แนวทางการเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์และความต้องการจำเป็นของแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3 2) เพื่อพัฒนาแนวทางการเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3 ใช้วิธีวิจัยแบบผสมผสาน ดำเนินการวิจัยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์และความต้องการจำเป็นของแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครู จำนวน 308 คน โดยการสุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ ระยะที่ 2 พัฒนาแนวทางการเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3 โดยวิเคราะห์ความต้องการจำเป็นจากสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ของแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู และข้อมูลจากการถอดองค์ความรู้ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีวิธีการปฏิบัติที่ดี (Best Practice) จำนวน 4 โรงเรียน ร่างเป็นแนวทางการเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู และประเมินแนวทางโดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้างและแบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของแนวทาง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ
ค่าดัชนีความต้องการจำเป็น (Priority Needs Index: PNI)
ผลการวิจัย 1) สภาพปัจจุบันของแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3 โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( =3.73, S.D.= 0.91) สภาพที่พึงประสงค์ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (
=4.70, S.D.= 0.56) และลำดับความต้องการจำเป็น เรียงลำดับจากมากไปน้อย ได้แก่ สภาพการทำงาน เงินเดือน วิธีการปกครองบังคับบัญชา นโยบายและการบริหารงาน ลักษณะของงาน ความก้าวหน้าในตำแหน่งการงาน การยอมรับนับถือ ความสัมพันธ์กับผู้อื่น ความรับผิดชอบ ความสำเร็จของงาน 2) แนวทางการเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3 ที่พัฒนาได้ประกอบด้วย 10 องค์ประกอบ 40 แนวทาง ได้แก่ 1) ด้านสภาพการทำงาน 4 แนวทาง 2) ด้านเงินเดือน 4 แนวทาง 3) ด้านวิธีการปกครองบังคับบัญชา 4 แนวทาง 4) ด้านนโยบายและการบริหารงาน 4 แนวทาง 5) ด้านลักษณะของงาน 4 แนวทาง 6) ด้านความก้าวหน้าในตำแหน่งการงาน 4 แนวทาง 7) ด้านการยอมรับนับถือ 4 แนวทาง 8) ด้านความสัมพันธ์กับผู้อื่น 4 แนวทาง 9) ด้านความสำเร็จของงาน 4 แนวทาง และ 10) ด้านความรับผิดชอบ 4 แนวทาง ผลการประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของแนวทางการเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3 พบว่า แนวทางมีความเหมาะสมและความเป็นไปได้โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณารายข้อพบว่า ทุกแนวทางมีความเหมาะสมและความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุดเช่นเดียวกันทุกข้อ
Downloads
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
นงลักษณ์ วิรัชชัย, และ สุวิมล ว่องวาณิช. (2550). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นรา สมประสงค์. (2544). ประมวลสาระชุดวิชาทฤษฎีและแนวปฏิบัติ: หน่วยที่ 6 แรงจูงใจในการบริหารการศึกษา. นนทบุรี: มหาวิทยาสุโขทัยธรรมาธิราช.
ปรียาพร วงศ์อนุตรโรจน์. (2535). จิตวิทยาการบริหารงานบุคคล. กรุงเทพฯ: ศูนย์ส่งเสริมกรุงเทพ.
ภารดี อนันต์นาวี. (2557). หลักการ แนวคิด ทฤษฎีทางการบริหารการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 4). ชลบุรี: มนตรี.
เรณู ฤาชา. (2560). แรงจูงใจและแนวทางการเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนมัธยมศึกษา สหวิทยาเขตวังบูรพา จังหวัดสระแก้ว สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 7. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยบูรพา, ชลบุรี.
สมยศ นาวีการ. (2546). การบริหารและพฤติกรรมองค์การ (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: บรรณกิจ1991.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3. (2565). แผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566. สืบค้นจาก http://web.kalasin3.go.th/web/news_file/p63501151222.pdf
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3. (2566). แผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567. สืบค้นจาก http://web.kalasin3.go.th/web/news_file/p52627781516.pdf
สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา. (2562). กรอบสมรรถนะครูเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ซีทีซีเอฟ). กรุงเทพฯ : บริษัท ออนป้า จำกัด.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2564). รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้. กรุงเทพฯ : กระทรวงศึกษาธิการ.
สุรางค์ โค้วตระกูล. (2548). จิตวิทยาการศึกษา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุวัฒน์ จุลสุวรรณ์. (2562). การบริหารการเปลี่ยนแปลงในสถานศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 2). มหาสารคาม: ตักสิลาการพิมพ์.
Barnard, C. I. (1968). The functions of the executive (11): Harvard university press.
Formanek, M., Buxner, S., Impey, C., and Wenger, M. (2019). Relationship between learners’ motivation and course engagement in an astronomy massive open online course. Physical Review Physics Education Research, 15(2), 020140.
Herzberg, F., Mausner, B., & Snyderman, B. B. (1959). The motivation to work. New York: John Wiley & Sons.
Krejcie, R. V., and Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and psychological measurement. 30(3), 607-610.
Locke, E. A. (1976). The nature and causes of job satisfaction. Handbook of industrial and organizational psychology.
Locke, E. A., and Latham, G. P. (1990). Work motivation and satisfaction: Light at the end of the tunnel. Psychological science, 1(4), 240-246.
Maslow, A. H. (1981). Motivation And Personality: Motivation And Personality: Unlocking Your Inner Drive and Understanding Human Behavior by AH Maslow: Prabhat Prakashan.
McClelland, D. (1975). Power: The inner experience. In: Irivington.
Pigors, P., and Myers, C. A. (1956). Personnel administration.
Suso, S. K. (2021). Exploring Faculty’s Perspectives of the Influence of Leadership Styles on MotivationTowards Work at University of The Gambia (The Gambia) and University of Cheikh Anta Diop (Senegal): Ohio University.
Tentama, F., and Pranungsari, D. (2016). The Roles of Teachers' Work Motivation and Teachers' Job Satisfaction in the Organizational Commitment in Extraordinary Schools. International Journal of Evaluation and Research in Education, 5(1), 39-45.
Vroom, V. (1964). Work and Motivation. John Wiley & Sons, Inc. google schola, 2, 357-376.