บทบาทภาคีเครือข่ายในการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ขนมไทยชุมชนภายใต้กรอบการจัดการปกครองสาธารณะแนวใหม่ ตำบลช้างน้อย อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
คำสำคัญ:
นวัตกรรม, ผลิตภัณฑ์ชุมชน, กระบวนการร่วมผลิตบทคัดย่อ
งานวิจัยมีวัตถุประสงค์ในการศึกษา ได้แก่ 1) ศึกษาบทบาทของภาคีเครือข่ายในการร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน และ 2) ศึกษาขั้นตอนกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการสร้างนวัตกรรมเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ชุมชน ด้วยระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพผ่านการสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วม และการสัมภาษณ์เชิงลึก โดยกลุ่มผู้ให้ข้อมูลที่สำคัญได้แก่ ได้แก่ 1) ภาครัฐ (ตัวแทนมหาวิทยาลัย) 2) ผู้นำชุมชน 3) ตัวแทนกลุ่มทำขนมไทย 4) ชุมชนตำบลช้างน้อย 5) ตัวแทนวัดอนุกุญชราราม (วัดช้างน้อย) รวมทั้งหมด 49 คน วิเคราะห์ข้อมูลจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องภายใต้กรอบการจัดการปกครองสาธารณะแนวใหม่ และสรุปการสัมภาษณ์เชิงลึก นำเสนอผ่านการบรรยายและพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า 1. บทบาทของภาคีเครือข่ายที่เข้าร่วมพัฒนาสร้างนวัตกรรมให้แก่ผลิตภัณฑ์ของชุมชน มีเป้าหมายเดียวกันในการยกระดับหรือเพิ่มมูลค่าผ่านนวัตกรรม “ขนมหม้อแกงกรอบ” โดยเริ่มต้นจากภาครัฐหรือตัวแทนมหาวิทยาลัย ขับเคลื่อนโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ลงสู่ชุมชนผ่านการร่วมคิดร่วมสร้างกับผู้นำชุมชน ตัวแทนกลุ่มขนมไทย และชุมชนตำบลช้างน้อยเพื่อให้เกิดนวัตกรรมขนมท้องถิ่น ผ่านการร่วมแสดงความคิดเห็น ลงมือทำ และถ่ายทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่นและเพิ่มนวัตกรรมด้วยการยืดอายุของอาหารให้ขนมกรอบ 2. กระบวนการความร่วมมือของภาคีเครือข่าย เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างนวัตกรรมให้แก่ผลิตภัณฑ์ชุมชน เป็นข้อค้นพบเชิงทฤษฎีในการสร้างความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ริเริ่มการบริการสาธารณะจากภาครัฐ ได้เริ่มตั้งแต่การร่วมกำหนดแนวทาง วางแผน ไปจนถึงการออกแบบพัฒนา ร่วมคิด และร่วมผลิต ให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มนวัตกรรมด้วยการยืดอายุการบริโภคของอาหาร โดยชุมชนเป็นทั้งผู้สร้างและผู้รับบริการ ตลอดจนการร่วมประเมินการขับเคลื่อนพัฒนาและยกระดับมูลค่าของผลิตภัณฑ์ ข้อเสนอเชิงประยุกต์และนำไปปฏิบัติใช้ผ่านต้นแบบของงานศึกษาชิ้นนี้ ด้วยการสร้างความร่วมมือจากหลายภาคส่วน เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนเพิ่มมูลค่าและสร้างนวัตกรรมเพื่อยกระดับรายได้ของคนภายในชุมชน และสร้างบทบาทความร่วมมือให้เกิดการพัฒนาพื้นที่ที่ยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
ผกามาศ เลียงธนะฤกษ์ และปรินทร เต็มญารศิลป์. (2568). แนวคิดการจัดการปกครองสาธารณะแนวใหม่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นชุมชนช้างน้อยสู่ตลาด. วารสารวิชาการธรรมทรรศน์, 25(3), 233-246.
ผกามาศ เลียงธนะฤกษ์. (2567). กระบวนการมีส่วนร่วมในการนำหลักกสิกรรมธรรมชาติสร้างสวนบำบัดสำหรับเด็กพิเศษผ่านภาคีเครือข่ายหลายภาคส่วน กรณีศึกษา ตำบลช้างน้อย อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วารสารวิชาการวิทยาลัยบริหารศาสตร์, 7(3), 175-191.
Bovaird, T., Flemig, S., Loeffler, E. & Osborne, S. P. (2019). How far have we come with co-production and what’s next?. Public Money & Management, 39(4), 229-232.
Monroe-White, T. & Zook, S. (2018). Social enterprise innovation: A quantitative analysis of global patterns. Voluntas: International Journal of Voluntary and Nonprofit Organizations, 29(3), 496-510.
Osborne, S. P. (2006). The new public governance?. Public Management Review. 8(3), 377-387.
Pestoff, V. (2011). New public governance and accountability: some jewels in a treasure chest. CIES Centro de Investigación de Economía y Sociedad, 91.
Sriram, N., Misomnai, C., Metasuttirat, J. & Rajphaetyakhom, C. (2019). A Comparative Analysis of New Public Management New Public Service and New Public Governance. Asian Political Science Review, 3(2).
Waheduzzaman, W. (2019). Challenges in transitioning from new public management to new public governance in a developing country context. International Journal of Public Sector Management, 32(7), 689-705.
Wiesel, F. & Modell, S. (2014). From new public management to new public governance? Hybridization and implications for public sector consumerism. Financial Accountability & Management, 30(2), 175-205.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสันติสุขปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.