นวัตกรรมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยใช้การคิดเชิงออกแบบผ่านเพลงพื้นบ้านล้านนา เพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองโลกสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

ผู้แต่ง

  • สุชาภัสร์ ป้อคำ ภาควิชาหลักสูตรการสอนและการเรียนรู้ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • เชษฐภูมิ วรรณไพศาล ภาควิชาหลักสูตรการสอนและการเรียนรู้ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

คำสำคัญ:

นวัตกรรมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์, เพลงพื้นบ้านล้านนา, ความเป็นพลเมืองโลก

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยใช้การคิดเชิงออกแบบเป็นฐาน ผ่านเพลงพื้นบ้านล้านนา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น 2) ประเมินนวัตกรรมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยใช้การคิดเชิงออกแบบเป็นฐาน ผ่านเพลงพื้นบ้านล้านนา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และ 3) ศึกษาผลการใช้นวัตกรรมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยใช้การคิดเชิงออกแบบเป็นฐาน ผ่านเพลงพื้นบ้านล้านนา เพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองโลกของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น การวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา โดยแบ่งการวิจัยออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การศึกษาข้อมูลจากเอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องการพัฒนานวัตกรรม การสัมภาษณ์และการประเมินนวัตกรรมโดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน ระยะที่ 2 ทดลองใช้นวัตกรรม กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านปางเฟือง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 18 คน โดยใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบบันทึกข้อมูล แบบสัมภาษณ์ และแบบประเมิน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการวิจัยพบว่า 1) จากการศึกษาข้อมูลจากเอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องการพัฒนานวัตกรรม การสัมภาษณ์ ผู้เชี่ยวชาญ ได้นำสู่การสร้างแผนการจัดการเรียนรู้จำนวน 5 แผน รวมระยะเวลา 10 ชั่วโมง ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับโครงสร้างของ Design Thinking ได้แก่ ขั้นตอนการเข้าใจปัญหา (Empathize) การนิยามปัญหา (Define) การระดมความคิด (Ideate) การสร้างต้นแบบ (Prototype) และการทดสอบต้นแบบ (Test) 2) ผลการประเมินนวัตกรรมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยใช้การคิดเชิงออกแบบเป็นฐาน ผ่านเพลงพื้นบ้านล้านนาสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น พบว่า ผลการประเมินความเหมาะสมของแผนการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด (𝜇=4.77, S.D.=0.79) 3) ผลการใช้นวัตกรรมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยใช้การคิดเชิงออกแบบเป็นฐาน ผ่านเพลงพื้นบ้านล้านนา เพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองโลกของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น พบว่า 1. ผลการประเมินความสอดคล้องด้านทักษะที่ส่งเสริมความเป็นพลเมืองโลก โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด (equation=4.77, S.D.=0.79) 2. ผลการประเมินความพึงพอใจต่อนวัตกรรมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นโดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด equation =4.77, S.D.=0.79)

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2553). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551.กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.

นุชจรี กิจวรรณ. (2561). กระบวนการคิดเชิงออกแบบ: มุมมองใหม่ของระบบสุขภาพไทย. วารสารสภาการพยาบาล 2561, 33(1),5-14.

เพ็ญจมาศ คําธนะ, นงนุช วงศ์สว่าง, กมลพร แพทย์ชีพ และปริญญาภรณ์ ธนะบุญปวง. (2563). การพัฒนาหลักสูตรการคิดเชิงออกแบบเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะนวัตกรของนักศึกษาพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชนนี. วารสารสิรินธรปริทรรศน์, 21(1), 103-117.

มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา. (2563). ความพึงพอใจของผู้รับบริการในเขตเทศบาลนครสมุทรปราการ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ประจำปีงบประมาณ 2563. (รายงานวิจัย). มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, กรุงเทพฯ.

มานิตย์ อาษานอก. (2561). การบูรณาการการคิดเชิงออกแบบเพื่อพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้. วารสารเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษาคณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 1(1), 6-12.

ยงยุทธ ชูแว่น. (2551). ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นกับการศึกษาเพื่อพัฒนาชุมชน. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

วิไลลักษณ์ รัตนเพียรธัมมะ และปิยะนันท์ พรึ่งน้อย. (2559). นวัตกรรมการศึกษาในการพัฒนาทักษะ เพื่อการดารงชีวิตในศตวรรษที่ 21. วารสารร่มพฤกษ์มหาวิทยาลัยเกริก, 34 (3), 55-78.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2561). รายงานการพัฒนาการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.

สำนักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย. (2554). แนวทางการจัดการเรียนการสอน ในโรงเรียนมาตรฐานสากล. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.

อเนก นาวิกมูล. (2550). วิถีไทยล้านนา. กรุงเทพฯ: มติชน.

อานันท์ กาญจนพันธุ์. (2560). ประวัติศาสตร์สังคมล้านนา : ความเคลื่อนไหวของชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น. พิมพ์ครั้งที่ 2. พิษณุโลก: รัตนสุวรรณการพิมพ์.

Glover, J. A. (2002). Cognitive psychology for Teachers. New York: Mcmillan.

Harris, B. W. (2001). Personal Administration in Education. Boston: Allyn and Bacon.

Ingo Rauth, Eva Köppen, Birgit Jobst & Christoph Meinel. (2010). Design Thinking: An Educational Model towards Creative Confidence. Kobe: Japan.

Jobst, B., Endrejat, P., Meinecke, A., & Felfe, J. (2012). When leadership meets design thinking. Journal of Leadership Studies, 6(2), 6-14.

Kristin L. Cook and Sarah B. Bush. (2018). Design thinking in integrated STEAM learning: Surveying the landscape and exploring exemplars in elementarygrades. Retrieved from http://www.wileyonlinelibrary.com/journal/ssm

North-South Centre of the Council of Europe. (2012). Final Report 2nd European Congress onGlobal Education. Lisbon: Universidade de Lisboa European Congress on GlobalEducation.

Rauth, E. Köppen, B. Jobst and C. Meinel. (2010). Design Thinking: An Educational Modeltowards Creative Confidence.See website of the d.school in Stanford. Retrieved June 16, 2010. from http://www.dschoolstanford.edu/big_picture/design_thinking.php

วารสารสันติสุขปริทรรศน์

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-12-15

รูปแบบการอ้างอิง

ป้อคำ ส., & วรรณไพศาล เ. (2025). นวัตกรรมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยใช้การคิดเชิงออกแบบผ่านเพลงพื้นบ้านล้านนา เพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองโลกสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น. วารสารสันติสุขปริทรรศน์, 6(2), 119–132. สืบค้น จาก https://so09.tci-thaijo.org/index.php/JPP/article/view/6329