การส่งเสริมการจัดการด้านศาสนาและวัฒนธรรมตามแนวพุทธบูรณาการของเทศบาลตำบลไชยสถาน อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่

Main Article Content

พระปลัดวีระคุณ พรฺหมญาโณ (กองราช)
อภิรมย์ สีดาคำ
ประเสริฐ ปอนถิ่น

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระดับการจัดการด้านศาสนาและวัฒนธรรมของเทศบาลตำบลไชยสถาน อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ (2) เปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนตามปัจจัยส่วนบุคคล และ (3) เสนอแนวทางพุทธบูรณาการเพื่อส่งเสริมการจัดการด้านศาสนาและวัฒนธรรม โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน กลุ่มตัวอย่างเชิงปริมาณ ได้แก่ ประชาชนในเขตเทศบาล จำนวน 378 คน ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการทดสอบค่าที ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 10 คน และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา


ผลการวิจัยพบว่า การจัดการด้านศาสนาและวัฒนธรรมโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง โดยด้านการกำหนดนโยบายและแผนมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ขณะที่ด้านการนำนโยบายไปปฏิบัติ การควบคุมตรวจสอบ และการประเมินผลยังอยู่ในระดับปานกลาง สะท้อนข้อจำกัดเชิงการดำเนินงานและการติดตามผล เมื่อพิจารณาตามหลักสังคหวัตถุ 4 พบว่า ประชาชนมีการรับรู้และมีส่วนร่วมในระดับปานกลาง โดยด้านปิยวาจามีระดับสูงสุด และด้านสมานัตตตาต่ำสุด นอกจากนี้ ปัจจัยเพศ อายุ และรายได้มีผลต่อความคิดเห็นของประชาชนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ขณะที่ระดับการศึกษาและอาชีพไม่ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญ ข้อเสนอเชิงนโยบายจากการวิจัย ได้แก่ แนวทางพุทธบูรณาการเพื่อพัฒนาการจัดการด้านศาสนาและวัฒนธรรมในท้องถิ่น ประกอบด้วย 6 แนวทางสำคัญ คือ การบูรณาการหลักธรรมในการกำหนดนโยบาย การสนับสนุนกิจกรรมทางศาสนา การฟื้นฟูประเพณีท้องถิ่น การส่งเสริมการศึกษาและการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางพระพุทธศาสนา การสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน และการอนุรักษ์ศาสนสถานเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งทางวัฒนธรรมและคุณภาพพลเมืองในระดับท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
(กองราช) พ. พ., สีดาคำ อ., & ปอนถิ่น ป. (2026). การส่งเสริมการจัดการด้านศาสนาและวัฒนธรรมตามแนวพุทธบูรณาการของเทศบาลตำบลไชยสถาน อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่. วารสารภูมินิเวศพัฒนาอย่างยั่งยืน, 7(1), 81–93. สืบค้น จาก https://so09.tci-thaijo.org/index.php/AJ-SHaDa/article/view/6882
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ธิดารัตน์ ศิละวรรณโณ. (2558). ความคิดเห็นของพนักงานส่วนตำบลต่อการบริหารงานของ องค์การบริหารส่วนตำบลตามหลักสังคหวัตถุ 4: กรณีศึกษา อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน. (วิทยานิพนธ์พุทธสาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์). มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, พระนครศรีอยุธยา.

พระครูกิตติพลาธร (กัด กิตฺติธโร). (2562). รูปแบบการพัฒนาชีวิตด้วยหลักสังคหวัตถุ 4 ของกลุ่มชาติพันธุ์ ใน จังหวัดศรีสะเกษ. (วิทยานิพนธ์ปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา). มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, พระนครศรีอยุธยา.

พระปลัดสุรรักษ์ โชติธมฺโม (จิตต์มั่น). (2563). การประยุกต์ใช้หลักพรหมวิหาร 4 เพื่อการดำเนินชีวิตของชุมชนบ้านเทพราช อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช. (วิทยานิพนธ์ปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา). มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, พระนครศรีอยุธยา.

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต). (2556). พุทธวิธีในการสอน. (พิมพ์ครั้งที่ 18). กรุงเทพฯ: บริษัทพิมพ์สวย จํากัด.

พระพิศิษฐ์ ฐานุตฺตโร. (2559). การให้บริการสาธารณะตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของเทศบาลตำบลเวียงอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย. (วิทยานิพนธ์ปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, พระนครศรีอยุธยา.

พระมหาชัยทกร พูลกิ่ง, อรุณ ไชยนิตย์ และอรอนงค์ แตงอ่อน. (2567). การสร้างความร่วมมือระหว่าง บ้าน วัด โรงเรียน และราชการ เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เกิดความรักและความสามัคคี: กรณีศึกษาวัดชลประทานรังสฤษดิ์ ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี. วารสารวิชาการคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช, 3(1), 40–76.

พระยุทธภูมิ ธมฺมธโร. (2553). การบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตำบลตามหลักสังคหวัตถุ 4: ศึกษาเฉพาะกรณีองค์การบริหารส่วนตำบล ในเขตอำเภอนาแก จังหวัดนครพนม. (วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์). มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, พระนครศรีอยุธยา.

พระอธิการมาด ฐานิโย (ลุงอ่อง). (2567). การประยุกต์หลักอปริหานิยธรรมเพื่อการดำเนินงานตามนโยบายด้านการส่งเสริมวัฒนธรรมของเทศบาลตำบลสันป่าเปา อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่. วารสาร มจร.หริภุญชัยปริทรรศน์, 8(3), 47–60.