รูปแบบประเพณีของชาวไทลื้อที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาในเมืองสิบสองปันนา
คำสำคัญ:
ประเพณีของชาวไทลื้อ, พุทธศาสนา, เมืองสิบสองปันนาบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาประเพณีและความเชื่อของชาวไทลื้อในเมืองสิบสองปันนา 2) เพื่อศึกษาประเพณีและความเชื่อของชาวไทลื้อที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาในเมืองสิบสองปันนา 3) เพื่อวิเคราะห์รูปแบบประเพณีและความเชื่อของชาวไทลื้อที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาในเมืองสิบสองปันนา และ 4) เพื่อนำเสนอรูปแบบประเพณีและความเชื่อของชาวไทลื้อที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาในเมืองสิบสองปันนา ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ นักวิชาการพระพุทธศานา ผู้นำศาสนสถาน พระสงฆ์ผู้มีความเชี่ยวชาญทางพระพุทธศาสนา ปราชญ์ชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ โดยเลือกแบบเจาะจง รวมจำนวน 20 รูป/คน การวิจัยเรื่องนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ มุ่งศึกษาประเพณีและความเชื่อทางพระพุทธศาสนาในบริบทของสังคมไทลื้อ โดยใช้วิธีการศึกษาข้อมูลเอกสาร การสังเกตภาคสนาม และการสัมภาษณ์เชิงลึก
ผลการวิจัยพบว่า ประเพณีของชาวไทลื้อในเมืองสิบสองปันนา เป็นระบบวัฒนธรรมที่ผสานความเชื่อพื้นเมืองกับพระพุทธศาสนาเถรวาทอย่างกลมกลืน ความเชื่อเรื่องผี บรรพบุรุษ และธรรมชาติยังคงมีบทบาทสำคัญในการกำกับศีลธรรมและความสัมพันธ์ของชุมชน โดยสามารถดำรงอยู่ควบคู่กับหลักกรรม บุญ-บาป และหลักธรรมทางพุทธศาสนาได้อย่างไม่ขัดแย้ง ประเพณีทางพุทธศาสนา เช่น การตานตุง ตานกองทราย การขึ้นธาตุ เข้าพรรษา และวันสำคัญทางศาสนา ทำหน้าที่เป็นกลไกปลูกฝังคุณธรรม ความสามัคคี และการสืบทอดอัตลักษณ์จากรุ่นสู่รุ่น การวิเคราะห์รูปแบบสามารถจำแนกได้ 5 รูปแบบสำคัญ ได้แก่ (1) รูปแบบการบูรณาการความเชื่อดั้งเดิมกับพุทธธรรม (2) รูปแบบศิลปะและอัตลักษณ์ในวันสำคัญทางศาสนา (3) รูปแบบพิธีกรรมตามวงจรชีวิตในฐานะพื้นที่สืบสานคติธรรม (4) รูปแบบการเยียวยาจิตวิญญาณและความกตัญญู และ (5) รูปแบบนิเวศวิทยาเชิงจริยธรรม และองค์ความรู้ใหม่ BUDDHA Model โดยแนวคิดนี้สะท้อนให้เห็นว่า พระพุทธศาสนาไม่ได้ดำรงอยู่เพียงในฐานะระบบความเชื่อทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นโครงสร้างทางวัฒนธรรมที่หล่อหลอมวิถีชีวิต ค่านิยม และความสัมพันธ์ทางสังคมของชุมชนอย่างเป็นระบบ พระพุทธศาสนาในบริบทของชาวไทลื้อจึงมีลักษณะของพุทธศาสนาในบริบทวัฒนธรรม ซึ่งเกิดจากการผสมผสานระหว่างหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา กับความเชื่อพื้นบ้านและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน
เอกสารอ้างอิง
กชพรรณ จันทรา. (2565). การดำเนินชีวิตตามแนวพระพุทธศาสนาของกลุ่มชาติพันธุ์ไทลื้อบ้านหนองบัว ตำบลป่าคา อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน. วารสาร มจร.หริภุญชัยปริทรรศน์, 6(2), 16-31.
เปรมวิทย์ วิวัฒนเศรษฐ์. (2561). อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาติพันธุ์ในพิธีกรรมแห่งชีวิตชาวไทลื้อจังหวัดพะเยา. วารสารมหาวิทยาลัยพายัพ, 28(2), 173-190.
พระครูวิจิตรพิพัฒนโกศล (สุเวศน์ หอมนาน), พระราชปริยัติ, พระครูวรวรรณวิฑูรย์ และชูชาติ สุทธะ. (2565). รูปแบบการส่งเสริมประเพณีทางพระพุทธศาสนาของชาวไทลื้อ. วารสารบัณฑิตแสงโคมคำ, 7(2), 366–382.
พวงรัตน์ ทวีรัตน์. (2540). วิธีการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ: ม.ป.ท.
วรรณิดา ถึงแสง. (2556). ตำนานการสร้างโลกของชาวไทลื้อ: วิเคราะห์จากคัมภีร์โบราณของสิบสองปันนา (สาธารณรัฐประชาชนจีน). มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, เชียงใหม่.
ศุภชัย ทองสุข. (2561). การศึกษาวัฒนธรรมและความเชื่อของชาวไทลื้อในสิบสองปันนา: การผสานศาสนาพุทธกับวิถีท้องถิ่น. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, เชียงใหม่.
อมรา พงศาพิชญ์ (2541). วัฒนธรรม ศาสนา และชาติพันธุ์: วิเคราะห์สังคมไทยแนวมานุษยวิทยา. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Buadaeng, K. (2003). Buddhism, animism and millenarianism in northern Thailand. Silkworm Books.
Cohen, E. (2000). The Thai canoe cave: And other explorations in Thailand's contemporary culture and society. White Lotus Press.
Cohen, P. T. (2009). The resilience of Buddhism in Xishuangbanna. Anthropological Forum, 19(3), 313–333.
Dhammasami, K. (2007). Between two civilizations: Buddhism in Shan States.
Keyes, C. F. (1995). Who are the Tai? Reflections on the invention of local, national, and transnational identities. Honolulu: University of Hawaii Press.
Xu, H. & Wall, G. (2007). Resilience and sustainable development: Village tourism in Xishuangbanna, China. Tourism Management, 28(2), 468–479.
Zhang, J. & Xiao, X. (2018). Cultural identity and local heritage in an era of globalization: The case of Xishuangbanna, China. International Journal of Heritage Studies.
Zhang, L. (1981). The social and historical status of the Dai people in Xishuangbanna. Minzu Yanjiu.
Zhang, M. & Wang, L. (2019). Cultural innovation and digital preservation of ethnic minority heritage: A case study of the Dai people in Yunnan. Journal of Cultural Heritage Management and Sustainable Development, 18(1), 74–93.
Zhou, M. (2003). Multilingualism in China: The Politics of Writing Reforms for Minority Languages 1949-2002. Berlin: Mouton de Gruyter.
Zürcher, E. (2007). The Buddhist Conquest of China: The Spread and Adaptation of Buddhism in Early Medieval China. 3rd ed. Brill.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสันติสุขปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.