การวิเคราะห์ความต้องการจำเป็นในการพัฒนาโรงเรียนประถมศึกษาที่สามารถดำรงอยู่ได้อย่างมีคุณภาพ (Stand Alone)
คำสำคัญ:
การประเมินความต้องการจำเป็น, โรงเรียนประถมศึกษา Stand Alone, การบริหารการศึกษาบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ในการพัฒนาโรงเรียนประถมศึกษาที่สามารถดำรงอยู่ได้อย่างมีคุณภาพ (Stand Alone) และ 2) วิเคราะห์ความต้องการจำเป็นในการพัฒนาโรงเรียนดังกล่าว การวิจัยใช้ระเบียบวิธีแบบผสมผสาน กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้อำนวยการโรงเรียนและครูวิชาการจากโรงเรียนประถมศึกษา Stand Alone ใน 6 ภูมิภาค จำนวน 130 คน แบ่งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน 65 คน และครูวิชาการ 65 คน โดยกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางของ Krejcie and Morgan เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนา วิเคราะห์ข้อมูลด้วยความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และดัชนีความต้องการจำเป็นแบบปรับปรุง (Modified Priority Needs Index: PNImodified)
ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบันของการพัฒนาโรงเรียนประถมศึกษา Stand Alone โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ขณะที่สภาพที่พึงประสงค์โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด สะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างระหว่างสภาพการดำเนินงานในปัจจุบันกับระดับการพัฒนาที่คาดหวัง 2) การวิเคราะห์ความต้องการจำเป็นพบว่า ด้านที่ควรได้รับการพัฒนาเป็นลำดับแรกคือ การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพผู้เรียน รองลงมาคือ การพัฒนาครูและบุคลากรทางการ, การเพิ่มประสิทธิภาพและการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการศึกษา และ การสร้างเอกลักษณ์การพัฒนากลุ่มโรงเรียน Stand Alone ส่วนการสร้างโอกาสและความเสมอภาค และ การพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มีค่า PNImodified=0.28 เท่ากัน ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า การพัฒนาโรงเรียน Stand Alone ควรให้ความสำคัญกับคุณภาพผู้เรียนและศักยภาพของครูเป็นลำดับแรก ควบคู่กับการเสริมประสิทธิภาพการบริหารจัดการ การมีส่วนร่วม และการพัฒนาอัตลักษณ์ของโรงเรียนให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่อย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์. (2556). การปฏิรูปการศึกษาเพื่ออนาคตของไทย. กรุงเทพฯ: สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI).
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2564). รายงานการศึกษาวิจัยแนวทางการดำเนินงานโรงเรียนคุณภาพประจำตำบลและโรงเรียน Stand Alone. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2566ก). แนวทางการดำเนินงานโครงการโรงเรียนคุณภาพ (Stand-alone). ไทย. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2566ข). แนวทางการบริหารจัดการโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็กที่ดำรงอยู่ได้เพียงโรงเดียวในพื้นที่ (Stand Alone) อย่างมีคุณภาพ. กรุงเทพฯ: สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2559). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 พ.ศ. 2560-2564. กรุงเทพฯ: สำนักนายกรัฐมนตรี.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค.
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. (2560). รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 กับมิติด้านการศึกษา. สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561-2580. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
สุทิน แก้วพนา. (2563). ทิศทางการจัดการศึกษาโรงเรียนขนาดเล็กสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1. (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, เชียงใหม่.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2550). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2562). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Fullan, M. (2016). The New Meaning of Educational Change. 5th ed. Teachers College Press.
Fullan, M. (2020). The New Meaning of Educational Change. 6th ed. Teachers College Press.
Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสันติสุขปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.