ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของวิสาหกิจชุมชนในอำเภอบุ่งคล้า จังหวัดบึงกาฬ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา (1) สภาพพื้นฐานทางสังคมและเศรษฐกิจของสมาชิกวิสาหกิจชุมชน (2) สภาพการดำเนินงานและระดับความสำเร็จของวิสาหกิจชุมชน และ (3) วิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของวิสาหกิจชุมชนในอำเภอบุ่งคล้า จังหวัดบึงกาฬ การวิจัยเป็นการวิจัยเชิงสำรวจ ประชากรที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ สมาชิกวิสาหกิจชุมชนที่ขึ้นทะเบียนในอำเภอบุ่งคล้า จังหวัดบึงกาฬ ปี พ.ศ. 2568 จำนวน 42 กลุ่ม รวม 403 คน กลุ่มตัวอย่างจำนวน 201 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างด้วยสูตรทาโร ยามาเน ที่ระดับความคลาดเคลื่อน 0.05 และสุ่มตัวอย่างด้วยวิธีสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิร่วมกับการสุ่มแบบบังเอิญ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง ประกอบด้วยข้อมูลพื้นฐาน สภาพการดำเนินงาน ระดับความสำเร็จ ปัญหาและข้อเสนอแนะ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ สถิติเชิงพรรณนา (ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ
ผลการศึกษาพบว่า (1) สมาชิกส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุเฉลี่ย 53.7 ปี ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก และมีรายได้ต่อปีส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 100,001–300,000 บาท (2) สภาพการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชนโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง โดยด้านการสนับสนุนจากภาครัฐมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ขณะที่ระดับความสำเร็จโดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยด้านภาวะผู้นำมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด และ (3) ผลการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณพบว่า การสนับสนุนจากภาครัฐ การผลิต การตลาด การเงินและบัญชี และการบริหารจัดการองค์กร ส่งผลเชิงบวกต่อความสำเร็จของวิสาหกิจชุมชนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยความสัมพันธ์ที่เด่นชัดที่สุดคือ ระหว่างการผลิตกับการตลาด (ค่า r=0.587) แสดงให้เห็นว่าการพัฒนาด้านการผลิตและการตลาดมีความสอดคล้องและเกื้อหนุนซึ่งกันและกันอย่างมีนัยสำคัญต่อความสำเร็จของวิสาหกิจชุมชน และการสนับสนุนจากภาครัฐเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลมากที่สุด ข้อเสนอแนะที่สำคัญคือ หน่วยงานภาครัฐควรสนับสนุนอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ โดยมุ่งเสริมสร้างศักยภาพด้านการบริหารจัดการองค์กร การผลิต การตลาด และการเงินบัญชีให้เข้มแข็ง รวมทั้งส่งเสริมการจัดการความรู้ภายในกลุ่มเพื่อยกระดับความยั่งยืนของวิสาหกิจชุมชนในระยะยาว
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กรมส่งเสริมการเกษตร. (2566). รายงานสถานการณ์และการประเมินศักยภาพวิสาหกิจชุมชน. กรุงเทพฯ: กระทรวงเกษตรและสหกรณ์.
กัญญามน อินหว่าง และฉัตรลภา ศรีทองพิมพ์. (2551). แนวทางการพัฒนาระบบการจัดการของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมด้วยการใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง. (รายงานการวิจัย). กรงุเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ.
เบญจมาศ อยู่ประเสริฐ. (2566). การพัฒนากลุ่มและเครือข่ายในการส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร. ในประมวลสาระชุดวิชาการส่งเสริมการเกษตรเพื่อการพัฒนา (หน่วยที่ 11–15). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
วริธ ไกยสิทธิ์. (2562). ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ตำบลน้ำเกี๋ยน จังหวัดน่าน. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยพะเยา, 11(1), 67–80.
ศรัณย์ เจริญศิริ, ชัยมงคล ศิริวารินทร์, ณิศรา ประดิษฐ์ด้วง และพงศธร แสงลี. (2567). การพัฒนาวิสาหกิจชุมชนสู่ความสำเร็จ: กรณีศึกษากลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์วิถีไทย บ้านนางาม จังหวัดอุดรธานี. วารสารศิลปะและวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำมูล, 13(1), 16–29.
สุเมต สิทฺธิเมธี. (2567). สร้างวิสาหกิจชุมชนเสริมเศรษฐกิจฐานราก. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 8(9), 189–200.
สุรศักดิ์ วาจาสิทธิ์, ธีระพล อรุณะกสิกร, ปฏินันทร์ สันติเมทนีดล, สถาพร ลิ้มมณี, ไพฑูรย์ นาคฉ่า, สุริยกานต์ ชัยเนตร และนิมล เรืองตื้อ. (2548). พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548: คำอธิบายและแนวทางปฏิบัติ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์นิติธรรม.
Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16(3), 297–334.
Gulick, L. H. & Urwick, L. (1937). Papers on the science of administration. Institute of Public Administration.
Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis. (3rded.). New York: Harper & Row.