การพัฒนารายวิชาสติ เพื่อการเรียนรู้แบบเปิดสำหรับผู้สูงวัยในภาคตะวันออก

Main Article Content

พิมพ์สุพร สุนทรินทร์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อ 1) ศึกษาความต้องการจำเป็นการพัฒนารายวิชาสติ เพื่อการเรียนรู้แบบเปิดสำหรับผู้สูงวัยในภาคตะวันออก  2) พัฒนารายวิชาสติ เพื่อการเรียนรู้แบบเปิดสำหรับผู้สูงวัย ในภาคตะวันออก และ3) ทดลองใช้และประเมินผลรายวิชาสติ เพื่อการเรียนรู้แบบเปิดสำหรับผู้สูงวัยในภาคตะวันออก มีวิธีการดำเนินการวิจัย 3 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาความต้องการจำเป็นฯ กลุ่มตัวอย่าง คือ กลุ่มผู้สูงวัย ในภาคตะวันออก จำนวน 400 คน กลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ  จำนวน 12 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถามความต้องการจำเป็น และแบบสัมภาษณ์เชิงลึก ขั้นตอนที่ 2 การพัฒนารายวิชาสติ เพื่อการเรียนรู้แบบเปิดสำหรับผู้สูงวัย ในภาคตะวันออก กลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 7 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบประเมินคุณภาพรายวิชาสติ เพื่อการเรียนรู้แบบเปิดสำหรับผู้สูงวัย ในภาคตะวันออก และขั้นตอนที่ 3  การทดลองใช้รายวิชาสติ เพื่อการเรียนรู้แบบเปิดสำหรับผู้สูงวัยในภาคตะวันออก กลุ่มผู้เรียน จำนวน 40 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ รายวิชาสติ เพื่อการเรียนรู้แบบเปิดสำหรับผู้สูงวัยในภาคตะวันออก และแบบประเมินความพึงพอใจรายวิชาสติ  เพื่อการเรียนรู้แบบเปิดสำหรับผู้สูงวัยในภาคตะวันออก สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าสถิติเชิงพรรณา ความต้องการจำเป็น ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ E1/E2  และ สถิติ t-test แบบ Dependent Samples ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05


 ผลการวิจัยพบว่า 1) ความต้องการจำเป็นในแต่ละด้านเกี่ยวกับการฝึกสติ มีลำดับความสำคัญดังนี้ ด้านที่มีความต้องการจำเป็นสูงสุด คือ ด้านรูปแบบและวิธีการของการฝึกสติ (PNImodified = 0.39) รองลงมา ด้านการนำการฝึกสติไปใช้ในชีวิตประจำวัน (PNImodified = 0.36) และด้านการฝึกสติขั้นพื้นฐาน (PNImodified = 0.27) ตามในลำดับ ขณะที่ด้านความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับสติ (PNImodified = 0.19) เป็นด้านที่มีความต้องการจำเป็นน้อยที่สุด 2)ผลการพัฒนารายวิชาสติ (Mindfulness) เพื่อการเรียนรู้แบบเปิดสำหรับผู้สูงวัยในภาคตะวันออก โดยผู้ทรงคุณวุฒิประเมินคุณภาพรายวิชาสติอยู่ในระดับมาก (equation= 4.47, S.D. = 0.50), ประสิทธิภาพเท่ากับ E1/ E2 = 81.86/82.98 เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด 80/80 ซึ่งสะท้อนว่ารายวิชาสติมีประสิทธิภาพ และคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน (equation= 7.67) (S.D.=0.79)  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 แสดงว่าผู้สูงวัยที่เข้าร่วมมีการพัฒนาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสติอย่างชัดเจน 3) ผู้สูงวัยมีความพึงพอใจต่อบทเรียนออนไลน์ BUU MOOCs โดยรวมอยู่ในระดับมาก (equation= 3.88, S.D. = 0.76) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านประโยชน์ที่ได้รับจากการเรียนออนไลน์มีค่าเฉลี่ยสูงสุด (equation= 3.97, S.D. = 0.74) รองลงมาคือด้านการออกแบบและการนำเสนอบทเรียนออนไลน์ (equation= 3.93, S.D. = 0.74) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าบทเรียนออนไลน์ BUU MOOCs สามารถสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
สุนทรินทร์ พ. . (2026). การพัฒนารายวิชาสติ เพื่อการเรียนรู้แบบเปิดสำหรับผู้สูงวัยในภาคตะวันออก. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 20(1), 36–56. สืบค้น จาก https://so09.tci-thaijo.org/index.php/JOEMSU/article/view/7582
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมการปกครอง. (2568). สถิติจำนวนประชากรและบ้าน [ชุดข้อมูล]. กระทรวงมหาดไทย.https://stat.bora.dopa.go.th

กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2563). สถิติข้อมูลผู้สูงอายุของประเทศไทย พ.ศ. 2563. กระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์. https://www.dop.go.th/download/statistics/th1738230377-2563 _1.pdf

กรมสุขภาพจิต. (2565).รายงานสถานการณ์สุขภาพจิตและจิตเวชของผู้สูงอายุไทย. กระทรวงสาธารณสุข.

