การมีส่วนร่วมของชุมชนตามหลักอปริหานิยธรรมเพื่อการส่งเสริมการอนุรักษ์ประเพณีหกเป็งนมัสการพระธาตุแช่แห้ง ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน

Main Article Content

อุดมพร อินแปง
ธิติวุฒิ หมั่นมี

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อการส่งเสริมการอนุรักษ์ประเพณีหกเป็งนมัสการพระธาตุแช่แห้ง 2) เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนต่อการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อการส่งเสริมการอนุรักษ์ประเพณีหกเป็งนมัสการพระธาตุแช่แห้ง โดยจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล
3) เพื่อเสนอแนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมของชุมชนตามหลักอปริหานิยธรรมเพื่อการส่งเสริมการอนุรักษ์ประเพณีหกเป็งนมัสการพระธาตุแช่แห้ง เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี 


ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับการมีส่วนร่วมของชุมชนตามหลักอปริหานิยธรรมเพื่อการส่งเสริมการอนุรักษ์ประเพณีหกเป็งนมัสการพระธาตุแช่แห้ง ภาพรวมอยู่ในระดับมาก 2) การเปรียบเทียบการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อการส่งเสริมการอนุรักษ์ประเพณีหกเป็งนมัสการพระธาตุแช่แห้ง จำแนกเพศ อายุ การศึกษา และรายได้ต่างกัน มีส่วนร่วมการส่งเสริมการอนุรักษ์ประเพณีหกเป็งนมัสการพระธาตุแช่แห้ง ไม่ต่างกัน
จึงปฏิเสธสมมติฐานการวิจัย ส่วนประชาชนที่มีอาชีพต่างกัน มีส่วนร่วมเพื่อการส่งเสริมการอนุรักษ์ประเพณีหกเป็งนมัสการพระธาตุแช่แห้ง ต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 จึงยอมรับสมมติฐานการวิจัย 3) แนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมของชุมชนตามหลักอปริหานิยธรรมเพื่อการส่งเสริมการอนุรักษ์ประเพณีหกเป็งนมัสการพระธาตุแช่แห้ง มี 6 ด้าน คือ 1) การส่งเสริมความรู้และถ่ายทอดความรู้ 2) การสร้างความสัมพันธ์ของคนแต่ละรุ่น 3) การปรับปรุงให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม 4) การสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ 5) การสร้างเครือข่ายด้านภูมิปัญญา 6) การบรรจุประเพณีวัฒนธรรมในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน

Article Details

How to Cite
อินแปง อ., & หมั่นมี ธ. (2024). การมีส่วนร่วมของชุมชนตามหลักอปริหานิยธรรมเพื่อการส่งเสริมการอนุรักษ์ประเพณีหกเป็งนมัสการพระธาตุแช่แห้ง ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน. วารสารธรรมวัตร, 5(2), 11–22. สืบค้น จาก https://so09.tci-thaijo.org/index.php/tmwj/article/view/4955
บท
บทความวิจัย

References

เกศกนก ชุ่มประดิษฐ์. (2561). การสื่อสารอย่างมีส่วนร่วมเพื่ออนุรักษ์อัตลักษณ์ทางล้านนาของชุมชนเทศบาลตำบลเวียงชัย จังหวัดเชียงราย. (รายงานวิจัย). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย.

ทักษิณ ประชามอญ. (2560). รูปแบบการบริหารงานแบบมีส่วนร่วมตามหลักพุทธธรรมขององค์การบริหารส่วนจังหวัดในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน. (ดุษฎีนิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

ทิพาภรณ์ เยสุวรรณ์. (2562). แนวทางการส่งเสริมอัตลักษณ์วัฒนธรรมประเพณีเชิงพุทล้านนา ของจังหวัด ลำปาง. (รายงานวิจัย). วิทยาเขตเชียงใหม่: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

ธัญลักษณ์ สาวันดี. (2558). การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการสิ่งแวดล้อมตามแนวพุทธ ขององค์การ

บริหารส่วนตำบลเพ จังหวัดระยอง. (วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสน-ศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

นุชนลิน กลิ่นบัว. (2558). การมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตำบลท่าไม้อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์. (วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสน-ศาสตร์). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

ประชิด สกุณะพัฒน์. (2546). วัฒนธรรมพื้นฐานประเพณีไทย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ภูมิปัญญา.

ผจงจิตต์ อธิคมนันทะ. (2543). การเปลี่ยนแปลงสังคมและวัฒนธรรมไทย. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัย

รามคำแหง.

พระครูนิรมลธรรมสถิต (วีระนนท์ ถิรธมฺโม). (2557). การมีส่วนร่วมในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนของพระสงฆ์ อำเภอโกรกพระ จังหวัดนครสวรรค์. (วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต). (2543). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพฯ: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พิมุต รุจิรากูล. (2554). ประเพณีและพิธีกรรม 4 ภาคของไทย. กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดบุคส์.

ร่มปรางค์ สวมประคำ. (2559). รูปแบบการประยุกต์ใช้หลักอปริหานิยธรรมเพื่อความโปร่งใสในการบริหาร ราชการของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ. (ดุษฎีนิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

สมพร เกตุกัณฑ์. (2558). การมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตำบลไตรตรึงษ์ อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร. (วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์).บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.