:องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.

ธัญญลักษณ์ ต่วนชะเอม และคณะ. (2565). แนวทางการบริหารงานบุคคลตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา ในอำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์. วารสารวิจัยวิชาการ. ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 169-181.

ธีรภัทร ภักดี. (2564). แนวทางการบริหารงานบุคคลตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของผู้บริหารสถานศึกษาเอกชน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จังหวัดนครศรีธรรมราช. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพุทธบริหารการศึกษา, บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

ธีรภัทร ภักดี. (2564). แนวทางการบริหารงานบุคคลตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของผู้บริหารสถานศึกษาเอกชน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จังหวัดนครศรีธรรมราช. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพุทธบริหารการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

บุญชม ศรีสะอาด. (2554). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 9. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาสน์.

ปราชญา กล้าผจญและสมศักดิ์ คงเที่ยง. (2545). หลักและทฤษฎีการบริหารการศึกษา. บพิธการพิมพ์. กรุงเทพมหานคร:องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.

ปราณี คาดการณ์ไกล. (2546). การใช้อำนาจของผู้บริหารที่ส่งผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรีเขต 2. วิทยานิพนธ์ครุ ศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารการศึกษา, คณะศึกษาศาสตร์, มหาวิทยาลัยศิลปากร

ปุญญิสา จารัตน์ ธนู ศรีทอง และสิน งามประโคน. (2569). แนวทางการบริหารงานบุคคลตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1. วารสารวนัมฎองแหรกพุทธศาสตรปริทรรศน์. ปีที่ 13 ฉบับที่ 1 31-43.

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต). (2553). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. กรุงเทพมหานคร: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2533, ราชกิจจานุเบกษา 116 (19 สิงหาคม 2542): 6-24.

วัลนิกา ฉลากบาง. (2559). การวิจัยแบบผสมผสาน. วาสารมหาวิทยาลัยนครพนม. 7(2): 124-132.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาร้อยเอ็ด. (2568). ข้อมูลสารสนเทศ ครู/บุคลากรในสังกัด. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา : https://sesao-ret.go.th/

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2551). คู่มือการบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคล. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.

สุวิจักขณ์ พุทธิชัยพาณิช. (2564). การบริหารงานบุคคลตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 2. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพุทธบริหารการศึกษา.

อุเทน ช่างทองมะดัน และวิรัลพัชร วงศ์วัฒน์เกษม. (2568). การบริหารงานบุคคลโรงเรียนนครราชสีมาปัญญานุกูลสังกัดสํานักบริหารงานการศึกษาพิเศษจังหวัดนครราชสีมา. วารสารสหวิทยาการศึกษาและพัฒนาสังคม, 1(2) 1-14.

Ruel, H. (2017). The Role of E-HRM in Digital Transformation. EuropeanJournal of Trainingand Development, 41(2), 110-125.

Stone, R. J. (2008). Managing human resources, New York: Free Press.

Taro Yamane. (1973). Statistics: An Introductory Analysis. 3rd ed. New York: Harper and Row Publications.

Ulrich, D. (1997). Human Resource Champions: The Next Agenda for AddingValue and Delivering Results. Harvard Business School Press.