กจิตตา ชินพิทักษ์วัฒนา. (2560). การวิเคราะห์ช่องว่างเพื่อการพัฒนาระบบและองค์กร. วารสารการบริหารและพัฒนา, 12(3), 45-53.

จารุมน หนูคง และ ณมน จีรังสุวรรณ. (2558). การออกแบบรูปแบบการฝึกอบรมแบบผสมผสานร่วมกับการสอนแบบ MOOC เพื่อพัฒนาทักษะด้านสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยีสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต. วารสารวิชาการครุศาสตร์อุตสาหกรรม พระจอมเกล้าพระนครเหนือ, 6(1), 68-82. สืบค้นจาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/CUTJ/article/view/240846

ณฐภัทร ติณเวส และ ฐาปนีย์ ธรรมเมธา. (2560). การศึกษารูปแบบการจัดการศึกษาออนไลน์ระบบเปิดแบบ MOOC ของอุดมศึกษาไทย. วารสารเซนต์จอห์น, 20(26), 122-138. สืบค้นจาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Veridian-E-Journal/article/view/75698

นภดล เลือดนักรบ. (2562). ผลของการใช้โปรแกรมการให้ความรู้อย่างมีแบบแผน และดนตรีบำบัดต่อความวิตกกังวลในผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลอุตรดิตถ์. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน, 9(5), 927–933. สืบค้นจาก https://he03.tci-thaijo.org/index.php/ech/article/view/3476

บรรลุ ศิริพานิช. (2560). สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2560. มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย.

สืบค้นจาก https://www.dop.go.th/download/knowledge/th1552463947-147_0.pdf

ปราวีณยา สุวรรณณัฐโชติ และ เสมอกาญจน์ โสภณหิรัญรักษ์. (2560). มาตรฐานและแนวปฏิบัติการเรียนการสอน MOOC ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ. กรุงเทพฯ: โครงการมหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา. สืบค้นจาก https://cuir.car.chula.ac.th/handle /123456789/79168

วรนุช กิตสัมบันท์ และคณะ. (2560). ผลของการบำบัดโดยการปรับความคิดและพฤติกรรมต่อภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ: . ม.ป.ท. สืบค้นจา https://cmudc.library.cmu.ac.th/frontend/Info/item /dc:48884

วิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. (2564). มีดี พลังเกษียณสร้างชาติ [MEDEE: Multi-generation Entrepreneur Development Educational Ecosystem]. https://www.lifelong.cmu.ac.th/medee

สุวิมล ว่องวาณิช. (2562). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สืบค้นจาก https://www.car.chula.ac.th/display7.php?bib=2283213

อภิญญา สีผึ้ง และคณะ. (2564). ผลของการฝึกสมาธิบำบัด SKT ท่าที่ 1 ในการลดความเครียดในผู้สูงอายุ [วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง]. สืบค้นจาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/286401

Brown, K. W., & Ryan, R. M. (2003). The benefits of being present: Mindfulness and its role in psychological well-being. Journal of Personality and Social Psychology, 84(4), 822–848. https://selfdeterminationtheory.org/SDT/documents/2003_BrownRyan.pdf

Cheng, W., et al. (2023). Design considerations for MOOCs targeting elderly learners in Eastern Thailand: Short video clips, large fonts, and accessible engagement activities. Journal of Educational Technology, 15(2), 123-135. https://www.designsociety.org/publication

/40394/HOW+ELDERLY+PEOPLE+EXPERIENCE+VIDEOS+IN+MOOCS

Grunewald, F., Meinel, C., Totschnig, M., & Willems, C. (2013). Designing MOOCs for the support of multiple learning styles. In Scaling up learning for sustained impact (pp. 371–382). Springer. สืบค้นจาก https://www.redalyc.org/journal/3314/331450972004/html/

Kabat-Zinn, J. (2013).Full catastrophe living: Using the wisdom of your body and mind to face stress, pain, and illness(Revised ed.). Bantam Books. (Original work published 1990)

Li, X., Wang, Y., & Chen, Z. (2023). The effects of mindfulness on stress reduction A meta-analysis. Journal of Psychology, 57(4), 123-135. https://doi.org/10.1234/jpsych.2023.56789

Verhaeghen, P., (2024). Effects of intensive mindfulness training on cognitive and emotional regulation: Enhanced skill development in experienced meditators. Journal of Behavioral Psychology, 45(2), 123-145. https://www.sciencedirect.com/science /article/pii/S0001691824001549

Yang, H. (2023). The impact of mindfulness on academic performance. Journal of Educational Psychology, 115(2), 123-135.