ความขัดแย้งระหว่างคนสามวัยในครอบครัวกับการเสริมสร้างความสามัคคีบนฐานพุทธบูรณาการในจังหวัดเชียงใหม่
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ลักษณะ และปัจจัยของความขัดแย้งระหว่างคนสามวัยในครอบครัวในจังหวัดเชียงใหม่ 2) วิเคราะห์บทบาทและหลักธรรมเชิงพุทธบูรณาการในการเสริมสร้างความสามัคคีและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติระหว่างคนสามวัยในครอบครัวงานวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี ระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ ประชากรที่ใช้ในการวิจัยเชิงปริมาณ ได้แก่ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มสูงวัย วัยทำงาน และเยาวชน กลุ่มตัวอย่างจำนวน 360 คน คัดเลือกโดยวิธีการคัดเลือกแบบเจาะจง สำหรับการวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ตัวแทนคนสามวัย ผู้นำชุมชน และผู้มีบทบาทด้านศาสนาและวัฒนธรรม จำนวน 10 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์เชิงลึกแบบมีโครงสร้าง และการสนทนากลุ่ม การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา และการสังเคราะห์เชิงตีความ
ผลการวิจัยพบว่า 1. ระดับความขัดแย้งระหว่างคนสามวัยในครอบครัวโดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง โดยสาเหตุสำคัญที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับสูง ได้แก่ ความเห็นแก่ประโยชน์ฝ่ายเดียว การไม่รับฟังเหตุผลของผู้อื่น และการไม่ให้เกียรติหรือไม่เคารพผู้อาวุโส 2. หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการลดความขัดแย้งและเสริมสร้างความสามัคคี ได้แก่ อริยสัจ 4 และโยนิโสมนสิการในมิติความคิด พรหมวิหาร 4 และสาราณียธรรมในมิติความสัมพันธ์ และสังคหวัตถุ 4 กับอปริหานิยธรรมในมิติการปฏิบัติ ซึ่งช่วยลดอัตตา เสริมสร้างการสื่อสาร การยอมรับความแตกต่าง และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
การัณย์ พรหมแก้ว, ธัชชนันท์ อิศรเดช และสุรพล สุยะพรหม. (2568). การประยุกต์ใช้หลักพุทธธรรมเพื่อการจัดการความขัดแย้งทางการเมืองระดับท้องถิ่นในจังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์, 8(1), 46–58.
พระเจริญพงษ์ วิชัย, สายน้ำผึ้ง รัตนงาม และวันชัย กิ่งแก้ว. (2566). โยนิโสมนสิการในฐานะเป็นเครื่องมือจัดการความขัดแย้งภายในของมนุษย์. วารสารบัณฑิตแสงโคมคำ, 8(2), 423–441.
พระปลัดสุชาติ สุชาโต (สิงห์คุณ), พระเจริญพงษ์ ธมฺมทีโป และพระมหาศุภวัฒน์ ฐานวุฑฺโฒ. (2568). รูปแบบการสร้างความสัมพันธ์ด้วยหลักพุทธธรรมของประชาชนโดยใช้วัดเป็นฐานในชุมชนวัดจรรย์ อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารบัณฑิตแสงโคมคำ, 10(3), 140–158.
พัชรินทร์ เขตประทุม. (2563). ความขัดแย้งระหว่างงานกับครอบครัวของพยาบาลในโรงพยาบาลเถิน จังหวัดลำปาง. พยาบาลสาร, 47(4), 408-418.
รัฐพล เย็นใจมา. (2561). ความขัดแย้งในสังคม: ทฤษฎีและแนวทางแก้ไข: Ratthaphon Yenjaima. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 7(2), 224–238.
ศิริกัญญา ฤทธิ์แปลก. (2569). การส่งเสริมความปลอดภัยในครอบครัว: บทบาทพยาบาลในการป้องกันและจัดการปัญหาความรุนแรงในเด็กวัยเรียน. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9: วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม, 20(1), 115–124.
ศิริวรรณ บัวโชติ และกัมปนาท วงษ์วัฒนพงษ์. (2564). การบริหารการจัดการความขัดแย้งตามหลักพุทธธรรม. Journal of Roi Kaensarn Academi, 6(12), 342–353.
สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่. (2566). รายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัดเชียงใหม่ 2566, จาก https://chiangmai.m-society.go.th/