แนวทางการพัฒนาธุรกิจอาหารปิ้งย่างหม่าล่าของผู้ประกอบการรายย่อย ในตลาดนัดกลางคืน กรุงเทพมหานคร
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ปัจจัยส่วนบุคคลของผู้ประกอบการรายย่อยธุรกิจอาหารปิ้งย่างหม่าล่า 2) การดำเนินธุรกิจอาหารปิ้งย่างหม่าล่าของผู้ประกอบการรายย่อย 3) หาความสัมพันธ์การดำเนินธุรกิจอาหารปิ้งย่างหม่าล่าของผู้ประกอบการรายย่อยในตลาดนัดกลางคืน กรุงเทพมหานคร จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล และ 4) นำเสนอแนวทางการพัฒนาธุรกิจอาหารปิ้งย่างหม่าล่าของผู้ประกอบการรายย่อยในตลาดนัดกลางคืน กรุงเทพมหานคร โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือวิจัย ประชากรที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อยธุรกิจอาหารปิ้งย่างหม่าล่า จำนวน 16 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ค่าไคสแควร์ ผลการศึกษาพบว่า ผู้ประกอบการ ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุ 31 - 40 ปี มีสถานภาพสมรสโสด ระดับการศึกษาวุฒิต่ำกว่าปริญญาตรีและวุฒิปริญญาตรี มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,000 - 45,000 บาท มีวัตถุดิบหลักที่ได้รับความนิยมคือ เนื้อสัตว์/เครื่องในสด ด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยอาหารคือ มีการดูแลรักษาความสะอาดภายในร้านอย่างสม่ำเสมอ ถังขยะภายในร้านมีฝาปิดมิดชิด และมีการรักษามาตรฐานวัตถุดิบให้คงคุณภาพสดใหม่ ช่วงระยะเวลาที่จำหน่ายได้มากที่สุดคือ เวลา 18.00 น. – 20.00 น. รูปแบบค่าเช่าร้านคือ สัญญาเช่ารายเดือน ทำเลที่ตั้งของร้านให้ความสำคัญคือ มีชื่อร้านเป็นเอกลักษณ์และสัญลักษณ์ร้านจำง่าย กลยุทธ์การขายให้ความสำคัญคือ มีการจัดวางวัตถุดิบเดียวกันให้อยู่ในบริเวณเดียวกัน แยกเป็นหมวดหมู่ชัดเจน เพื่อให้สะดวกต่อการเลือกซื้อ และต้นทุนเฉลี่ยต่อวันคือ 3,001 – 4,500 บาท ผลการหาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลของผู้ประกอบการ มีความสัมพันธ์กับการดำเนินธุรกิจอาหารปิ้งย่างหม่าล่าของผู้ประกอบการรายย่อยในตลาดนัดกลางคืน กรุงเทพมหานคร กล่าวคือ เพศมีความสัมพันธ์กับทำเลที่ตั้งของร้าน สถานภาพสมรสมีความสัมพันธ์กับรูปแบบค่าเช่าร้าน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และแนวทางการพัฒนาการดำเนินธุรกิจอาหารปิ้งย่างหม่าล่าของผู้ประกอบการรายย่อย มีดังนี้ 1) ควรเลือกวัตถุดิบที่มีความสะอาด สดและใหม่ 2) ควรดูแลความสะอาดสถานที่และอุปกรณ์อาหารอย่างสม่ำเสมอ 3) จัดทำป้ายชื่อร้านให้เห็นชัดเจน 4) ควรเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายทางสื่อออนไลน์มากขึ้น และมีการจัดทำบัญชีเงินหมุนเวียนอย่างสม่ำเสมอ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
เอกสารอ้างอิง
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย. (2565). รายได้ร้านอาหาร ปี 65 – 66 โต แม้ต้นทุนและการรักษากำไร..ยังท้าทายอยู่ .kasikornresearch. https://www.kasikornresearch.com/th/analysis/k-social- media/Pages/Restaurant-FB-07-11-2022.aspx/, 14 มิถุนายน 2566.
กนกพร อ่ำคง. (2559). การศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคร้านหมูกระทะบุฟเฟ่ต์ในเขตเมืองพิษณุโลก. [งานนิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยนเรศวร.
ศุภมาศ วงศ์ไทย. (2565). ความจริงของ “หมาล่า” ปิ้งย่างสไตล์สิบสองปันนา คำที่ไม่ได้เรียกชื่ออาหาร แบบที่เข้าใจ. silpa-mag. https://www.silpa-mag.com/culture/article_7732/
Siivonen, P. T., K. Komulainen, K. Kasanen and P. Kupiainen, (2021). “Aged and gendered master narratives on entrepreneurship in Finnish higher education.” International Journal of Gender and Entrepreneurship 18.DOI 10.1108/IJGE-01-2021-0010.
สุธีรา อะทะวงษา, นงนุช กันธะชัย, สุรินทร์ พิทักษ์สิกุล, ศิรสิทธิ์ ศิริวัฒนากุล และจิรพัฒน์ อุปถัมภ์. (2564). ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานของผู้ประกอบการธุรกิจแฟรนไชส์ในจังหวัด เชียงราย. วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย. 16(1), 149-173.
Kotler, P. (2000). Marketing management. New jersey: Prentice-Hall.
กตัญญู หิรัญญสมบูรณ์. (2563). การจัดการธุรกิจขนาดย่อม. (พิมพ์ครั้งที่ 11).
ยูเพรส คอร์เปอร์เรชั่น.
Kotler, P. and G. Armstrong. (2004). Principles of Marketing. Upper Saddle River, New Jersey: Prentice Hall.
ศิริวรรณ เสรีรัตน์. (2541). กลยุทธ์การตลาดและการบริหารการตลาด. ธีระฟิล์มและไซเท็กซ์.
สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย. (2564). กระบวนการการจัดการสุขาภิบาลอาหาร. Envocc. http://envocc.cbo.moph.go.th/eh/assets/doc_uploads/5e97f7afed735.pdf/
สิริลักษณ์ พิชัยณรงค์. (2565). การเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreurship). (พิมพ์ครั้งที่ 2). สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
กิตติ กอบัวแก้ว. (2553). การบริหารการผลิต. โอเดียนสโตร์, กรุงเทพฯ.