มายาคติแห่งอำนาจ: การประกอบสร้างอุดมการณ์รัฐผ่านระบบสัญญะ นรก-สวรรค์ ในไตรภูมิพระร่วง
คำสำคัญ:
มายาคติ, สัญศาสตร์, ไตรภูมิพระร่วง, อุดมการณ์รัฐ, นรก-สวรรค์บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์โครงสร้างมายาคติในระบบสัญญะนรก–สวรรค์ที่ปรากฏใน ไตรภูมิพระร่วง 2) ศึกษาและอธิบายกลไกการประกอบสร้างและการผลิตซ้ำอุดมการณ์รัฐผ่านระบบสัญญะ และ 3) สังเคราะห์และพัฒนากรอบแนวคิดระบบสัญญะทางอุดมการณ์ สำหรับการวิเคราะห์วรรณกรรมพุทธศาสนา การวิจัยใช้ระเบียบวิธีเชิงคุณภาพแบบพรรณนาวิเคราะห์ โดยใช้ ไตรภูมิพระร่วง ฉบับกรมศิลปากร พ.ศ. 2555 (พิมพ์ครั้งที่ 5) เป็นแหล่งข้อมูลหลัก เน้นวิเคราะห์ตัวบทในหมวดนรกภูมิและฉกามาพจรภูมิ เครื่องมือหลักคือกรอบ Tri-Semiotic Analysis Framework ซึ่งบูรณาการแนวคิดสัญศาสตร์ของโรล็องด์ บาร์ตส์ เฟอร์ดิน็องด์ เดอ โซซูร์ และชาร์ลส์ แซนเดอร์ส เพิร์ซ ร่วมกับแนวคิดกลไกทางอุดมการณ์ของรัฐของหลุยส์ อัลธูแซร์ โดยวิเคราะห์ข้อมูลในระดับตัวหมายและความคิดที่ถูกหมาย ประเภทของสัญญะ การสร้างมายาคติ และหน้าที่ทางอุดมการณ์
ผลการวิจัยพบว่า 1) ระบบสัญญะนรก–สวรรค์ประกอบสร้างมายาคติสำคัญ 3 ระดับ ได้แก่ มายาคติแห่งกรรม ซึ่งทำให้การลงโทษถูกมองเป็นกฎธรรมชาติของจักรวาล มายาคติแห่งอำนาจ ซึ่งใช้สวรรค์และโครงสร้างจักรวาลแบบลำดับชั้นเป็นสัญญะรองรับระเบียบทางสังคม และมายาคติแห่งความกลัว ซึ่งเชื่อมโยงภาพนรกกับหลักหิริโอตตัปปะเพื่อส่งเสริมการกำกับตนเองของปัจเจกชน 2) กลไกการผลิตซ้ำอุดมการณ์ทำงานผ่านกระบวนการทำให้ความหมายทางสังคมดูเป็นธรรมชาติ การเรียกเร้า และการควบคุมตนเอง ส่งผลให้ระเบียบและความสัมพันธ์เชิงอำนาจได้รับการยอมรับโดยไม่จำเป็นต้องอาศัยการบังคับโดยตรง และ 3) ผลการสังเคราะห์นำไปสู่กรอบแนวคิด ISS ซึ่งประกอบด้วย 4 กลไกสำคัญ ได้แก่ โครงสร้างสัญญะ การประกอบสร้างมายาคติ การเรียกเร้า และการผลิตซ้ำ โดยมีความเชื่อทางศาสนาเป็นสื่อกลางในการธำรงและผลิตซ้ำความสัมพันธ์เชิงอำนาจ กรอบดังกล่าวจึงสามารถใช้เป็นแนวทางในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างสัญญะ ความเชื่อ และอุดมการณ์ในวรรณกรรมพุทธศาสนาได้อย่างเป็นระบบ
เอกสารอ้างอิง
กาญจนา แก้วเทพ. (2557). ศาสตร์แห่งสื่อและวัฒนธรรมศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: ภาพพิมพ์.
ชะม้อย คุมพล. (2556). การศึกษาวิเคราะห์เชิงพุทธจริยธรรมการบริหารราชการแผ่นดินในสมัย รัชกาลที่ 1 ที่ปรากฏในไตรภูมิโลกวินิจฉยกถา. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, พระนครศรีอยุธยา.
ธนกิจ โคกทอง. (2565). การสร้างสรรค์ศิลปะภาพถ่ายโฆษณาตามการรับรู้ภาพลักษณ์ ภายใต้แนวคิดมายาคติความงามของสตรีเพศ. (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยนเรศวร, พิษณุโลก.
ธนภณ สมหวัง. (2541). อุดมการณ์รัฐไทยในศตวรรษที่ 21: จากไตรภูมิพระร่วงถึงพุทธธรรม. วารสารศรีปทุม 1, 1(1), 68-81.
พระมหาบุญศักดิ์ ภักดี. (2546). การวิเคราะห์หลักพุทธจริยธรรมในไตรภูมิพระร่วง (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยมหิดล, นครปฐม.
พระศรีสุธรรมเมธี (สุเทพ ผุสฺสธมฺโม). (2536). อิทธิพลของพระพุทธศาสนาเถรวาทที่มีต่อแนวความคิดทางการเมืองการปกครองของพระเจ้าลิไท ศึกษาเฉพาะกรณี: ไตรภูมิพระร่วง (เตภูมิกถา). (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, พระนครศรีอยุธยา.
พระมหาธรรมราชาที่ 1, พญาลิไทย. (2555). ไตรภูมิกถา หรือ ไตรภูมิพระร่วง. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: องค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา.
สิงห์ สุวรรณกิจ และทินกฤต สิรีรัตน์. (2567). ว่าด้วยอุดมการณ์และโครงสร้างของหลุยส์ อัลธูแซร์: สำรวจงานศึกษาในไทยและข้อเสนอในการอ่านใหม่. วารสารมนุษยศาสตร์สาร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 25(1), 159–188.
Barthes, R. (1972). Mythologies (A. Lavers, Trans.). New York: Hill and Wang.
Peirce, C. S. (1932). Collected Papers of Charles Sanders Peirce (Vol. 2). Cambridge: Harvard University Press.
Saussure, F. de. (1959). Course in General Linguistics (W. Baskin, Trans.). New York: Philosophical Library.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสันติสุขปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.