วิกฤตพลังงานโลกกับความเปราะบางของไทย: การวิเคราะห์ผลกระทบเชิงนโยบายจากสงครามอเมริกา–อิสราเอล–อิหร่านต่อความมั่นคงทางพลังงาน
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบของวิกฤตพลังงานโลกภายใต้บริบทความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่านต่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทย โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพผ่านการวิเคราะห์เอกสาร รายงานระหว่างประเทศ และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่ออธิบายความเชื่อมโยงระหว่างภูมิรัฐศาสตร์ ตลาดพลังงานโลก และโครงสร้างพลังงานของไทย ผลการศึกษาพบว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่ออุปทานพลังงานโลก โดยเฉพาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ผ่านจุดคอขวดสำคัญ เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาพลังงานในตลาดโลกมีความผันผวนสูงและส่งผ่านมายังประเทศผู้นำเข้าอย่างประเทศไทยโดยตรง ในบริบทดังกล่าวโครงสร้างพลังงานของไทยซึ่งพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเป็นหลักและมีการนำเข้า ก๊าซธรรมชาติเหลว เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประเทศมีความเปราะบางต่อความผันผวนของราคาและอุปทานในระดับสากล นอกจากนี้ผลกระทบของวิกฤตพลังงานยังปรากฏในระดับเศรษฐกิจมหภาค ผ่านการเพิ่มขึ้นของค่าไฟฟ้า อัตราเงินเฟ้อ และต้นทุนการผลิต ซึ่งส่งผลต่อค่าครองชีพของประชาชนและความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ ขณะเดียวกันการตอบสนองเชิงนโยบายของรัฐไทยในปัจจุบันยังคงเน้นมาตรการระยะสั้น เช่น การอุดหนุนและควบคุมราคา ซึ่งมีข้อจำกัดในการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างในระยะยาว บทความนี้จึงเสนอว่า วิกฤตพลังงานจากสงครามมิได้เป็นเพียงปัจจัยภายนอก หากแต่เป็นตัวสะท้อนความเปราะบางเชิงโครงสร้างของระบบพลังงานไทย โดยเฉพาะการพึ่งพาการนำเข้าและการขาดความหลากหลายของแหล่งพลังงาน ดังนั้นประเทศไทยจำเป็นต้องดำเนินการปฏิรูปนโยบายพลังงานอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นการกระจายแหล่งพลังงาน ลดการพึ่งพา ก๊าซธรรมชาติเหลว เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน และเสริมสร้างความสามารถในการรับมือกับความผันผวนของตลาดพลังงานโลกในระยะยาว
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.